วิพากษ์บทความ “มาตรการด้านการจัดการความรู้ภูมิปัญญาไท”


          วันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย.48   กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก   และหน่วยงานพันธมิตรจัดการประชุมวิชาการ   การแพทย์แผนไทย   การแพทย์พื้นบ้าน   และการแพทย์ทางเลือก   ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ  ครั้งที่ 2   ที่เมืองทองธานี


          เขาเชิญผมไปร่วมวิพากษ์บทความเรื่อง “ระบบโครงสร้างและกลไกในการอนุรักษ์  พัฒนาและคุ้มครอง  ภูมิปัญญาไท  สุขภาพวิถีไท : มาตรการด้านการจัดการความรู้  วิจัยและพัฒนา”   โดยสมภพ  ประธานธุรานุรักษ์,   พร้อมจิต  ศรลัมภ์,   นพมาศ  สุนทรเจริญนนท์   และธีรเดช  อุทัยวิทยารัตน์   ในวันที่ 1 ก.ย.48


          ผมได้เตรียม ppt. ไปวิพากษ์แล้ว   เป็นการวิพากษ์แบบคนไม่รู้จริงแต่ก็มีใจ   อยากให้เรื่อง   “ภูมิปัญญาไท  สุขภาพวิถีไท”   เจริญก้าวหน้า   ก่อคุณประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างแท้จริง   ยิ่งมีการโยงสู่ KM ผมยิ่งมีใจ


          ผมเตรียมไปให้ข้อเสนอแนะ 5 ประเด็น   ภายใต้แนวคิดว่าบทความชิ้นนี้เป็นการเริ่มต้นของ “การเดินทางไกล” ของประเทศไทย   ที่จะส่งเสริมภูมิปัญญาไท   สุขภาพวิถีไท   ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมเต็มศักยภาพ  คือ

1.      จะต้องมีการศึกษาและเก็บข้อมูลด้าน KM ของภูมิปัญญาไท   สุขภาพวิถีไท   ซึ่งหมายถึงการใช้ความรู้ด้านนี้   แล้วใช้ซ้ำอีกหลังจากทราบผลการใช้   โดยที่ในกระบวนการใช้ & ใช้ซ้ำเกิดความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ข้อมูล/ความรู้ดังกล่าวจะต้องมองทั้งด้าน “ผู้ให้บริการ” และด้าน “ผู้รับบริการ” หรือ “ผู้ใช้”  
ตัวอย่างของผู้ให้บริการที่เป็นรูปธรรมเช่น  ร้านยาไทย   ร้านยาจีน   หมอนวดไทย   หมอนวดจีน   การออกกำลังกายแบบไท้เก็ก   และอื่น ๆ
          นี่คือข้อมูลด้าน “การสร้างความรู้จากการปฏิบัติ”
2.      จะต้องมีการรวบรวม/ศึกษา  ข้อมูล/ความรู้ด้าน “ผู้ใช้” (demand – side)   ทั้งแบบที่มีผู้ให้บริการและแบบไม่มีผู้ให้บริการ   นำมาเป็น feedback เพื่อพัฒนาบริการ   พัฒนามาตรฐานของบริการ/ผลิตภัณฑ์   โดยที่มาตรฐานนั้นยอมรับความหลากหลาย
3.      มีการศึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาไทย   เช่น  ชื่อการค้าของยาแผนโบราณ   การจดทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ   การจดสิทธิบัตรของความรู้/วิธีการที่พัฒนาขึ้นจากการทดลองแบบลองผิดลองถูกของคนที่เป็นชาวบ้าน   แต่เกิดความรู้ใหม่ที่เป็นนวัตกรรมเด่นชัด
4.      มีการศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กึ่งสุขภาพ   เช่น  สบู่สมุนไพร   ยาสีฟันสมุนไพร   เครื่องสำอางสมุนไพร   น้ำมันหอม  ฯลฯ   รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในการประกอบอาชีพที่ช่วยการสร้างเสริมสุขภาพ   ลดปัจจัยเสี่ยงต่อความเจ็บป่วย   เช่น  สมุนไพรไล่แมลง   จุลินทรีย์   ฮอร์โมนบำรุงพืช ฯลฯ  ที่ใช้ทำการเกษตรอินทรีย์   เป็นต้น
5.      จะต้องถกเถียงกันเรื่องความหมายของคำว่า “ภูมิปัญญาไท”   ซึ่งผมมีความเห็นว่าจะต้องครอบคลุมทั้งภูมิปัญญาดั้งเดิม   และภูมิปัญญาสมัยใหม่ที่เกิดจากการปฏิบัติในยุคปัจจุบัน   เสริมด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์/วิชาการ


         ครับ   เอามาลงไว้เพื่อให้ “ผู้รู้” ช่วยกันถกเถียงต่อ   เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งต่อ
บ้านเมืองของเรา
                                                                                      วิจารณ์  พานิช
                                                                                         29 ส.ค.48