ตอนที่ 2: พลังงานที่กำลังจะหมด..
พลังรักษ์ เคยมีความรู้สึกว่า สิ่งที่เขาควรจะได้รับจากพ่อแม่นั้นไม่มีวันหมด เมื่ออยากได้ของเล่น ก็มักจะร้องขอจากพ่อและแม่ หากไม่ได้ ก็จะคร่ำครวญร้องไห้และมักจะได้จากพ่อแม่เสมอ แต่เมื่อพลังรักษ์เติบโตขึ้น จึงเริ่มรับรู้ว่า สิ่งที่ตนเองเคยเรียกร้องนั้น ได้มาจากการเสียสละและความยากลำบากในการหาเงินของพ่อแม่ บางครั้งแอบเห็น แม่ไม่ยอมใช้จ่ายเงินซื้อของที่แม่อยากใช้ เพียงเพื่อเก็บเงินให้ลูกไปทัศนศึกษากับเพื่อนที่โรงเรียน
“เงินของเรากำลังจะหมดและไม่เพียงพอ หากเราไม่ช่วยกันประหยัด” พลังรักษ์ได้ยินเสียงแม่พูดกับพ่อ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเช้านี้
****************
“แหล่งพลังงานของเรากำลังจะหมดไปจากโลกนี้ หากเราไม่รู้จักประหยัดและใช้ให้คุ้มค่า” เสียงคุณครูชาติยา แว่วมา ทำให้พลังรักษ์ กลับมาให้ความสนใจกับการเรียนการสอน
“ใคร ตอบคุณครูได้ค่ะว่า อะไรคือแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปค่ะ”
“ ผมขอตอบครับ” หัวหน้าห้องคนเก่งเป็นผู้ลุกขึ้นตอบ “ถ่านหิน ปิโตรเลียม น้ำมัน แล้วก้อ..เอ่อ ก๊าซธรรมชาติ ครับ”
“เก่งมากจ๊ะ หัวหน้า มีใครจะถามอะไรในเรื่องนี้ไหมค่ะ”
วีรยุทธ ทำหน้าตาพร้อมวางมาด ถามว่า “คืออย่างนี้ครับ ถ่านหิน นี่เคยได้ยิน ครับ น้ำมัน ก็รู้จักครับ ก๊าซธรรมชาติ ก็พอจะได้ฟังมาครับ ส่วน ปิโตรเลียม นี่คืออะไรครับ”
“ดีมากค่ะ ที่ถาม ปิโตเลียมนี่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญมากนะ นักเรียน เพราะเป็นพลังงานที่เรานำมาใช้มากที่สุด คือประมาณ ร้อยละ 43 ของพลังงานที่ใช้ ทั้งหมดทั่วโลก ”[1]
“ครูครับ แล้วปิโตรเลียม จริงๆแล้วมันคืออะไรครับ” วีรยุทธ ถามต่อ
“เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและคาร์บอน มักพบอยู่ในชั้นหินตะกอนที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sedimentary Rock เราพบปิโตเลียมทั้งในสภาพที่เป็นของเหลว ของแข็งและที่เป็นก๊าซ”
“ครูยกตัวอย่าง หน่อยสิครับ” เสียงมาจากศุทธวัตร
“ยางมะตอยเป็นตัวอย่างปิโตเลียมที่มีสภาพเป็นของแข็ง น้ำมันดิบ คือปิโตเลียมที่มีสภาพเป็นของเหลว ส่วนก๊าซธรรมชาติ เป็น ..เป็นอะไรค่ะ นักเรียน”
“เป็นปิโตเลียมในสภาพก๊าซครับ...ค่ะ” เสียงตอบดังขึ้นมาทั้งห้อง
“คุณครูครับ ปิโตรเลียมเกิดขึ้นจากอะไรครับ” พลังรักษ์ลุกขึ้นถามอย่างเงียบขรึม จนเพื่อน ๆ เริ่มสังเกตเห็น ทำให้บรรยากาศกลับมาสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่ง
“ปิโตรเลียมเกิดจากซากสิ่งมีชีวิตที่ตายและทับถมกันในทะเล หนอง บึงและพื้นดิน และต่อมาดินตะกอน(Sediments) ที่ตกทับถมมากขึ้น ร่วมกับการทำงานของแบคทีเรียและความร้อนใต้พิภพที่เพิ่มขึ้น โดยใช้เวลานับล้านปี ซากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ได้แปรสภาพมาเป็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งสะสมอยู่ในช่องว่างระหว่างชั้นหินต่าง ๆ ซึ่งเรานำมาใช้ประโยชน์อย่างมหาศาลในปัจจุบันนี้ แต่....”
“แต่กำลังจะหมดไปใช่ไหมครับ” เสียงเศร้าสร้อยมาจากพลังรักษ์
“จ๊ะ” “คุณครูครับ แสดงว่า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ก็ได้มาจากปิโตรเลียม หรือครับ”
“ถูกต้องแล้วจ๊ะ วีรยุทธ”
ตอนพักกลางวัน พลังรักษ์ดื่มน้ำสะอาดจากถังน้ำฝนของโรงเรียน ในขณะที่เพื่อน ๆ มีความสุขกับการดื่มน้ำอัดลม แก้วละ 5 บาท ซึ่งพลังรักษ์ทราบว่านอกจากจะไม่ประหยัดเงินให้กับพ่อแม่แล้ว ยังเป็นการทำลายสุขภาพของตนเอง พลังรักษ์ไม่ปรารถนาที่จะดื่ม น้ำหวานที่เติมสี เติมกลิ่นและอัดลมเหล่านั้น ฉับพลัน สายตาก็เหลือบไปเห็น เพื่อนๆ ที่เล่นกีฬาแล้วไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำ แล้วปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไปในขณะที่ฟอกสบู่ พลังรักษ์เคยทราบมาว่า เราจะเสียน้ำที่ไหลเปล่าไป 9 ลิตรต่อหนึ่งนาที ทำไมเราไม่ช่วยกันประหยัดพลังงานกันบ้างนะ พลังรักษ์นึกเงียบในใจ และนึกถึงการเรียนวิชา รู้รักษ์พลังงาน เมื่อช่วงเช้า
“น้ำมันดิบ เป็นปิโตรเลียมที่มีสภาพเป็นของเหลว ในยุคอารยธรรมโบราณ ชาวเมโสโปเตเมีย อียิปต์ เปอร์เซียและจีน รู้จักนำมาใช้สำหรับให้ความร้อนกับแสงสว่าง และต่อมามีการค้นพบมากขึ้นในประเทศตะวันออกกลาง [2] ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตและส่งออกน้ำมัน ใครทราบบ้างคะว่า เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่ากลุ่มอะไรคะ”
“กลุ่มโอเปกครับ แต่ผมจำชื่อเต็มๆ ไม่ได้นะครับ” รติวิทย์เป็นผู้ตอบ
“เท่านี้ก็เก่งแล้วจ๊ะ โอเปค มาจาก Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC จัดหาปิโตรเลียมให้กับประเทศผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรม ค่ะ”
“ครูครับ” “อยากรู้เรื่องส่วนประกอบของน้ำมันดิบใช่ไหมค่ะ คุณวีรยุทธ”
“ครับ คุณครูชาติยารู้ใจผมจริง ๆ”
“อยากรู้ก็ต้องฟังด้วยนะ น้ำมันดิบเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เราต้องนำมากลั่นเพื่อแยกน้ำมันดิบคะ”
“การกลั่นแยกน้ำมันดิบ แยกยังไงครับคุณครู”
“ก็ยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า สารไฮโดรคาร์บอนต่างชนิดกัน จะกลายเป็นไอได้เร็วหรือช้าต่างกัน ก็เพราะมีจุดเดือดต่างกัน”
“เออ ยังไม่เข้าใจครับ”
“เอาอย่างนี้ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก จะเดือดกลายเป็นไอได้เร็วกว่าสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ที่มีโมเลกุลใหญ่กว่า”
“กลั่นแยก แล้วจะได้ หรือออกมาเป็นอะไรบ้างล่ะครับ”
“วีรยุทธ สิ่งที่จะได้ก็คือ ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนที่แม่เธอใช้ น้ำมันเบนซิน ที่พ่อเธอใช้ น้ำมันดีเซลที่น้าคนขับรถโรงเรียนเราใช้ แล้วก็น้ำมันเตา ที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงาน โรงไฟฟ้าและเรือเดินสมุทร...”
“โอ้โห...มากมายเลยนะครับ”
“เวลาจะหมดแล้วใครมีอะไรจะถามอีก”
“เวลาเป็นสิ่งมีค่าครับคุณครู คุณครูยังไม่ได้สอนเรื่องก๊าซธรรมชาติเลยครับ” วีรยุทธอีกเช่นเคย
“จ๊ะ เวลาเป็นของมีค่า วันก่อนงานที่ครูให้ทำ ส่งครูหรือยัง วีรยุทธ”
“พรุ่งนี้ครับ”
“เอาละ เอาละ ก๊าซธรรมชาติก็เป็นปิโตรเลียมเหมือนกัน เป็นปิโตรเลียมที่มีสถานะเป็นก๊าซ เป็นเชื้อเพลิงประเภทที่ใช้แล้วหมดไป ในหลายที่หลายแหล่ง เรามักพบก๊าชธรรมชาติปนกับน้ำมันและถูกนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ในเวลาเดียวกัน บางแหล่งที่สำรวจพบมีน้ำมันปริมาณมากกว่า แต่บางแหล่งมีก๊าชธรรมชาติปริมาณมากกว่า เราสามารถผลิตก๊าชธรรมชาติได้จากแหล่งก๊าชธรรมชาติใต้พื้นโลกโดยตรงหรือก๊าชที่ติดมากับน้ำมันดิบจากหลุมน้ำมันดิบ “
“คุณครูครับ ก๊าซธรรมชาติ ประกอบด้วยอะไรครับ”
“วีรยุทธ วันนี้เธอถามเป็นพระเอกเลยเชียวนะ มีส่วนผสมของก๊าซหลายชนิดประกอบด้วยกัน ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า มีเทน อีเทน โพรเพน บิวเทน และอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับแหล่งทางธรรมชาติที่พบ แต่โดยทั่วไปก๊าซธรรมชาติที่พบประกอบด้วยก๊าซมีเทนมากที่สุด ประมาณ 60-80 เปอร์เซ็นต์ จ๊ะ”
“ครูครับ แล้วเราก็สามารถแยกก๊าซเหล่านี้ออกจากกันได้ใช่ไหมครับ”
“ถูกจ๊ะ เราสามารถแยกออกตามจุดเดือดของก๊าซ เช่นก๊าซมีเทน ซึ่งมีจุดเดือดต่ำกว่าก็จะแยกออกมาก่อน ซึ่งเราจะได้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เอาไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่าง ๆ วันนี้คงหมดเวลาเท่านี้จ๊ะ ขอบใจที่นักเรียนตั้งใจเรียนดีมาก โดยเฉพาะวีรยุทธ”
“อยู่แล้ว ครับครู” วีรยุทธตอบ แล้วแอบหันไปยักคิ้วกับเพื่อน ๆ
ก่อนที่จะออกจากห้องเรียน พลังรักษ์เดินไปปิดไฟและปิดพัดลม พร้อมกับบอกตัวเองว่า พลังงานกำลังจะหมดลง..ในไม่ช้านี้.
[1] สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2550). ชุดฝึกอบรมด้วยตนเองสำหรับครูวิทยาศาสตร์ เรื่อง ปิโตรเลียมและพลังงานทดแทน. หน้า 1.
[2] สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2546). ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “วัสดุและสิ่งใกล้ตัว” ระดับ
มัธยมศึกษา. หน้า 170.