Appreciative Inquiry เพื่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ (14)

เวลาผมขับรถกลับบ้านตอนบ่ายๆวันอาทิตย์ ผมมักเจอสุภาพสตรีผู้หนึ่ง คุณคนนี้ไม่เหมือนใคร ครับเธอเดินอยู่ขอบถนนครับ ไม่หวั่นรถชน เธอเดินช้าๆ ไม่เร่งร้อน ผบเห็นจนชินตา คนอื่นก็คงชินตา แต่ถ้าลองสังเกตกันให้ดี เราจะพบว่าเธอต้องเดินพร้อม walker ครับ เธอขาแข็ง เธอเป็นคนพิการครับ เหตุที่เธอต้องเดินตรงขอบถนน เชื่อเพราะว่าเธอคงเดินบนทางเท้าไม่สะดวก  ผมเชื่อว่าคนพิการอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถไปไหนมาไหนอย่างอิสระได้

ผมเชื่อว่าคนทั้งโลกนี้ก็คงเคยเห็นภาพคล้ายๆกัน เชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่เห็นใจ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร

แต่เมืองกลางป่าในบราซิลไม่คิดอย่างนั้นครับ พ่อเมืองคิดว่าคนทุกคนควรต้องเท่าเทียมกัน คนพิการไปไหนมาไหนอย่างอิสระเช่นคนปรกติ เลยคิดใหม่ทำใหม่ครับ 

1. ปรับทางเดินเท้าให้เรียบ ไม่ไม่หลุมบ่อ

2. ปรับให้รถเมล์ให้คนพิการขึ้นสะดวกโดยตัดบันไดออก จากนั้นก็ทำทางลาดตรงป้ายรถเมล์ให้คนพิการเข็นรถขึ้นไปเองได้

ผลคือเมืองนี้ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานสำคัญของโลก เช่นสหประชาชาติครับ ในอเมริการใต้เองใครๆก็อยากไปเยี่ยมชมเมืองนี้ครับ

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าลงทุนไม่มาก แต่ชื่อเสียงไประดับโลก ดีกว่าการลงทุนสร้างไหยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไหนๆครับ

ผมว่าถ้าเราใส่ใจสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง เราจะได้พบนวัตกรรม เราจะมีชื่อเสียงมากเลยครับ

ทฤษฎีผมคือลงทุนในสิทธิมนุษยชน ได้นวัตกรรม และชื่อเสียงครับ แถมถูกตังค์อีก

 ผมฝันเห็นว่ามีเมืองอย่างนี้ในบ้านเรา

มีคล้ายๆกันไหมครับ ถ้ามีเล่าให้ฟังด้วยครับ