เรื่อง ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2
ผู้วิจัย นายราเมฆ รัตนิล
พ.ศ. 2551
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2
2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2 โดยจำแนกตามสถานภาพ
ขอบเขตของการวิจัย
1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ครูที่ทำการสอนในโรงเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2 จำนวน 124 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย จำนวน 90 คน โดยใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน
2. ตัวแปรที่ศึกษา
2.1 ตัวแปรต้นได้แก่ สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน
2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2
สมมุติฐานการวิจัย
ครูผู้สอนที่มีสถานภาพต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2 แตกต่างกัน
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอนในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุงจำนวน 100 คน โดยนำแบบสอบถามไปแจกด้วยตนเอง พร้อมรอเก็บคืนทันที หลังจากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ
การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่ได้คืนมา มาคัดเลือกตรวจสอบความสมบูรณ์ แล้วนำมาทำการวิเคราะห์ ดังนี้
1. แบบสอบถามตอนที่ 1 เป็นข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามตามตัวแปรที่ต้องการศึกษา
2. แบบสอบถามตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ใน 6 งาน ได้แก่ 1)การวางแผนพัฒนาการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร 2)การจัดกระบวนการเรียนรู้และการจัดตารางสอน 3)การวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียน 4) การนิเทศการศึกษา 5)การพัฒนาบุคลากรและการให้ขวัญกำลังใจ 6)การจัดทำระบบประเมินผลและระบบประกันคุณภาพการศึกษานำมาตรวจให้คะแนนคำตอบซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับคือ ให้คะแนน 5, 4, 3, 2, หรือ 1คะแนน เมื่อครูผู้สอนตอบในช่อง มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย หรือ น้อยที่สุด ดังนี้
คะแนน 5 หมายถึง ตัวเลือกที่แสดงว่า พึงพอใจมากที่สุด
คะแนน 4 หมายถึง ตัวเลือกที่แสดงว่า พึงพอใจมาก
คะแนน 3 หมายถึง ตัวเลือกที่แสดงว่า พึงพอใจปานกลาง
คะแนน 2 หมายถึง ตัวเลือกที่แสดงว่า พึงพอใจน้อย
คะแนน 1 หมายถึง ตัวเลือกที่แสดงว่า พึงพอใจน้อยที่สุด
3. ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยนำผลคะแนนที่ได้มาหาค่าสถิติด้วยเครื่อง
คอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ดังนี้
3.1 แบบสอบถามตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงานโดยการหาความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ ( Percentage)
3.2 แบบสอบถามตอนที่ 2 หาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation) ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 โดยภาพรวม รายด้านและรายข้อ เพื่อนำเสนอเป็นตารางประกอบการบรรยาย และแปลผลโดยใช้เกณฑ์ดังนี้ (วิเชียร เกตุสิงห์. 2538: 9)
4.50-5.00 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
3.50-4.49 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับระดับมาก
2.50-3.49 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับระดับปานกลาง
1.50-2.49 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับระดับน้อย
1.00-1.49 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับระดับน้อยที่สุด
3.3 การเปรียบเทียบ ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 จำแนกตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว(One-Way ANOVA) หากพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดำเนินการทดสอบรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ ( Scheffe’ s post hoc comprison)
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
5.1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่
5.1.1 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Congruency: lOC) เพื่อหาความเที่ยงตรงของเครื่องมือ
5.1.2 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา(α - Coefficient ของ ครอนบาค (Cronbach)
5.2 สถิติพื้นฐาน ได้แก่
5.2.1 ค่าความถี่ (Frequency)
5.2.2 ค่าร้อยละ (Percentage)
5.2.3 ค่าเฉลี่ย (Mean)
5.2.4 ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
5.3 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานในการวิเคราะห์เพื่อทดสอบสมมติฐาน ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) และการทดสอบรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ ( Scheffe’ s post hoc comparison)
สรุปผลการวิจัย
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถสรุปได้ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของครูต่อการวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยกำหนดเกณฑ์ในการแปลความหมายของค่าเฉลี่ย
ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คือมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.92 และเมื่อดูคะแนนเฉลี่ยรายด้านจะเห็นว่าระดับความพึงพอใจของครูทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการพัฒนาบุคลากรและการให้ขวัญกำลังใจ มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.05 และด้านที่มีคะแนนต่ำสุด คือ ด้านการจัดทำระบบประเมินผลและระบบประกันคุณภาพการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.75ดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านเพศชาย
ตอนที่ 3 การเปรียบเทียบความพึงพอใจของครูต่อการวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการเขต 2 จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการสอน
3.1 ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2
จำแนกตามเพศ พบว่า ความพึงพอใจในภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับรายข้อพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ ด้านการวางแผนพัฒนาการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร เพศหญิงมีระดับความพึงพอใจมากกว่าเพศชาย และด้านการวัดผล ประเมินผลและการเทียบโอนผลการเรียน เพศหญิงมีระดับความพึงพอใจมากกว่าเพศชายเช่นกัน
3.2 ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2
จำแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ความพึงพอใจในภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับรายข้อพบว่า ทุกข้อไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.3 ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนของค่าคะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า ในภาพรวมระดับความพึงพอใจมีความแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 และเมื่อศึกษารายด้านพบว่า ในด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้และการจัดตารางสอน ด้านการวัดผล ประเมินผลและการเทียบโอนผลการเรียน ด้านการพัฒนาบุคลากรและการให้ขวัญกำลังใจ และด้านการจัดทำระบบประเมินผลและระบบประกันคุณภาพการศึกษา มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 จึงนำไปเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ ( Scheffe’ s post hoccomprison ) ต่อไป
3.4 ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้และการจัดตารางสอน จำแนกตามประสบการณ์การทำงานเป็นรายคู่ พบว่า กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี และกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยที่กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
3.5 ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ด้านการวัดผล ประเมินผลและการเทียบโอนผลการเรียน จำแนกตามประสบการณ์การทำงานเป็นรายคู่ พบว่า คู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10- 20 ปี และคู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี และกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
3.6 ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ด้านการพัฒนาบุคลากรและการให้ขวัญกำลังใจ จำแนกตามประสบการณ์การทำงานเป็นรายคู่ พบว่า กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี และกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยที่กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
3.7 ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ด้านการจัดทำระบบประเมินผลและระบบประกันคุณภาพการศึกษา จำแนกตามประสบการณ์การทำงานเป็นรายคู่ พบว่า คู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10- 20 ปี และคู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย กลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี และกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
3.8 ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของครูต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ในภาพรวม จำแนกตามประสบการณ์การทำงานเป็นรายคู่ พบว่า คู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10- 20 ปี และคู่ของกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี กับกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี มีระดับความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 10 ปี และกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงาน 10-20 ปี มีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปี
ผลงานดีมาก และเป็นแนวทางในการทำวิจัยของตนเองได้ดีมากค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยจะสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
อืม.....เก่งจังนะน้องชาย
ผลงาน ต่อยอดมาเรื่อย ๆ ครับ น้องคนนี้ เก่งมาก
หายไปซะนาน..แต่ผลงานคุ้มค่ากับการรอคอย...แถมมีสาว ๆ ติดตามผลงานเพียบบบบ...พอมีเวลาเหลือเผื่อให้พี่ ๆ ปรึกษาบ้างมั๊ยครับ
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
มาเยี่ยมชมผลงานครับ