เป็นครั้งแรกของการทำงานด้านองค์กรการเงินที่ได้เข้าร่วมประชุมในเรื่องราวของ การประกันสังคมให้กับแรงงานนอกระบบ

แรงงานนอกระบบคือคนที่ทำงานใช้แรงงานแต่มิได้อยู่ในระบบประกันสังคมเท่านั้นเองมิใช่นอกระบบแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าอยู่ที่ไหน หรือเป็นคนต่างด้าว

สำหรับเรื่องรวของสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย ในฐานะที่เป็นคนไทยเหมือนกันก็เห็นด้วยว่าควรจะมีแต่ก็มีความคิดเห็นเหมือนกันในกรณีนี้ว่า

๑.คนไทยที่เป็นคนงานนอกระบบประกันสุขภาพอยากได้จริงหรือเปล่าเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ ๑๐๐ บาท ปีละ ๑๒๐๐ บาท โดยมีแนวทางว่ารัฐจะสมทบให้ ๑๒๐๐ บาท

๒ หากในกรณีที่ไปเข้าระบบประกันสังคมแรงงานนอกระบบจะไม่ได้รับสิทธิ ๓๐ บาทแล้วจะคุ้มหรือไม่

๓.แรงงานนอกระบบบางอาชีพก้เป็นเรื่องราวที่ยังปกปิดอยู่เราจะเปิดออกมาได้อย่างไร

๔.ทำไปแล้วจะคุ้มหรือไม่กับค่าบริหารจัดการที่ต้อสูญเสียเพิ่มเติมเพราะอย่างไรก็เอาไปรวมกับในระบบไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะมีความเห็นว่าไม่ช่วยคนที่ลำบากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วคนที่ประกันสังคมในระบบจะยอมหรือ มองแล้วว่าสิ่งที่คิดกับความเป็นไปได้มันคนละส่วนกัน

๕.เรื่องราวของการทำสวัสดิการชุมชนเป็นเรื่องที่น่าจะหยิบมาคิดเพราะว่าแต่ละชุมชนมีเงินตั้งต้นที่รัฐส่งลงไปให้อยู่แล้วและมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการมากกว่าคือเงิน ๑ ล้านบาท ถ้าช่วยกันบริหาร ช่วยกันดูแลให้เกิดผลตอบแทนที่ดีน่าจะดีกว่ามารอให้รัฐสมทบเพราะคนด้อยโอกาสในสังคมจริงๆก็ยังใช้ไม่ได้สำหรับแนวคิดนี้ เพราะคนที่รับงานไปทำแล้วยังต้องจ่ายเดือนละ ๑๐๐ บาทไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆเพราะวัลละ ๓ บาท น่าจะลองนำแนวคิดของสวัสดิการวันละ ๑ บาทมาคิด เพราะเดือนละ ๓ บาทมีความเป็นไปได้มากกว่ามาก ลลดลงมา ๒บาทกว่าๆ นอกจากไม่ต้องรอแบบมือขอรัฐ ไม่ต้องขอร้อง อะไรที่ทำเองได้ก็ทำแล้วรัฐก็จะต้องมาเป็นผู้ทำตามทำไมไม่คิดเช่นนั้นบ้าง ว่าให้หน่วยงานรฐตามเราบ้างไม่ใช่ให้เราต้องคอยทวง ตาม เราจะเหนื่อยและเบื่อไปเอง เพราะอย่างไรเค้าหกก็ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว