ตั้งต้นการเดินทางจาก มรภ. วไลยอลงกรณ์ ตอนบ่าย ๓ โมง หลังที่ทีมงานเสร็จภาระกิจการสอนก็ไปรับหน่วยประสานงานกลางที่นั่งรออยู่ ที่นั่งรอของโรงแรม ออกเดินทางได้ ไปถึงพื้นที่ราวๆ ๕ โมงได้ แวะรับคุณเทพพิทักษ์ที่ปากซอยหมู่บ้านสุขสวัสดิ์ จากนั้นชายหนุ่มทั้ง ๓ ก็นั่งกระบะท้ายจากความจำกัดของพื้นที่ในรถ
                ถึงที่ทำการหมู่ที่ ๒ ได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดีจากทท่านเลขากองทุน คุณกีรติ และคณะกรรมการกองทุนอีก ๕ ท่านทั้งลุงหยี ป้าเสริฐ ลุงนัน น้าวี
                เริ่มพูดคุยเปิดประเด็นโดยท่านกีรติ ซึ่งแนะนำทีมงานทั้งหมดที่มี และเล่าถึงเรื่องราวของการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่ผ่านมา โดยมีคุณบุญยัง  ถมใย ดำรงตำแหน่งประธานกองทุนแทนประธานกองทุนคนเดิม นับเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะก่อนหนานี้ท่านเป็นรองประธานกองทุนอยู่แล้ว
          ทางคุณกีรติได้แนะนำสภาพการดำเนินการของกองทุนต่อว่า กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีรายได้มาก จึงสามารถที่จะใช้เงินในการอำนวยความสะดวกมาก อย่างปีนี้ก็มีการจัดซื้อตู้ใส่เอกสารไว้สำหรับใส่เอกสารกองทุน ต่อมาเล่าถึงการทำงานว่า การทำงานดำเนินด้วยดี มีน้าเทพคอยเป็นผู้เสนอแนะให้กองทุน คณะกรรมการจะมีการประชุมเดือนละ ๕ ครั้งทำให้มีคความสัมพันธ์กันใกล้ชิด กองทุนที่นี่เป็นกองทุนเปิดให้โอกาสทุกคนพูดและทำ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
                สำหรับความคิดเห็นคุณกีรติเกี่ยวกับการบริหารงานของกองทุนในปัจจุบัน มีความเห็นว่า คณะกรรมการชุดปัจจุบันดีอยู่แล้วอยู่แบบลุง  น้า อา พี่ น้อง ไม่ค่อยอยากเอาคนอื่นเข้ามา เพราะจะไม่รู้ใจกัน เนื่องด้วยตัวเองเป็นคนอารมณ์ร้อน ใส่ก็ใส่ตรงๆ เต็มที่ สาเหตุเพราะตนเองเป็นทหาร การถามความคิดเห็นก็จะใช้การลงมติ กรระมการที่ทำงานทุกวันนี้อยู่ด้วยความเสียสละกันซะมากกว่า
                ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยชองกองทุนนี้อาจจะแปลกกว่ากองทุนอื่น เปิดตัวการคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี เพราะต้องการให้เงินพอกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น สำหรับการคิดแบบนี้เป็นแนวความคิดของท่านประธานคนเก่า เนื่องด้วยท่านเป็นนักธุรกิจ ทำให้ท่านมองไกลไปกว่าชาวบ้านธรรมดาที่ไม่เคยได้บริหารจัดการด้านการเงิน นอกจากนี้ยังบอว่าถ้าไม่คิดเช่นนี้แต่ต้นก็จะขึ้นยาก ลดง่ายกว่าเยอะ
                การคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ เพราะว่ากองทุนมีค่าใช้จ่ายอยู่มากพอสมควร ทั้งสมุด เอกสาร ใบเสร็จ  นอกจากนี้ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ดอกร้อยละ ๕๐ สตางค์ ว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหากไม่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงก็ต้องไปลงที่ประธาน ปีแรกๆก็ไหวอยู่หรอก แต่นานๆไปก็คงไม่ไหว อยู่แบบเอื้ออาทรแล้วกองทุนไปไม่ได้ ส่วนใหญ่คนคิดเช่นนี้มีฐานที่จะไปเล่นการเมืองมากกว่า