สำนวนนิราศในลิลิตตะเลงพ่าย

ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

 

     สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงพระนิพนธ์ลิลิตตะเลงพ่ายขึ้นเป็นบทสดุดีเฉลิมพระเกียรติวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยแก่พระมหาอุปราชแห่งกรุงหงสาวดี เมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๕  แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับการทำศึกสงคราม แต่วรรณคดีเรื่องนี้กลับมีรสวรรณคดีอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้นิพนธ์ 

    เป็นที่น่าเสียดายว่าสำนวนนิราศที่ไพเราะในลิลิตตะเลงพ่ายได้ถูกตัดทอนไปเมื่อเป็นบทเรียนในหนังสือเรียนภาษาไทย  จึงขอหยิบยกบางบทจากตอนพระมหาอุปราชคร่ำครวญถึงนางระหว่างการเดินทัพมาทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา พอให้ได้สัมผัสความงดงามแห่งสำนวนนิราศ

ชมไม้ 

           พระครวญพระคร่ำไห้               โหยหา

พลางพระพิศพฤกษา                          กิ่งเกี้ยว

กลกรกนิษฐานา-                                 รีรัตน์  เรียมฤๅ

ยามตระกองเอวเอี้ยว                          โอบอ้อมองค์เรียม ฯ

         เฌอปรางเปรียบนาฏน้อง           นวลปราง

รักดั่งรักนุชพาง                                  พี่ม้วย

ช้องนางเฉฏช้องนาง                          คลายคลี่  ลงฤๅ

โศกพี่โศกสมด้วย                               ดั่งไม้นามมี ฯ

       เล็บมือนางนี้หนึ่ง                         นขา  เรียมฤๅ

ต้องดั่งต้องบุษบา                               นิ่มน้อง

ชงโคคิดชงฆา                                    นุชนาฏ  เหมือนฤๅ

เรียมระเมียรเดื่อปล้อง                       ดั่งปล้องศอสมร ฯ

      ซ่อนกลิ่นกลิ่นแก้วซ่อน                นาสา

ตาดว่าตาดพัสตรา                             หนุ่มเหน้า

สลาลิงเล่ห์สลา                                   นุชเทียบ  ถวายฤๅ

สวาดดั่งเรียนสวาทเจ้า                      จากแล้วหลงครวญ

      สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง                  ยามสาย

สายบ่หยุดเสน่ห์หาย                         ห่างเศร้า

กี่คืนกี่วันวาย                                     วางเทวศ   ราแม่

ถวิลทุกขวบค่ำเช้า                             หยุดได้ฉันใด

ชมนก

      นางนวลนึกนิ่มน้อง                       นวลปราง

จากพรากพรากจากนาง                    หนึ่งนั้น

พิราบพิลาปคราง                               ครวญแข่ง  ข้าฤๅ

บัวว่ายบัวนุชปั้น                                 อกน้องเรียมฤๅ ฯ

      ไก่แก้วคิดคู่แก้ว                           กลอยใจ  เรียมฤๅ

แสรกยิ่งแสรกหฤทัย                         พี่เศร้า

นกออกนึกออกไพร                          พลัดแม่  เหมือนฤๅ

ชมแขกเต้าคู่เต้า                               แขกน้องนานคืน ฯ

     เนืองนกจับมิ่งไม้                         เรียมยล

คุมคู่อยู่ทุกตน                                  ต่างร้อง

ตูเดียวอดูรทน                                  ทุกข์ทุ่ม  ทรวงนา

ฤๅบ่มีเพื่อนพร้อง                             พี่เพี้ยงอาดูร ฯ

      เบญจวรรณวานเร่งร้อง              เราบิน  ไปเฮย

แจ้งที่แสนสุดถวิล                             วากย์ว้า

ยามกินบเป็นกิน                               กินโศก

นอนดั่งนอนป่าช้า                            ชอกช้ำทรวงสลาย ฯ

      ไก้ฟ้าวานว่ายฟ้า                       หาวหน

หาสมรมายล                                    เถื่อนท้อง

เชิญชมพนารัญ                               เรียงรุ่น  รุกข์แฮ

ชมพิหคเหินร้อง                              ร่ายไม้  ไขเสียง ฯ

      พระโหยพระไห้ร่ำ                     รำจวน

พลางพระคำนึงนวล                        หนุ่มหน้า

บเหือดบหายครวญ                         ครางคร่ำ  อยู่แฮ

พระแต่โศกแต่เศร้า                         แต่สร้อยแสนทวี ฯ