จากการอ่านบทความจึงได้บทสรุปเกี่ยวกับผู้บริหารมืออาชีพดังนี้
ใครน่าจะเป็น CEO คนใหม่
การเปลี่ยนแปลงการจัดองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรเอกชน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องทำคือ เลือก CEO หรือผู้นำองค์กรสมัยใหม่มาบริหาร บริษัทเอกชนของไทยถ้าไม่เป็นบริษัทของผู้ถือหุ้นที่ผลัดกันมาเชยชม ก็เป็นองค์กรของรัฐ หรือธนาคารบางแห่งที่เอาคนของตนขึ้นมากุมบังเหียน แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
แต่สมัยใหม่ เราต้องใช้กระบวนการเลือกสรรที่ถูกต้องเพื่อให้ได้คนมาบริหารโดยวัดผลประกอบการ และอย่างอื่นประกอบกันอย่างยุติธรรม มิฉะนั้นจะทำให้คนที่เก่งๆ ไม่อยากจะมาทำเพื่อสานฝันโครงการองค์กรในรูปแบบใหม่ได้อย่างดี ก็ถึงคราวที่คนใหม่จะมาประสานดูแลงานต่อ แต่จะเลือกใครดี และผู้นำองค์กรแห่งนี้น่าจะมีข้อพิจารณาอย่างไรบ้าง จึงขอเสนอเป็นกรณีศึกษาดังนี้
1. ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล(Have a Far – reaching and Broad Vision) ในธุรกิจโทรนาคมคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความพิเศษอยู่ตรงสินค้าและบริการ เพราะเป็นสินค้าด้านเทคโนโลยีชั้นสูงจึงต้องหาคนที่ชอบ สนใจ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ รู้ลึก รู้จริง รู้จักคิด กระบวนการการเรียนรู้ใหม่ในโลกเทคโนโลยี จึงจะทำให้คาดการณ์อนาคตได้ว่า น่าจะไปในทิศทางไหน เพราะวิสัยทัศน์ที่ดีต้องมีรากฐานจากความรู้และความเข้าใจก่อน ไม่ใช่ใครจะมองอนาคตกันออกในทุกๆอุตสาหกรรม หลายคนที่ว่าแน่อาจตกม้าตายในธุรกิจที่ไม่รู้ความเป็นมาเป็นไปในโลกไฮเทค
2. ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาด(Marketing Expertise)เนื่องจากธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง การออกแคมเปญกิจกรรมทางด้านการตลาดนั้น ใช้วิธีที่แปลกแหวกแนวในการแย่งลูกค้ากันแบบไม่กะพริบตา คนกำหนดแผนและคุมบังเหียนยุคใหม่ต้องไม่ปล่อยให้การตลาดชี้นำ แต่ผู้นำต้องเป็นผู้ชี้เป้า และควบคุมการทำกิจกรรมไปยังแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ถ้าทีมการตลาดผลงานไม่เข้าตา ก็มีสิทธิ์ถูกเปลี่ยนเอเจนซีดูแลสินค้าได้ไม่ดี ก็มีสิทธิ์ถูกยกเลิกสัญญา ฉะนั้นด้วยทักษะการตลาดของผู้นำจึงจำเป็นต้องรู้ให้ลึก เพื่อตัดสินใจ
3. ต้องเป็นนักบริหารปกครองที่สื่อสารได้ดีเยี่ยม(Great Communication Skills) ปัจจุบันการนำองค์กรในยุคใหม่ มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็กลง คล่องตัว และนำวิธีการจัดการใหม่ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง หลังการเปิดเสรี การปรับโครงสร้างและการ Benchmaking กับคู่แข่ง คงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง การปรับองค์กรที่เคยปรับคราวละ 1 ปี ต้องเป็น 6 เดือน หรือการปรับทิศทางอาจจะมีความกดดันที่คู่แข่ง การสื่อสารเก่งทั้งกับพนักงานและกับสื่อมวลชนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้นำที่สื่อสารเป็นเยี่ยม จูงใจได้ยอด และทุกคนยอมรับ จะทำให้การปรับเปลี่ยนทิศทาง ทำได้อย่างราบรื่น ที่สำคัญสหภาพและคนภายในต้องยอมรับ
4. ต้องเป็นนักบริหารที่ชอบพัฒนาระบบ(Reengineering Expertise) ยกตัวอย่างองค์กรขนาดใหญ่อย่าง TOT เนื่องด้วยระบบการจัดการของTOT ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการพัฒนาระบบทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่จะต้องทำ Call Center ของภาครัฐให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้เก็บเงิน รวบรวมรายชื่อลูกค้าที่กำลังปรับปรุงและพัฒนา เหมือนที่ผู้นำทั่วโลกมักพูดว่า “ผู้นำต้องนำการเปลี่ยนแปลง” ต้องปรับระบบทุกอย่างเพื่อจะได้สู้กับคู่แข่งที่เป็นต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิในสมรภูมิจริงที่นับวันต้องแน่จริงจึงจะอยู่รอด
5. ต้องเป็นผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์(Ability to Create)ความคิดใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรม โทรคมนาคม อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และการจัดการโรงงานสมัยใหม่ มีความท้าทายในการจัดการและการแข่งขันสูง ฉะนั้นผู้นำยุคใหม่ จะต้องเป็นผู้นำทางด้านการจัดการสมัยใหม่ และเป็นผู้นำในเรื่อง Application มากกว่าเป็นผู้นำในเรื่องของ Hardware เพราะทุกอย่างเปลี่ยนใหม่ หาใหม่กันได้ตลอดเวลา งานหนักของผู้บริหารระดับสูงของทุกองค์กร คือ หาสินค้าใหม่มาสู่ตลาด ยกเลิกการจัดการของคอมพิวเตอร์ยุคเก่า นอกจากจะได้รายได้มากขึ้นยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่เห็นการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้นำ
ขณะที่ความเข้มข้นของการเลือกผู้นำขององค์กรรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเช่น TOT การบินไทย กสท. หรือที่ว่าจะมีตามมาอีกมากมายในอนาคต จะไปถึงจุดสำคัญซึ่งมีทั้งคนนอกและคนในขององค์กรนั้นๆ กำลังจะเข้ามาคนนอกอาจจะท้าทายมากกว่าคนใน เพราะต้องเรียนรู้ในในทีมบริหารและวัฒนธรรมองค์กร กว่าจะเสร็จ ลองผิด ลองถูก น่าจะถึงเกือบปี คนในก็เช่นกันเพราะงานที่ทำต้องเร็ว แรง และต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้ได้ งานที่ทำก็ต้องมีเป้า เพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น
งานที่ท้าทายคือ นักบริหารที่กำลังพิจารณาคัดเลือก CEO เพราะจะเอาข้อกำหนดและปัจจัยภายนอกมาตัดสินใจอย่างเดียวไม่ได้ หลายครั้งคนที่เก่งบางที่บางแห่งก็เคยตกม้าตายในสมรภูมิที่ไม่เชี่ยวชาญกันมามากต่อมาก ต้องเก่งทั้งบู๊และบุ๋น งานในอดีตที่เคยกำกับดูแล คงเป็นงานที่ต้องลงไม้ลงมือทำเอง และโชว์ความรู้ดังกล่าวข้างต้นให้เป็น KPIs ที่วัดผลได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นใคร เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
สรุปจากบทความข้างต้นถึงแม้จะเป็นผู้บริหารในรูปแบบเอกชน ภาคธุรกิจ แต่ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวงการทางการศึกษา หรือแม้กระทั่งผู้นำทางการศึกษาก็นำไปประยุกต์ใช้ได้ ให้เหมาะสมกับเป็นผู้บริหารมืออาชีพเพราะวงการศึกษาในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสูง แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีคุณธรรม จริยธรรมควบคู่ไปด้วย
อ้างอิงจากหนังสือผู้นำหลายมิติ มล.ชัยวัฒน์ ชยางกูง
อาจารย์คะ หนูส่งการบ้านแล้วนะคะ ไม่รู้ว่าตรงประเด็นหรือเปล่านะคะ ช่วยตอบด้วยนะคะถ้าไม่ถูกจะได้ส่งให้ใหม่คะ ขอบคุณคะ
ขอบคุณ คุณ kanlaya
ผมสรุปได้ดังนี้ครับ เพื่อสะดวกจำครับ
ผู้นำวิสัยทัศน์ เจนจัดสื่อสาร ทำงานอย่างเป็นระบบ ค้นให้พบความคิดสร้างสรรค์ รู้ทันการตลาด
โอ้โหคารมคมหอกมากๆ เลยค่ะ ผอ.พรชัย ขอยืมไปใช้บ้างได้ไหมค่ะ คงไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ ขอบคุณ
สวัสดีค่ะ
น้องจอมขวัญ กัลยา อาจารย์บอกว่าให้พี่อุ๋ยตอบแทน ตรงประเด็นเลยค่ะ..... เดะๆๆ
น้อง MK ของพี่ดวง ตำแหน่ง CEO ของ D......C จะเป็นของน้องในไม่ช้านี้ค่ะ เพราะน้อง MK มีครบทั้ง 5 ต้อง เลยค่ะ
ส่งเร็วทันใจ ไวจริง ๆ สวัสดีครับ
มาเยี่ยมชมแล้วครับ ok เลยครับ
รัฐบาลพยายามที่ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เป็นผู้ว่า CEO จริงไหมครับ
ขอบคุณ ผอ.พรชัยมากๆเลยค่ะ สรุปจับใจมาก ขอยืมไปใช้บ้างนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวน อยากได้คำแนะนำของ KM AND LO นะค่ะ ช่วยให้คำชี้แนะหน่อยนะคะ ใครตอบได้ช่วยหน่อยค่ะ