สมัยนี้มีการแข่งขันโครงงานคอมพิวเตอร์ของนักเรียนในทุกระดับ
ทั้งประถม มัธยม และอุดมศึกษา เพราะมีแหล่งข้อมูล
การสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ปลายเดือนมกราคม 2549
ผู้เขียนมีโอกาสเป็นกรรมการตัดสินโครงงานคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง
ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงานวันวิชาการที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ
นิยม ปัทมะเสวี
เด็กสมัยนี้เก่งกันทั้งนั้น ยิ่งได้รับการส่งเสริมจากครู ผู้ปกครอง และความสนใจของตัวเด็กเอง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ทุกคนรู้ว่าการหยุดนิ่ง ก็คือการถอยหลัง บางโรงเรียนสอนนักเรียนให้รู้จักการตัดต่อวีดีโอ สร้างภาพยนต์แอนิเมชัน และมัลติมีเดีย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ที่โรงเรียนอัสสัมชัญก็มีความก้าวหน้าด้านนี้ไม่น้อย
โครงงานของนักเรียนมีหลายแบบ
ขึ้นอยู่กับความสนใจ เช่น นายเก่ง ทำเกมจับผิดภาพ ด้วยโปรแกรม Flash
เหมือนที่พบจากตู้เกมใน BigC และมีตัวเลือกต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น
เวลาลดลง หรือขอตัวช่วยในกรณีหาไม่พบ จากการสอบถามพบว่า
นักเรียนศึกษาการเขียนโปรแกรมจากหนังสือหลายเล่มด้วยตนเอง
และพัฒนาจนโต้รุ่งอยู่หลายคืน เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับส่วนของ Action
Script ที่มีความซับซ้อน
หลังพัฒนาเสร็จได้เผยแพร่ให้เพื่อนในสถาบันเป็นวิทยาทาน
โครงงานเกี่ยวกับ Authorware
มีหลายโครงงานที่น่าสนใจ แต่โดยรวมแล้วเน้นด้านคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
(CAI : Computer Aided Instruction) ที่มีปฎิสัมพันธ์
หรือมีการโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์
โปรแกรมที่นักเรียนนำเสนอมักรับชื่อผู้ใช้ก่อนทำงานอื่น
มีแบบสอบก่อนเรียน หลังเรียน และบทเรียนแยกตามกลุ่มเนื้อหา
งานของทุกกลุ่มมีภาพกราฟฟิกที่สวยงาม และใช้ Flash
ประกอบการนำเสนออย่างต่อเนื่อง
พร้อมกับเสนอรายงานเป็นรูปเล่มประกอบการนำเสนอที่ละเอียดอย่างครบถ้วน
โครงงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ทุกกลุ่มเน้นการนำเสนอข้อมูลด้วยเทคนิคที่ตื่นตา
ข้อมูลที่นำเสนอมีความน่าสนใจ เช่น ความรู้เกี่ยวกับดวงดาว สุนัข เกม
หรือความรู้รอบตัว เป็นต้น ส่วนใหญ่พัฒนาด้วยโปรแกรม Dreamweaver
และใช้ Javascript ทำให้เป็น Dynamic Website ที่น่าชม
ต้องยอมรับว่าเด็กประถม หรือมัธยมสมัยนี้
เก่งกว่านักคอมพิวเตอร์ยุคเก่าที่ไม่สนใจพัฒนาตนเอง
เด็กต้องเรียนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน
รู้จักเลือกนำมาใช้กับชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องสำเร็จการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ หรือระบบสารสนเทศ
ก็สามารถเลือกศึกษา หรือใช้โปรแกรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้
เพราะความรู้ด้านนี้หาได้จากการอ่าน และทดลองปฏิบัติ
ซึ่งสนับสนุนคำว่า อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด