ผลงานวิชาการ เป็นผลพวงที่ได้จากการส่งเสริมศิษย์ให้มีสัมฤทธิผลทางการเรียนดีขึ้น

ปี 2552 ใกล้จะผ่านพ้น ซึ่งเป็นปีที่ประชาชนชาวไทยต่างร่วมใจกันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พ่อแห่งแผ่นดิน ที่ทรงมีพระชนมายุ   ครบ 82 พรรษา และอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ปีใหม่ 2553 แม้ว่าดวงตะวันจะเคลื่อนคลาวันเวลาจะเคลื่อนไป คนไทยควรจะหันมาดูตัวเองมากกว่ามัวไปดูคนอื่น เช่นเดียวกับคำพูดที่ได้ยินเสมอๆ ว่า คุณนะทำ  (อยากให้แต่คนอื่นทำ แต่ตัวเองไม่ทำ ควรจะปรับเปลี่ยนใหม่ว่า ฉันจะทำ)โดยเฉพาะความมีคุณธรรม การทำคุณงามความดี

       มีโอกาสตรวจผลงานวิชาการเพิ่มวิทยฐานะของครู (พ่อพิมพ์  แม่พิมพ์ ของชาติ) แต่ได้พบว่าผลงานวิชาการที่ปรากฏ เป็นไปตามข่าวคราวที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ ทางทีวี หรือข่าวเล่าขานกันจนหนาหู และเชื่อว่าครูของชาติจำนวนไม่น้อยที่หดหู่ใจ หวนคิดถึงครูที่ทุ่มเทให้แก่ศิษย์เมื่อย้อนเวลา 30 ปีที่ผ่านมา บัดนี้วัฒนธรรมของครูได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อครูเปลี่ยน.... ศิษย์ก็เปลี่ยน.... แล้วเหตุผลของวัฒนธรรมใหม่ก็มักจะได้ยินเสมอๆ ว่า ที่พร่ำอยู่นะมันยุคเก่า นี่มันยุคใหม่  จะให้เหมือนเดิมได้อย่างไร

      ยอมรับว่าผู้เขียนอยู่ระหว่างรอยต่อยุคเก่ากับยุคใหม่ จึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าใจหาย  น่าเสียใจยุคใหม่ค่อยๆทำลายวัฒนธรรมที่ดีงามในอดีตสู่วัฒนธรรมใหม่ที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

      ขอให้ครูของชาติ ที่ยังคงมีจิตใจที่ดีงาม จงรักษาวัฒนธรรมเดิมที่งดงามเอาไว้ แม้จะเป็นต้นโกงกางเพียง 1 ต้น ที่ต้านแรงกระทบกระแทกของกระแสน้ำทะเล เพื่อรักษาฝั่งทะเลไว้ ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเหลือไว้ต้านทานเลย

      ขอเอาใจช่วยครูที่มุ่งมั่นสอนศิษย์จนศิษย์ได้รับความรู้ ความสำเร็จ ด้วยอานิสงส์ที่ครูทุ่มเทคิดค้นวิธีการสอน หรือนวัตกรรมใหม่ๆ นำไปใช้สอนศิษย์จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก็จะส่งผลให้ครูได้นำมาเขียนเป็นผลงานวิชาการ เลื่อนวิทยฐานะของตนเอง พร้อมกับความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่า

        ทำไว้     ใช้งาน       การสอน

        อาทร.... ป้อนศิษย์    วิทย์...เพิ่ม

        ปรับแก้   แปรเปลี่ยน  เขียนเติม

        ส่ง...เพิ่ม  วิทย-         ฐานะตน        

      

       ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล จงดลบันดาลให้คุณครูที่คิดดี ทำดี จงประสบแด่ความสุขความเจริญ เป็นปูชนียบุคคลที่พึงเชิดชู นิรันดร....