วันก่อนพี่สาวที่หอพักเดียวกันถามว่า ได้ติดตามข่าวตำรวจซ้อมอาม้าหรือไม่ ผมตอบไปว่า ก็ติดตามอยู่แต่ไม่ตลอดรอดฝั่ง แต่ที่ทราบคือ อาม้ากับลูกเขยยอมรับว่า ไม่กล้าที่จะเอาเรื่องเพราะเขาเป็นตำรวจ เกรงว่าจะเืดือดร้อนในภายหลัง
วันนี้ขณะนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์มาลงที่รังสิต ผู้โดยสารสองสามคนขอลงที่คิวรถบ้านนา คนขับบอกขึ้นว่า อย่าช้านะครับ เพราะอะไรบางอย่างตรงนี้มันเยอะ
จากคำของคนขับ ทำให้ผมนึกเอะใจอยู่ แต่ก็คิดได้ในภายหลัง หวนนึกไปถึงคำที่ถามเพื่อนร่วมชั้นเรียนซึ่งเป็นรองผู้กำกับเมื่อวันก่อน "พี่..มีไหม..ตำรวจที่ไม่รับเงิน...หมายถึงบริสุทธิ์ตั้งแต่เริ่มบรรจุเป็นข้าราชการ" ได้รับการยืนยันจากพี่เขาด้วยคำตอบบางอย่าง อย่างไรก็ตาม เพื่อนต่างวัยอีกท่านหนึ่ง กำลังจะทำวิทยานิพนธ์เรื่องความยุติธรรม ผมก็ถามในวงกินข้าวอีกว่า พี่..ถามหน่อย ความยุติธรรมมีจริงหรือไม่ พี่ท่านนี้จบป.โทนิติศาสตร์ ผมได้คำตอบบางประการเช่นกัน ทำให้คิดไปว่า กรรมยุติธรรมหรือไม่ ถ้าความยุติธรรมมีจริง มันจะยุติธรรมแบบไหน หากไม่มีความยุติธรรมจริง หรือกฎหมายที่เขียนขึ้นย่อมเืื้อื้อประโยชน์ต่อผู้เขียน อย่างที่เพื่อนอีกท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในกระทรวงยุติธรรมกล่าว การจะกล่าวว่า กฎหมายยุติธรรมนั้น ค่อนข้างน่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม ถ้าหาความยุติธรรมบนฐานของมนุษย์ไม่ได้ กรรมล่ะ มีความยุติธรรมหรือไม่ เรามักได้ยินคำว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตอบสนอง ดูเหมือน กรรมจะยุติธรรม ทำให้ตีความไปอีกว่า ถ้าเราฆ่าคน เราก็ต้องถูกฆ่า ถ้าเราเชือดคอ เราก็ต้องถูกเชือดคอ แบบนี้ น่าจะเรียกว่า ยุติธรรม ผมเคยคิดอยู่เหมือนกันว่า "ยิ่งแสวงหาความยุติธรรม ความยุติธรรมยิ่งห่างไกล"
วันนี้ได้อ่านวิทยานิพนธ์ของ อาจารย์สมภาร เรื่อง อัตถิตากับนัตถิตาในพุทธปรัชญา ในบทนำ ได้กล่าวถึง พุทธศาสนาไม่ยอมรับทางสุดโต่งสองทาง และเสนอทางสายกลางที่ไม่ได้สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง ผมนั่งคิดตรึกตรองดู ถ้าความมีเท่ากับบวกหนึ่ง การไม่มีเท่ากับลบหนึ่ง พุทธศาสนาเสนอทางสายกลางระหว่างลบหนึ่งและบวกหนึ่ง นั่นก็แสดงว่า ไม่เห็นด้วยกับลบหนึ่งและบวกหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่า พุทธศาสนาเห็นด้วยกับความเป็นกลางที่รับได้ระหว่างลบหนึ่งและบวกหนึ่ง และคิดไปว่า ความยุติธรรมก็น่าจะเทียบกับลบหนึ่งและบวกหนึ่ง พุทธศาสนาคงไม่ยอมรับความยุติธรรมแบบนั้นกระมัง เพราะความยุติธรรมแบบนั้นมันสุดโต่งเกินไป หรือไม่ ความยุติธรรมแบบพุทธศาสนา น่าจะยุติธรรมแบบสายกลาง คือ รับกันได้ จึงน่าจะตอบได้ว่า ความยุติธรรมมีอยู่ระหว่างความมีอยู่และไม่มีอยู่
ถ้าอย่างนั้น ความยุติธรรมระหว่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กับราษฎรเต็มขั้น (คำของยายใฮ) ที่เป็นสายกลางคืออะไร.....
หมายเหตุ : ความเห็นทั้งหมดนี้ โปรดใช้วิจารณญาณ เพราะอาจอยู่ในกรอบของมิจฉาทิฏฐิได้ โปรดอ่านในฐานะเป็นความคิดเท่านั้น เวลาเปลี่ยนไป ความคิดก็เปลี่ยนไปตามกลางเวลานั้น
ขอบคุณครับผม