ชื่อเรื่องเล่า ปริญญาชีวิต (การสอนแบบบูรณาการวิชาการเลี้ยงผึ้ง)
เรื่องเล่าโดยสังเขป
(การวางแผนการปฏิบัติงาน) การสอนวิชาการเลี้ยงผึ้ง เริ่มต้นคือการทำแผนปฏิบัติการร่วมกันกับนิสิต โดยกำหนดให้นิสิตช่วยคิดผ่านกิจกรรม World Café จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ได้แบ่งสัดส่วนเป็น
- คะแนนสอบ ๓๐ คะแนน
- คะแนนไม่สอบ ๗๐ คะแนน
ในส่วนคะแนนไม่สอบจะมีเกณฑ์บังคับว่าต้องเขียน “สมุดแห่งการเรียนรู้” มาส่ง ทุกสัปดาห์ว่า "วันนี้จับประเด็นการสอนแบบไม่สอนของอาจารย์อะไรได้บ้าง" มีอะไรที่จะต่อยอดหรือนำไปปรับใช้ได้บ้าง วิธีสอนอย่างนี้จะช่วยให้นิสิตเริ่มคิดเป็นระบบได้
แต่ช่วงแรกนิสิตจะเขียนไม่ค่อยได้ เราก็เริ่มจากให้นิสิตเรียนรู้จากตัวเองก่อน เขียนเรื่องของตัวเองว่า "เจ้าเป็นไผ (คุณคือใคร)" "เจ้าจะไปไหน (จุดหมายปลายทาง)"
ในคาบที่เป็นปฏิบัติการจะให้เขามีส่วนร่วมตั้งแต่ตอนต้น (เป็นการเรียนแบบ Team Learning) โดยแบ่งนักศึกษาเป็น ๔ กลุ่ม คือ
๑) ฝึกจิต คือการทำ สมาธิแบบใดก็ได้ โดยทำตัวอย่างให้ดูก่อน ใช้เพลง “ดั่งดอกไม้บาน” เริ่มเพลงด้วย ...ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก... (มาจากเสถียรธรรมสถาน)
๒) อุ่นเครื่อง คือ การแสดงจินตลีลาประกอบเพลง
๓) ตระเวนข่าว ให้มาเล่าเรื่องเชิงบวกของเพื่อนในชั้นเรียน และมีนิทานประกอบจากผู้สอน ๑ เรื่อง เช่น เรื่อง อาลาดินกับตะเกียงวิเศษ เศรษฐีกับสีเขียว เป็นต้น
๔) สรุปเรื่อง ที่เรียนมาวันนี้โดยนิสิต ๑ คนของกลุ่ม.. (ทำตอนท้ายคาบเรียน)
วิธีสอนแบบนี้จะช่วยให้ นิสิตมีความสุข ไม่เครียด รู้สึกผ่อนคลาย การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อมีจิตใจที่มีความสุข ครูสมพรสอนว่า “น้ำขุ่นไม่เห็นตัวปลา น้ำใสจึงจะเห็นปลา จิตที่ขุ่นมัวจะไม่เกิดการเรียนรู้”
(การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน) ในสมุดแห่งการเรียนรู้ นิสิตจะมีเรื่องเล่ามากมาย จับประเด็นเรื่องที่สอนแบบไม่สอน (เช่น ฉายหนังให้ดู เรื่องเสียงกู่จากครูใหญ่ ครูสมพรสอนลิง สิ้นนาสิ้นชาติ ฆาตกรเงียบ มาร์ตินวิลเลอร์ ฝรั่งทำนาไร่หัวใจอีสาน) ในสมุดจะเห็นเรื่องของการพัฒนาผลการปฏิบัติ ว่ามีการเขียนที่มีการพัฒนาขึ้นหรือไม่
(การติดตามผลการปฏิบัติงาน) การเขียนสมุด เป็นการฝึกการถ่ายทอดความรู้ ของตัวเองไปสู่สาธารณชน โดยผู้สอนดูเรื่องปริมาณว่านิสิตสามารถเขียนมาได้มากน้อยแค่ไหน และดูด้านคุณภาพว่านิสิตมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างไร บางคนเขียนเพื่อแสดงตัวตนออกมา หลายคนมีเรื่องของสุนทรียะด้านการวาดภาพ บางคนจัดหน้าบันทึกให้สวยงามเว้นบรรทัดด้วยเพื่อให้เขียนเต็มเล่มสมุดแห่งการเรียนรู้เร็ว ๆ
ผู้สอนจะให้นิสิตเขียนลงสมุดการเรียนรู้ทั้งภาคการศึกษา แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนจะพัฒนาการสอนไปสู่วิธีการเขียนบันทึกลงบล็อก ใน Learner.in.th เพื่อเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ (นิสิตจะเขียนได้เมื่อตัวเองมีความมั่นใจ)
(การประเมินผลการปฏิบัติงาน) การประเมินผล ประเมินจากระดับคะแนนที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน ๗๐ คะแนนที่ไม่สอบ คือ
๑) ให้คะแนนสมุดแห่งการเรียนรู้ ๑๕ คะแนน
๒) ให้คะแนนการทำบล็อก ๑๐ คะแนน
๓) เข้าชั้นเรียน การทำกิจกรรมความรู้คู่ปฏิบัติ (Active Learning) ฯลฯ ๑๕ คะแนน
๔) การออกแบบและทำปฏิบัติการ ๑๐ คะแนน
๕) การเลี้ยงผึ้ง ๑๐ คะแนน
๖) งานบูรณาการวิชาการเลี้ยงผึ้ง กับความรู้ที่ฝังลึกของนิสิต ๑๐ คะแนน
เมื่อรวมกับคะแนนสอบ ๓๐ คะแนน แล้วไปให้เป็นเกรดเป็น A B C D ตามเกณฑ์
วิธีการสอนอีกอย่าง คือ การสอนให้คิดบวก เมื่อคิดบวก ความคิดดีคิดดีกกกกกก
ท่านอธิการบดี สุจินต์ จินายน ต้องการสร้างบัณฑิตในอุดมคติ ๕ ด้าน ได้แก่ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา แต่ไม่มีวิธีปฏิบัติ ผู้สอนก็นำมาประยุกต์โดยสอนตัวอย่างปฏิบัติและสอดแทรกคุณธรรมเข้าไป การที่จะสอดแทรกคุณธรรมเข้าไปผู้สอนจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง สิ่งที่ผู้สอนทำไม่ได้ก็จะไม่นำไปสอน นิสิตจะเรียนรู้จากที่ผู้สอนทำได้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สอนบอกหรือสอนแต่ตัวเองทำไม่ได้ วาทะของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา บอกว่า “ครูจะต้องไม่สอนในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้”
กรอบแนวคิดในการสอน
๑. บัณฑิตที่พึงประสงค์ ควรได้รับปริญญาสองใบ ใบที่หนึ่งคือ ปริญญาชีวิต เรียนรู้เรื่องการครองเรือน (เก่งครองชีวิต เก่งพิชิตปัญหา และมีคุณธรรม จริยธรรม) ใบที่สอง คือ ปริญญาวิชาชีพ (เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด)
๒. สอนเรื่องวิธีทำลายกำแพง สกัดกั้นศักยภาพของมนุษย์ ๖ ข้อ คือ ๑) ปรับเปลี่ยนวิธีคิด (Paradigm shift) ๒) เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ (Mutual trust/Respect for people) ๓) สอนเรื่องเคารพความรู้ในตัวตนมากกว่าตำรา ๔) สร้างเจดีย์จากฐาน ๕) ใช้ใจนำความรู้ตาม ๖) บรรยากาศของความไม่เป็นทางการสำคัญกว่าความเป็นทางการ
เทคนิควิธีการสู่ความสำเร็จ
- ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของผู้สอนก่อน
- ใช้แนวการสอนจิตตปัญญาศึกษา
- ให้ความรักก่อนให้ความรู้
- สร้างให้นิสิตศรัทธาต่อผู้สอน
- การมีส่วนร่วม
- ทำจากง่ายไปยาก
- คิดเชิงบวก (สร้างคุณธรรมจริยธรรมได้ เพราะว่าจะฝังความคิดนี้เข้าไปในจิตใต้สำนึก)
- คิดเชิงระบบ (บูรณาการ)
- ฝึกวิธีการถ่ายทอดความรู้จากตัวเองไปสู่ผู้อื่น
- การเขียนบันทึกลง Blog ฝึกการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
เรียน คุณน้อง
นำภาพมาประกอบครับ
เรียนท่านอาจารย์ JJ