ถึงแม้ผมจะชอบบอกชาวบ้านว่าผมสอน Appreciative Inquiry ยังไงยังไงก็จะเชิญผมไปสอนเรื่องอื่นอยู่ดีครับ ตัวอย่างเช่น ผมเคยถูกเชิญไปสอนในหลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำ ไม่เป็นไรครับว่าไป AI คือกระบวนการค้นหาสิ่งที่ work ที่สุดในระบบในทุกสิ่งครับ ผมตั้งตัวจาก Common Sense ครับ ผู้นำทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ ตอบง่ายๆมันอยู่ที่โจทย์แล้วครับ "ผู้นำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง" เปลี่ยนอะไรครับ เท่าที่ผมสัมผัสกับผู้นำครับขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงมีอย่างนี้ครับ
เปลี่ยนตัวเองได้ก่อน เลยไปเปลี่ยนคนไกล้ตัวมากที่สุด เช่นลูกค้า ลูกน้อง ต่อมาก็ผู้มีอำนาจสูงกว่า
เปลี่ยนแล้วเกิดอะไรดีขึ้น ก็ขั้นต้นงานราบรื่นขึ้น ส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น Productitivity หรือยอดขายสูงขึ้น ความก้าวหน้างานในเวลาต่อมาเลยมากขึ้นครับ ผมเคยไปทำ Workshop เรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (ตอนหลังขอเติม "ด้วย Appreciative Inquiry") กลุ่มเป้าหมายเป็นนักบริหารระดับกลาง ได้ผลที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. เปลี่ยนตนเอง ให้นึกถึงการเปลี่ยนแปลงตนเองครั้งไหน work ที่สุด จนนำมาสู่การเป็นหัวหน้าในปัจจุบัน
ผมยกตัวอย่างคนหนึ่งครับ เขาบอกว่าตอนแรกก็กินเหล้าทุกวันครับ พอวันหนึ่งเมียช่วยให้ไปซื้อนมให้ลูกปรากฏว่าไม่มีตังค์ต้องไปขอยืมเงินเพื่อน นี่ละครับเป็นจุดเปลี่ยน ตั้งแต่นั้นเลยรับผิดชอบมากขึ้น มีตังค์เหลือ และเขาบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของอาชีพเขาครับ ฟังไปกว่าสามสิบคนจะเป็นเรื่องการได้ดูแลคนอื่นๆครับ
2. เปลี่ยนลูกน้อง ต่อมาเป็นคำถาม "ให้นึกถึงครั้งที่คุณทำอะไรบางอย่างแล้วทำให้ลูกน้องเก่งขึ้นอย่างไม่เป็นมาก่อน"
ผลออกมาเป็นคล้ายๆกันครับ ถ้าลูกน้องผู้ชายก็ประมาณให้โอกาสไม่ยุ่งกับเขามาก ให้ความเชื่อมั่น และให้ลองทำดูเอง บางทีจะบอกว่า "น้อง น้องทำได้อยู่แล้ว" ถ้าเป็นผู้หญิง เช่นทำรองเท้าก็จะประมาณว่าให้ทำทีละขั้นจนกระทั่งชำนาญ ก็จะค่อยยกระดับไปเรื่อยๆ สรุปครับคนที่เป็นผู้นำรู้จักความแตกต่างระหว่างการฝึกลูกน้องผู้ชายและผู้หญิงครับ อันนี้ขอเน้นครับเป็นจุดร่วมที่น่าสนใจครับ ผมก็มีประสบการณ์เดียวกันเวลาฝึกคนในเครือข่าย AI Thailand
3. เปลี่ยนนาย ต่อมาเป็นคำถาม "ให้นึกถึงครั้งที่คุณเปลี่ยนใจผู้มีอำนาจสูงกว่าให้ฟังคุณ เอาครั้งที่ Work ที่สุด" จะออกมาคล้ายกันครับ เฃ่นมีรายหนึ่งค้นพบว่าสายการผลิตกำลังมีปัญหาครับ ก็หาทางเตือนผู้มีบริหารด้วยการไปนำเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดก่อน โดยบอกข้อดี จากนั้นก็จะให้ทางเลือกกับผู้บริหารครับว่า "พี่ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าไม่ work เราก็กลับมาใช้ของเดิมได้" ประมาณนี้ครับ สรุปคือผู้นำที่สามารถเปลี่ยนใจผู้บริการได้มักเป็นกรณีที่ไปยื่นข้อเสนอ + ประโยชน์+ ทางเลือกครับ
ผมได้บอกย้ำไปใน Workshop ครับให้เขาเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีคุณค่ามาก นอกจากนี้ผมยังให้เขาช่วยกัน Vote ว่าชอบเรื่องของใครมากที่สุด อย่างละสอง-ถึงสามคนจากนั้นบอก HRD ให้จดชื่อไว้เขียนในประกาศว่าถ้าใครเจอความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงให้เปขอเรียนรู้จากทั้งหกท่านนี้ได้ ซึ่งทั้งหมดก็ยินดีครับ
ในการทำ Workshop ในองค์กรด้านอื่นๆเช่นการตลาด ก็เปลี่ยนโจทย์ได้ครับเช่นลูกค้าที่สร้างมูลค่างาน ลูกค้ายากๆ อะไรก็ได้ครับ
ถ้าเป็นไปได้ และจดทันให้บันทึกไว้เป็น KM ของบริษัทได้ครับ ข้อมูลจากการทำ AI ไม่มีข้อมูลไหนที่เป็นอันตรายเลยครับ และที่สำคัญไปต้องใช้ตังค์สักนิดครับ
ใครมี workshop อย่างเล่ามาแบ่งปันพวกเรา เชิญเลยนะครับ
สิ่งที่ผู้เขาอบรมบอกว่าชอบคือ "ได้พูดทุกคน" ครับ อันนี้สำคัญครับ
เรียนท่านอาจารย์โย ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต้องแสดง ที่ ตัว ตน ก่อน ครับ
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ