ถ้าเปิดใจ ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ชีวิต
การจะศึกษาเล่าเรียนอะไรสักอย่าง ถ้ามีการบังคับ ผลักดัน หรือ ฝืนให้ชอบ การเล่าเรียนศึกษานั้นมักจะไม่ค่อยประสบผล เพราะผู้เรียนรู้เกิดการต่อต้าน ไม่ชอบ หรือ ไม่เห็นความน่าสนใจที่จะต้องเรียนรู้
ยิ่งถ้าเป็นการศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกิน ใช้ประกอบอาชีพ หรือ ทำเงินไม่ได้จะหาคนสนใจได้ยากเต็มที
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่สนใจศึกษาธรรม เพื่อที่จะได้เรียนรู้ชีวิตที่ยืมเขามาและไม่ใช่ของเราก็ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก
จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้ปฏิบัติธรรมมา การที่จะทำให้คนๆหนึ่งจะสนใจศึกษา ปฏิบัติธรรม แม้เป็นคนในครอบครัวก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลอย่างที่เราคาดหวัง แต่ก็คงต้องพยายามไปเรื่อยๆเพราะอย่างน้อยก็คงทำกรรมร่วมกันมา ช่วยได้เท่าไรก็ช่วยเต็มกำลัง มิพักต้องพูดถึงคนที่รู้จักกันที่เป็นคนนอกครอบครัวเรียกว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะทำให้คนเหล่านั้นมาสนใจศึกษาปฏิบัติธรรม
เท่าที่ผู้เขียนลองประเมินดูก็แทบจะไม่น่าเชื่อว่าผู้เขียนรู้จักคนที่ฝึกเจริญภาวนาอยู่แค่สองคน ทั้งๆที่ในชีวิตที่ผ่านมาเราก็น่าจะเคยเจอคนมามากพอสมควร แต่ในหมู่ผู้ปฏิบัติชอบก็เห็นจะมีอยู่พอสมควรแต่ไม่ได้รู้จักกัน

ธรรมนั้นก็มีหลายระดับ ตั้งแต่ถือศีล ทำบุญ ทำสมาธิหรือทำสมถะกรรมฐาน จนถึงการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อเจริญปัญญา เพื่อถึงที่สุดแห่งทุกโดยแจ้งพระนิพพาน
พ่อแม่ครูบาอาจารย์เคยสอนว่า ผู้รู้ควรยึดหลักไว้ว่า ธรรมควรสมควรบอกคนที่ควรบอก คนที่ไม่ควรบอกก็ไม่สมควรบอก
ในสังคมทุกวันนี้ หนังสือธรรมะ และ สื่อต่างๆก็มีมากมาย พระไตรปิฏกก็มีตั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ แต่การจะเริ่มปฏิบัติสำหรับคนๆหนึ่งก็ไม่ง่ายนัก การอ่านตำรามากมายแต่ไม่มีหลัก จับหลักไม่ถูกก็เหมือนความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
พอจะทำสมาธิก็มีทั้งมิจฉาสมาธิ และ สัมมาสมาธิ ถ้าทำโดยไม่มีโยนิโสมนสิการก็จะกลายเป็นเพิ่มกิเลสโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
พอจะเจริญสติก็มีทั้งสติแบบที่ใช้ทางโลก กับ สัมมาสติที่ใช้ระลึกรู้กาย และ ใจเพื่อพิจารณาให้เห็นไตรลักษณ์เพื่อให้เกิดปัญญา
บางทีเหมือนว่าทางที่ถูกมีนิดเดียว แต่ทางที่ผิดมากเหลือเกิน
ธรรมะถ้าไม่เปิดใจก็จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ หรือคนที่สนใจแต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร และ ปฏิบัติอย่างไรดี
อย่างไรผู้เขียนก็ขออธิษฐานจิตให้ผู้ที่สนใจในธรรม ได้เห็นร่องรอยที่ถูกที่ควร และ ปฏิบัติในทางสัมมาทิฏฐิทุกท่านนะครับ
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ
สวัสดีครับ
ได้อ่าน ได้ข้อคิด ได้แนวปฏิบัติ
ขอบคุณครับ
เรื่องนี้พูดยากจริงๆค่ะ รอเมื่อถึงเวลาที่เค้าเข้าใจและเปิดใจได้ จะดีที่สุดค่ะ
ถ้าเป็นให้ได้ซึมซับ สะสม เพาะบ่มตั้งแต่เล็ก น่าจะง่ายและได้ลุ้นกว่าค่ะ
ภาพงามมากๆ ค่ะ ดูแปลกตา ใช้เทคนิคอะไรคะ ... ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณท่าน รศ. พงศ์วัชร สิริจันทรวงศ์ ที่มาแสดงความคิดเห็นครับ
ธรรมรักษานะครับ
สวัสดีครับ คุณ poo
พูดยากเหมือนกันนะครับ
อาจจะขึ้นกับกรรมที่มี บุญ วาสนา บารมี และ กาลเวลาที่เหมาะสม
ขอบพระคุณสำหรับความเห็นนะครับ
ภาพนี้ตกแต่งให้เหมือนฟิล์มภาพยนตร์ครับ ภาพเดิมมาจากอินเตอร์เน็ตครับ
เป็นเรื่องของบุญบารมีที่สั่งสม... บังคับกันไม่ได้
นี่คือสัจธรรม....
dee จ้า หลาน phornphon ขอถามตรงๆว่าหลานเคยบวชหรือเปล่ากี่พรรษาจ๊ะ
สวัสดีค่ะ
คนที่ยังไม่ศรัทธาในพระศาสนา เหตุหนึ่งเพราะยังไม่พบทุกข์ค่ะ
ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า ทุกข์มีผล 2 อย่าง คือ ให้หลงใหล (จมอยู่ในทุกข์) และให้ใคร่หาทางออก
ผู้ที่ใคร่หาทางออกนี้จึงเข้าหาพระธรรม
องค์ธรรมจึงเกิดจากทุกข์ แล้วจึงเกิดศรัทธา แล้วจึงออกหากัลยาณมิตร เรื่อยไปจนเกิดโยนิโสมนสิการ จนเข้าสู่มรรคมีองค์แปด
.
การเจริญสตินั้น เป็นเรื่องที่เราควรทำอย่างสม่ำเสมอเพราะช่วยปิดกั้นไม่ให้เกิดกิเลสใหม่ แต่บางทีก็ยากนะคะ เพราะเรามักจับรูปนามที่หยาบๆได้ แต่รูปนามที่ละเอียดๆ บางทีเราจับไม่ทัน และไม่รู้ด้วยว่าเกิดรูปนามนั้นๆขึ้น เพราะทั้งนามทั้งรูปได้ดับไปเสียก่อน ก่อนที่เราจะระลึกรู้ เหตุเพราะจิตไม่มีความไวพอนั่นเอง หรือบางทีจับได้ทัน เราก็กำหนดสามัญลักษณะของนามรูปผิด เลยไม่รุ้ว่าเป็นสิ้งที่ควรละอีก
นอกจากเราจะฝึกอานาปนสติจนได้ญาณระดับสูงๆ (อยากบวชจัง จะนั่งฝึกทั้งวันเลย)
แต่
ถึงจะระลึกรู้ได้ทั้งหมด เราก็ลดได้เพียงกิเลส กับอาสวะ เท่านั้นค่ะ อนุสัยยังมีอยู่
เพราะอนุสัยจะค่อยๆจางคลายลงได้ ก็ต่อเมื่อเราฝึกอานาปนสติถึงขั้น 14 ไปแล้ว
(เฮ้อ อยากครองผ้าแบบชาววัตรทรงธรรมกัลยาณีเสียแล้วซี)
เจริญพรจ๊ะ
แวะมาเยี่ยมและอ่านแนวคิดดีๆ จากโยม ยังเต็มไปด้วยสาระธรรมเช่นเดิม
เจริญพร
สวัสดีค่ะ
ทางธรรม เรียกว่า เมื่อเหตุและปัจจัยถึงพร้อม มนุษย์ย่อมเข้าถึงธรรมะ ซึ่งเป็นความจริงแท้ค่ะ
ยกตัวอย่างตัวเองดีที่สุด หากแม่ไม่ด่วนจากไปแบบไม่ได้ร่ำลา ดูใจ (แม่นอนหลับไปเฉย ๆ ด้วยวัยเกือบ 80 ปี ทั้งที่แข็งแรงดี) คนไม่มีรากก็คงไม่ได้สนใจทางธรรม เพราะชีวิตโดยรวมก็สงบสุข มีขั้นตอนไปตามโลก(ย์) ไม่เคยเจอทุกข์รุนแรงแผ้วพานเลย
จนเมื่อทุกข์ เกิดคำถามกับชีวิต ... จึงค้นหาด้วยวิธีการต่าง ๆ และพบว่า พระธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ประเสริฐและมีคำตอบให้เราได้...
อีกข้อคิดหนึ่งก็คือ การชักชวนใครให้มาเข้าสู่ หนทางการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเพียร อาศัยความรัก เมตตา อดทนอย่างยิ่งยวด....
แต่สำหรับคนที่เรารัก... เราก็ต้องเพียรทำต่อไปอย่างไม่ลดละ...ไม่ใช่หรือคะ จนสักวันหนึ่ง เขาจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราหยิบยื่นให้....
วันนั้นเราจะเบิกบานอย่างแท้จริงค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ คุณธรรมทิพย์
ขึ้นอยู่กับ กรรม บุญ วาสนา บารมีนะครับ
แต่อย่างน้อยคนที่เรารู้จัก หรือ มีปัจจัยได้รู้จักกันก็จะบอกต่อตามสมควรไปเรื่อยๆครับ
สวัสดีครับ คุณพี่หมูจ๋า
ผมก็เคยบวชนะครับ แต่ตอนนั้นไม่รู้จักการปฏิบัติธรรม บวชก็เพื่อทดแทนคุณพ่อ แม่ และทำตามประเพณีครับ เลยไม่ได้ศึกษาอะไรเท่าไรและบวชแค่ประมาณ 9 วันครับ
ตอนนี้ก็เริิ่่มศึกษา ลงมือปฏิบัติมาได้ประมาณ 9 เดือนแล้วครับ
สวัสดีครับ คุณ kaniya
ทำได้เท่าไรก็เป็นกุศลกับเราแล้วนะครับ
อนุโมทนาบุญด้วยครับ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
ถ้าผู้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมก่อนมีทุกข์ก็จะดีมากนะครับจะได้ตั้งหลักทัน
ตอนนี้ผมก็ฝึกแบบสติปัฏฐาน เน้นกาย กับจิตเพราะอินทรีย์ยังอ่อนเพื่อจะเจริญวิปัสสนาครับ
เคยลองฝึกแบบอานาปานสติแต่ทำไม่ค่อยได้ครับ
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
นมัสการท่าน ธมฺมหาโสภิกขุ ครับ
ขอบพระคุณที่มาแสดงความเห็นนะครับ
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
"อีกข้อคิดหนึ่งก็คือ การชักชวนใครให้มาเข้าสู่ หนทางการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเพียร อาศัยความรัก เมตตา อดทนอย่างยิ่งยวด....
แต่สำหรับคนที่เรารัก... เราก็ต้องเพียรทำต่อไปอย่างไม่ลดละ...ไม่ใช่หรือคะ จนสักวันหนึ่ง เขาจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราหยิบยื่นให้...."
เห็นด้วยอย่างยิ่งและจะเพียรทำต่อไปนะครับ กับทุกคนที่เรารู้จัก