ฟังคุณสฤณี อาชวานันทกุล รายงานเรื่อง “อิทธิพลเหนือตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ไทย” ในการสัมมนาวิชาการประจำปี ของ TDRI (เรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความเป็นธรรมในสังคม) เมื่อวันที่ ๒๕ พ.ย. ๕๒   แล้วผมรู้สึกว่ากติกาต่างๆ ในสังคมไทย มันทำให้สังคมของเราเป็นสังคมผูกขาด


           คุณสฤณีวิจัยเรื่องตลาดหลักทรัพย์   ได้ข้อมูลที่ชี้ช่องว่าง ว่าระบบนี้ของไทยอ่อนแอ   เปิดโอกาสให้มีคนเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนแบบที่เป็นผลตอบแทนส่วนเกิน โดยใช้อิทธิพลเหนือตลาด และอิทธิพลเหนือองค์กร   เป็นสาเหตุให้ ตลท. ไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร    ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง   รายละเอียดอยู่ในรายงานฉบับเต็ม ซึ่งอ่านได้ที่นี่


          ความอ่อนแอนี้ อยู่ในโครงสร้าง ซ่อนอยู่อย่างมิดชิด เข้าใจยากหากไม่ใช่คนวงในจริงๆ  

          แต่เมื่อผมฟังการนำเสนอแล้ว ผมคิดว่ามีจุดอ่อนส่วนที่แก้ไขหรือป้องกันง่าย   คือเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ที่ขณะนี้มีตัวคนที่เป็นกรรมการทั้งของบริษัทหลักทรัพย์ และเป็นกรรมการในสภาธุรกิจตลาดทุนไทยด้วย    ซึ่งเป็น potential CoI

          ที่เป็นความอ่อนแอในโครงสร้างอย่างชัดเจน คือการที่ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นตลาดปิด หรือไม่เปิดเสรี   ผู้ซื้อต้องซื้อผ่านบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น   ทำให้โบรกเกอร์มีอำนาจมากเกินไป   มีโอกาสทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมง่าย   ในขณะที่ในสหรัฐอเมริกา มีการซื้อหลักทรัพย์โดยไม่ผ่านโบรกเกอร์ถึงร้อยละ ๕๐   และในยุโรป ร้อยละ ๒๐   เขาเรียกตลาดหลักทรัพย์ทางเลือก

          สรุปว่า เวลานี้ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีลักษณะผูกขาดอยู่มาก   และมีวิธีพัฒนาได้

 

วิจารณ์ พานิช
๒๖ พ.ย. ๕๒