ทุกคนคงจะรู้จักเครื่องดื่มยาคูลท์ใช่ไหมครับ? แล้วรู้หรือเปล่าว่ามีที่มาอย่างไร?
ผู้ผลิตยาคูลท์คือ ดร.มิโนรุ ชิโรต้า ท่านเกิดที่หมู่บ้านอินาดานิ แคว้นอีดะ เมืองนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อค.ศ. 1899
หมู่บ้านที่ท่านเกิดค่อนข้างทุรกันดาร เพราะเป็นพื้นที่ราบสูงล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง การเก็บเกี่ยวพืชผลไม่ได้มาก
ครอบครัวของท่านค่อนข้างมีฐานะในหมู่บ้าน มีอาชีพขายส่งกระดาษและเลี้ยงไหม พ่อแม่ทำงานที่ธนาคาร
ด.ช.มิโนรุเรียนที่โรงเรียนในหมู่บ้านถึงชึ้นป.2 จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนลิวโอดะ ซึ่งอยู่อีกซีกหนึ่งของภูเขา
มิโนรุเป็นเด็กซุกศน ชอบแกล้งเพื่อน แต่มีผลการเรียนดี เก่งคณิตศาสตร์ แต่ อ่อนภาษา ครูฮาชิซือเมะ ฟุคุยิจึงชักจูงให้สนใจในวรรณคดีและภาพยนต์เพื่อ เพิ่มพูนทักษะด้านภาษา
เมษายน ค.ศ. 1913 นายมิโนรุ สอบเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนอีดะ ซึ่งอยู่ ห่างจากหมู่บ้าน 16 กม. (สมัยนั้นต้องเดินไปเรียนอย่างเดียว ไม่มีรถ)
หลังเรียนจบมัธยม มิโนรุ เลือกิเรียนต่อคณะแพทย์ตามที่พ่อต้องการ โดย เลือกสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยในเขตเซนได เมืองมิมะ กิ (ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยโทโฮกุ)
ชีวิตมหาวิทยาลัยเป็นอิสระ ท่านมีเพื่อนฝูงมากมาย เวลาว่างจากชั่วโมง เรียนไปดูหนังกับเพื่อนๆ ที่ห้องพักมิโนรุ จะปูที่นอนตลอดเวลาทำให้ เพื่อนๆ ชอบมาร่วมตัวกันอยู่ที่นี้
ต่อมาญี่ปุ่นเกิดสงคราม มิโนรุเกลียดการทะเลาะวิวาทจึงย้ายไปอยู่เมือง เกียวโต และสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกียวโต เทอิ โคคุ ท่านเริ่มศึกษาวิชาแพทย์ อย่างจริงจังและได้รับการแนะนำจากอาจารย์คิโยโนะ เคนยิ ท่านสนใจศึกษาเกี่ยว กับเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโรคบิด, โรคท้องร่วงใน เด็ก เพราะในบ้านเกิดของท่านเด็กๆ ส่วนมากจะไม่ได้รับอาหารที่มี ประโยชน์ เพราะยากจน เมื่อป่วยเป็นโรคที่รักษาให้หายง่ายอย่างโรคบิด หรือ ท้องร่วงก็ไม่สามารถต้านทานให้หายได้ จึงอยากคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค ดังกล่าว
4 ปีในมหาวิทยาลัย มิโนรุ พยายามค้นคว้าให้ได้ตามที่หวัง เมื่อสำเร็จ การศึกษาแล้วก้ยังคงใช้ห้องทดลองจุลชีวะวิทยาของมหาวิทยาลัยต่อไปจนค้นพบว่า
"ในลำไส้คนเราจะมีทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี โดยจุลินทรียืที่ดีจะคอยควบ คุมไม่ให้จุลินทรียืที่ไม่ได้ทำงาน และจุลินทรีย์กรดนมก็เป็นจุลินทรีย์ที่ ดีของลำไส้ ดังนั้นท่านจึงนำจุลินทรีย์กรดนมในลำไส้ของคนเราออกมาเพาะเลี้ยง ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นและดื่มกลับเข้าไปเพื่อปราบจุลินทรีย์ที่ไม่ดี เป็นการ รักษาสุขภาพที่ดีของเราอย่างต่อเนื่อง"
มิโนรุ ได้ค้นคว้าทดลองเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์กรดนมให้แข็งแรงอย่างต่อ เนื่อง ในด้านชีวิตส่วนตัวมิโนรุรู้จักและสนิทสนมกับหญิงสาวชื่อโยชิเอะและ แต่งงานกันปี ค.ศ. 1929
ปีค.ศ. 1930 ท่านได้รับปริญญาเอก สาขาแพทย์ศาสตร์ และในที่ สุด ค.ศ. 1933 ท่านก็สามารถเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์กรดนมที่อยู่ในลำไส้ ให้มีชีวิตแข็งแรงได้เป็นผลสำเร็จ อาจารย์คิโยโนะ เคนยิ จึงตั้งชื่อ จุลินทรีย์ชนิดนี้ว่า "แลคโตบาซิลลัส คาเซ สายพันธุ์ชิโรต้า
ดร.มิโนรุ ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต แต่ ปณิธานของท่านยังไม่สัมฤทธิ์ผล ท่านทำการค้นคว้าต่อเพื่อให้ได้เครื่องดื่ม ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและมีรสชาติอร่อย จนในที่สุดกลายเป็น "ยาคูลท์"
ปีค.ศ. 1935 ท่านได้ตั้งสถาบันชิโรต้าที่แขวงโรนิน เมืองฟุคุโอกะ เป็น การเริ่มต้นธุรกิจยาคูลท์ โดยท่านจะฝึกพนักงานทุกคนให้รู้จักจุลินทรีย์กรด นม และประโยชน์ของมันก่อนที่จะให้พนักงานเหล่านั้นออกไปส่งยาคูลท์ให้แก่ชาว บ้าน แต่ไม่นานท่านก็ถูกหมายเรียกทหารให้เป็นแพทย์ทหารประจำกองทัพใน สงคราม
มิโนรุออกรบไม่นานก็ได้กลับบ้าน แต่ก็ถูกส่งไปเป็นศาสตราจารยืที่ประเทศ จีนอีก ท่านสอนนักศึกษาให้เป็นแพทย์ที่มีจิตใจดี คือ มีเมตตาจิต อ่อนโยนและ ตรวจรักษาอย่างเต็มที่ไม่ละเว้นแม้คนอย่างจน ในช่วงเวลานั้นสงครามรุนแรง ขึ้นเรื่อยๆ ทหารญี่ปุ่นบุกแผ่นดินจีน ท่านจึงลาออกจากมหาวิทยาลัยและเดิน ทางกลับญี่ปุ่น
เดือนมกราคม 1939 ศจ. ดร.มิโนรุก่อตั้งสถาบันมิโนรุขึ้นอีกครั้ง หนึ่ง และได้ขยายศูนย์การขายไปตามเมืองต่างๆ อีกด้วย ท่านทุ่มเทให้ยาคูลท์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
แต่ท่านยังรู้สึกสะเทือนใจที่เด็กในประเทศที่ไม่ได้รับสารอาหารที่มีประ โยชนืต่อร่างกาย ท่านจึงลดราคายาคูลท์ลดให้ใครๆ ก็สามารถซื้อได้
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้รับการเสียหายอย่างหนัก กิจการยาคูลท์จึงต้องปิดลงอีกครั้ง
หลังสงครามความหวังของท่านกับมาแจ่มชัดขึ้นอีก ท่านเริ่มเพาะเชื้อ จุลินทรีย์กรดนมที่มีในลำไส้ของคนเราอีกครั้ง จนในปีค.ศ.1950 ยาคูลท์ก็ เริ่มผลิตออกจำหน่ายด้วยความมุ่งมั่นที่จะขายเครื่องที่ดีมีประโยชนืในราคา ที่ใครก็สามารถซื้อหาได้
ปีค.ศ. 1955 ท่านย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ดตเกียวและตั้งชื่อว่า "บริษัท ยาคูลท์" เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าให้แพร่หลาย การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์แบบ เดิมๆ จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ท่านจึงค้นคว้าหาวิธีเลี้ยงจุลินทรียืก รดนมที่ได้ผลดียิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 1964ท่านก็ประสบความสำเร็จโดยเพาะเลี้ยง สาหร่ายคลอเรล่าให้เป็นอาหารเลี้ยงจุลลินทรีย์กรดนม
ด้วยความมานะอุตสาหะจนเป็นที่ยอมรับในฐานะนายแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ ในผลงานการค้นคว้าและการทำธุรกิจ ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ ชั้นที่ 4
ในปี ค.ศ. 1969 ดร.มิโนรุ ชิโรต้า ได้ดูแลและติดตามการเจริญเติมโตของ บริษัทตลอดเวลา จวบจนเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1982 ท่านก็ไปสู่สุคติ แต่ ยาคูลท์ยังคงอยู่ในกระแสความนิยมของประชาชนและแพร่หลายไปใน 23 ประเทศทั่ว โลก
ที่มาของ "ยาคูลท์
ยาคูลท์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย เฉลิมชัย เอื้อวิริยะวิทย์ · 24 พ.ย. 2552
kmGLE · 24 พ.ย. 2552
แหววคิตตี้ · 24 พ.ย. 2552
สิงขรศิลา · 24 พ.ย. 2552