ความจริงเเละความเชื่อเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
|
ความเชื่อ |
ความจริง |
|
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นในหน้าร้อนเท่านั้น |
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดได้ทั้งปีเนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อโดยได้รับเชื้อจากน้ำลายสัตว์ป่วยไม่ใช่เกิดเพราะความเครียดเนื่องจากความร้อน
|
|
เมื่อถูกสุนัขกัดต้องใช้รองเท้าตบแผลหรือใช้เกลือขี้ผึ้งบาล์มหรือยาฉุนยัดลงในแผล |
การใช้รองเท้าตบแผลจะทำให้แผลช้ำเชื้อกระจายไปรอบบริเวณแผลได้ง่ายและอาจมีเชื้อโรคอื่นทำให้เกิดการอักเสบของบาดแผลหรือเกิดบาดทะยักได้เกลือหรือยาฉุนอาจมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่ไม่ควรใส่ลงในแผลควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่หลายๆครั้งเพื่อช่วยล้างเชื้อออกแล้วใส่ยาใส่แผลเช่นทิงเจอร์ไอโอดีนหรือแอลกอฮอล์ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ |
|
การรดน้ำมนต์ช่วยรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้เมื่อถูกสุนัขกัดการฆ่าสุนัขนั้นให้ตายแล้วนำตับสุนัขมารับประทานคนจะไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า |
การรักษาผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าที่ได้ผลดีที่สุดคือได้รับการฉีดวัคซีนทันทีเมื่อสัมผัสโรคเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคแต่ถ้าไม่ได้รับการฉีดวัคซีนปล่อยให้เชื้อเข้าสู่สมองจนถึงขั้นแสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้าแล้วไม่มียาใดๆรักษาได้เนื่องจากเชื้อไปทำลายสมองทำให้ผู้ป่วยแสดงอาการคลุ้มคลั่งและตายในที่สุดเนื่องจากกล้ามเนื้อทุกส่วนเป็นอัมพาตดังนั้นการรดน้ำมนต์ไม่สามารถรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้ |
|
เมื่อถูกสุนัขบ้ากัดการตัดหูตัดหางสุนัขนั้นจะช่วยให้สุนัขไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า |
สุนัขหรือสัตว์อื่นที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดหากไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนควรทำลายทิ้งแต่หากต้องการรักษาชีวิตสัตว์นั้นไว้ควรฉีดวัคซีนทันทีแล้วกักสัตว์ไว้ดูอาการอย่างน้อย 6 เดือนหรือขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
|
|
คนท้องไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า |
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าปัจจุบันมีความปลอดภัยสูงฉีดได้แม้ในคนท้อง
|
|
สุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการดุร้ายตัวแข็งหางตกเท่านั้น |
อาการโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขมีทั้งแบบซึมและแบบดุร้ายแบบซึมสุนัขจะหลบซุกตัวในมุมมืดถ้าถูกรบกวนอาจจะกัดต่อมาจะเป็นอัมพาตแล้วตายบางตัวอาจแสดงอาการคล้ายกระดูกหรือก้างติดคอทำให้เจ้าของเข้าใจผิดพยายามล้วงปากสุนัขเพื่อหาเศษกระดูกจึงไม่ควรล้วงคอสุนัขหากจำเป็นควรใส่ถุงมือทุกครั้ง |
|
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นในสุนัขเท่านั้น |
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นได้ในสัตว์เลือดอุ่นเลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดแต่พบมากที่สุดในสุนัข
|
|
วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าฉีดรอบสะดือ 14 เข็มหรือ 21 เข็มถ้าหยุดต้องเริ่มต้นใหม่ |
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในปัจจุบันมีคุณภาพดีฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนหรือใต้ผิวหนังเพียง 5 เข็มและไม่ต้องฉีดทุกวัน |