คู่มือมนุษย์ =====> ที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ควรอ่าน
เรียนเพื่อน ๆชาวBlogวันนี้ขอนำเรื่องราวที่ได้อ่านมาเล่าให้เพื่อน ๆเรื่อง “คู่มือมนุษย์” ของท่านพุทธทาสภิกขุ ในหนังสือคู่มือมนุษย์โดยท่านพุทธทาสภิกขุได้บรรยายไว้มีทั้งหมด 9 เรื่อง ได้แก่
1. ท่านชอบพุทธศาสนาในเหลี่ยมใด... สรุปได้ว่า...พุทธศาสนานั้นมี ลักษณะหลายเหลี่ยม หลายมุม เหมือนภูเขาลูกเดียวที่มองจากทิศต่าง ๆกัน ก็เห็นรูปร่างต่าง ๆกัน ได้ประโยชน์ต่าง ๆกัน แล้วแต่ใครจะมองอย่างไร เช่น
- เหลี่ยมที่พุทธศาสนา เป็นแห่งศีลธรรม (Moral)
- เป็นสัจธรรม (Truth) คือความจริงที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องของความว่างเปล่าของสรรพสิ่งทั้งปวง
- พุทธศาสนาในฐานะ เป็นศาสนา (Religion) คือส่วนที่เป็นตัวระเบียบปฏิบัติได้แก่ ศีล สมาธิปัญญา จนผลหลุดพ้น
- ในเหลี่ยมที่เป็น จิตวิทยา (Psychology)
- ที่สำคัญที่สุด คือ พุทธศาสนาเป็นเหลี่ยมที่ชาวพุทธสนใจที่สุด ซึ่งหมายถึง วิธีปฏิบัติที่ให้ความรู้ความจริงว่าสิ่งทั้งปวงคืออะไร จนถอนความยึดถือ ความหลงใหลต่าง ๆ ออกมาจากสิ่งทั้งปวงได้ และยังมีเหลี่ยมอื่น ๆ อีก
สรุปพุทธศาสนาตัวแท้ คือ การปฏิบัติด้วย กาย วาจา ใจ ชนิดที่ทำลายกิเลส การบากบั่นกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป
2. พุทธศาสนาบ่งชี้อะไร? หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฏก ล้วนระบุให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เช่น หลักอริยสัจ 4 ประการ และมีเรื่อง ไตรลักษณ์มีหลักในเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนันตตา บอกให้ทราบว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไรที่เราควรเข้าไปยึดถือ ยึดมั่นว่าเป็นตัวเราหรือเป็นของเรา
สรุปพุทธศาสนา คือ วิชาและระเบียบปฏิบัติที่ทำให้เรารู้ได้ว่าอะไรเป็นอะไร เราปฏิบัติสิ่งนั้นได้ถูกต้อง ได้ด้วยตัวเรา ทำให้กิเลสจากตัวเราหมดไปนั้นเอง
3. ลักษณะสามัญของสิ่งทั้งปวง ลักษณะที่เรียกว่าไตรลักษณ์ มี 3 ประการ คือ
- ความเป็นอนิจจัง หมายความว่า สิ่งทั้งหลายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีความคงที่
- ทุกขัง แปลว่าเป็นทุกข์สิ่งทั้งหลายมีลักษณะเป็นทาส
- อนัตตา คือทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความหมายแห่งความเป็นตัวตน ไม่มีลักษณะอื่นที่ยึดถือได้ว่าเป็นตัวเรา เพราะความไม่รู้
4. อำนาจของความยึดติด ในพุทธศาสนา==> อุปาทาน แปลว่า ความยึดติด โดยจำแนก เป็น 4 ประการ
1)กามุปาทาน คือ ยึดมั่นความรักใคร่ คิดเห็นในสิ่งที่น่ารัก น่าพอใจ ในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ในปัจจุบันเพิ่มมาอีกคือ ธรรมารมณ์ เกี่ยวกับวัตถุภายนอกหรือภายใน เป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจที่เป็นอดีตและอนาคต
2)ทิฏฐะปาทาน คือยึดติดในทิฏฐิ ความคิดเห็นที่ตนมีอยู่เดิม ๆไม่ยอมใครง่าย ๆ
3)สีลัพพตุปาทาน ถือมั่นในการประพฤติกระทำที่สืบกันมาอย่างงมงาย ไร้เหตุผล
4)อัตตวาทปาทาน คือ ความยึดมั่นว่าตัวนี้มีความสำคัญ ความเป็นตัวตนซึ่งทำให้เกิดความทุกข์
ดังนั้นถ้าจะเป็นสุขได้ ต้องให้จักหลุดพ้นจากอุปาทาน จิตหลุดพ้นจากความยึดมั่น จิตไม้ผูกพัน ไม่ตกเป็นทาสของโลกหรือพ้นโลก ดังนั้นการหลุดพ้นจากการยึดมั่นที่ผิด ๆ จึงเป็นใจความสำคัญของพุทธศาสนา
5. ขั้นตอนของการปฏิบัติศาสนาเกี่ยวกับเรื่อง
1)ศีล คือ การปฏิบัติดี ประพฤติถูกต้อง ตามหลักทั่วไป ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน
2)สมาธิ คือการบังคับจิตใจของตนเองให้อยู่ในสภาพที่จะทำประโยชน์ให้มากที่สุดตามที่ตนเองต้องการ
3)ปัญญา คือ การฝึกฝน อบรม ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจอันถูกต้อง และสมบูรณ์ถึงที่สุดในสิ่งทั้งปวงตามที่มันเป็นจริง เป็นหลักปฏิบัติของศาสนา
6. คนเราคิดอะไร? คนยึดติดกับอุปทานที่ตั้งของอุปทาน คือ โลก หมายถึง สิ่งทั้งปวงทั้งสิ้นรวมกัน
การจะรู้จักโลก “ต้องอาศัยสติปัญญาของคน” พุทธศาสนาได้จำแนกโลกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ
1) รูปธรรม หมายถึง สิ่งที่เป็นวัตถุ
2) นามธรรม หมายถึง จิตใจ ซึ่งมี 4 ส่วนรวมกับ รูปธรรม เป็น 5 ส่วน เรียกว่า “เบญจขันธ์หรือ ขันธ์ 5” ดังนั้นคน “ยึดติดกับโลก” การดูโลกคือดูคนเพราะปัญญาอยู่ที่เรื่องของ“คน”เพราะคน“อยากมี”และ“อยากเป็น” “อยากไม่ให้เป็น” ล้วนทำให้เกิดทุกข์ เพราะยึดติดใน “เบญจขันธ์”
7. การทำให้รู้แจ้งตามวิธีธรรมชาติ: สมาธิที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จะพอเหมาะสมแก่กำลังของปัญหาที่จะทำให้การพิจารณาและขณะที่ "จิตเป็นสมาธิ" เต็มที่นั้น ย่อมเป็น "ความสุข+ความสบาย" ซึ่งทำให้เกิดความพอใจ ฝึกสมาธิตามแนววิธีเทคนิคและรู้จักประคับประคอง ทำให้สมาธิเกิดและเป็นไปได้ดี ทำให้เกิดปิติปราโมทย์ ทำให้จิตใจแจ่มใส สดชื่น มีจิตใจสงบ เป็นเหตุให้จักมีสมรรถภาพเป็นของขวัญที่ธรรมชาติมีให้สำหรับทุกคนโดยแท้
8. การทำให้รู้แจ้งตามหลักวิชาทางพุทธศาสนา ได้วางระเบียบปฏิบัติเพื่อทำให้รู้แจ้ง เรียกว่า “วิปัสสนาธุระ” ซึ่งเป็นการเรียน จากภายใน คือ อบรมจิตใจ เป็นการตั้งใจทำให้ดับทุกข์ เพราะวิปัสสนา หมายถึง การรู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งเกิดจากจิตใจที่ปราโมทย์ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องเศร้าหมองใจ โดยมีศีลและสมาธิปัญญาเป็นที่อยู่อาศัยของวิปัสสนา ดังนั้นจะสามารถ กำจัดความโง่ ทำให้เห็นแจ้ง เกิดความรู้แจ้งในสิ่งทั้งปวง กำจัดกิเลส จิตไม่มีตัณหา ไม่มีความอยาก ไม่มีความทุกข์ซึ่งเป็นคำสอนทางพุทธศาสนา
9. ลำดับแห่งการหลุดพ้นจากโลก : คนจะหลุดพ้นทุกข์ได้โดยใช้วิธีการ ยกระดับจิตให้สูงขึ้น จนทำให้ขนาดของความทุกข์ครอบงำไม่ได้ พ้นทุกข์ รู้แจ้งว่าไม่มีอะไรน่ายึดถือ สิ่งต่าง ๆ ในโลก ไม่มีอิทธิพล ทำใจให้ หลงรัก หลงชัง พ้นจิตที่อยู่เหนือโลกเรียกว่า “โลกุตกรภูมิ” ซึ่งมี 4 ชั้น โดยกิเลสเป็นตัวแบ่งความแตกต่าง และกิเลสยังแบ่งออกเป็น 10 อย่าง เรียกว่า “สังขโยชน์” ซึ่งแปลว่า “เครื่องผูกพันอย่างพร้อมพรั่ง” ผูกพันคนหรือสัตว์ทั้งหลายให้ติดกับโลกและเป็น “โลกิยภูมิ” ถ้าตัดกิเลสออกไปได้ก็ถือว่า “จิตหลุดไป” เป็น “โลกุตภูมิ” ที่สมบูรณ์ คือเป็นพระโสดาบัน จากกิเลสทั้ง 10 อย่าง เขาสามารถกำจัดออกไปได้ จิตใจสูงขึ้น โดยเฉพาะกิเลสตัวที่ 10 คือ อวิชา แปลว่า ภาวะที่ปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง ถ้าปฏิบัติได้==>ความทุกข์จะลดลงเพราะ ความพอใจและไม่พอใจในโลก “ไม่สามารถ” ครอบงำจิตใจได้อีกต่อไป "ความทุกข์ลดลง==>ความสุขจึงเกิด" นะคะ
หวังว่าที่พี่ได้อ่านแล้ว ==> สรุปมาจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านนะค่ะ
Somsri Nawarat
081-9435033


สมศรี นวรัตน์ รพ.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
Tell. 081- 9435033
ขอบคุณครับ ละเอียด ครบถ้วน สมบูรณ์ ใครไม่ได้อ่านเสียใจแน่เลย
สาธุครับ
เคยศึกษาทั้ง 2 เล่มเลยครับ
ขอบคุณครับ
เรียนคุณพรชัย + คุณบุษรา + คุณ Phrnphon และพิเศษที่สุดสำหรับคุณบวร นะคะ
- ก่อนอื่น >>> สิ่งแรกคือ ขอขอบคุณทั้ง 4 ท่านด้วยความจริงใจนะคะ
- สำหรับ“คำชมและสิ่งที่Feedback”คือ Reward สำหรับพี่เปิ้นนะคะ
- จะพยายามเขียนบทความที่สร้างสรรค์(Creative) สำหรับสังคม (เล็กอย่างพวกเราต่อไปนะคะ)
- ทุก ๆคน “มีสิทธิมีสุข” คะจากหนังสือ “ศิลปะแห่งความสุข” (The Art of Happiness) โดยท่าน ดาไลลามะ ที่14 (จะพยายามอ่านให้จบแล้วสรุปมาให้อ่านนะคะ)>>> เพราะว่าพี่เปิ้นต้องส่งการบ้านท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ เรื่อง ทุนแห่งความสุข(Happiness Capital) ตาม Concept + Theory ของท่านอาจารย์ คือที่กำลังเรียน Ph.D กับท่านอาจารย์(ไม่รู้ว่าจะจบหรือไม่ >>>แต่จะพยายามให้ มาก ๆคะ)
- อยาก(Want) + ต้องการ(Need) + พยายาม (Try&Try)>>>>> ฝึกจิต “ให้เป็นสุข” นะคะ(รวมพี่เปิ้นด้วยคะ)
- แต่การฝึกจิตนั้น “ทำได้ไม่ง่ายนัก” >>> แต่ก็ “ไม่อยากเกินไป”ที่จะฝึกทำ >>> ฝึกทำ นะคะ
- เป็น“กำลังใจ” ให้กันและกัน แค่นี้ก็คือ Happiness + Passion คือสิ่งที่ออกมาจากจิตใจ(จิต+หัวใจ) จากข้างใน(ของพวกเรา) แล้วละคะ
- อ้อ >>> อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ โดยเฉพาะทั้ง 4 ท่านนะคะ
- ที่สำคัญที่สุด "ท่านทั้ง 4 " เปรียบเสมือนแก้วน้ำ "ที่มีน้ำเพียงครึ่งแก้วอยู่ตลอดเวลา" ที่ไม่เต็มแก้วสักที่ นั้นคือท่านคือ "ผู้ใฝ่รู้" พยายามที่จะหาน้ำมาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา = Life Long Learning ค่ะ
ขอขอบคุณจากใจจริง
พี่สมศรี(พี่เปิ้น) รพ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
น้อง Phornphon
- ดีใจจังเลย....ที่ท่าน ได้ อ่านทั้ง 2 เล่ม(เล่มใหญ่+เล็มเล็ก)
- ขอบคุณค่ะ