ความคงอยู่..กับการจากไป..ไม่มีอะไรแน่นอน..

..อันว่า เพลงชาวบ้าน เพลงชาวทุ่ง เพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง..น่าจะมีจุดเริ่มมาจากราษฎรแท้ๆ..(ซึ่งไม่เกี่ยวกับคณะใดๆ)เพราะการสรรหาความบันเทิงจากศิลปะของการใช้ภาษาเนี่ยเป็นเรื่องของคนมีหัว..แบบว่าแต่งเองร้องเอง เมื่อทำจนชำนาญใช้ประโยชน์แค่ความสำราญส่วนตัวแล้ว..เกิดมีผู้ชื่นชอบยอมรับ..ก็เลยใช้หัวสร้างรายได้..คือสร้างความสุขใจให้ตนเองแล้วยังเผื่อแผ่ให้คนอื่น(ที่มีหัว)สุขด้วย..แรกๆในหมู่ชาวบ้านก็สนใจชอบในอรรถรสของเนื้อหา แบบชาวบ้านชาวชนบทบ้าง.. ทำนองเพลงบ้างซึ่งเดิมที ส่วนมากมักเลียนแบบทำนองเพลง(ของชนชั้นสูง คนเมือง คนต่างด้าว)อื่นไปก่อน..มีเหมือนกันที่จะมีครูเพลงซึ่งเดิมก็เป็นชาวบ้านนอก แต่ได้มีโอกาสร่ำเรียนและรับราชการ..พอรับใช้งานเจริญก้าวหน้า แล้วก็นำความรู้นั้นมาประกอบกับอดีตของตน..ก็จะมีลักษณะเป็นเพลงชาวบ้านระดับครู..อีทีนี้ เมื่อทำไปทำมาเพลงแบบนี้เกิดขายได้..เพราะขายถูก ขายง่าย ขายให้กลุ่มเป้าหมายใหญ่..จึงมีผู้สนใจทำธุรกิจด้านนี้..ทั้งแต่งเพลง แต่งทำนอง ร้องเพลง จัดประกวดประขันกัน ที่หัวเสธ หน่อยก็ตั้งตัวเป็นนายทุนให้ก่อนบ้าง ที่ฉลาดมากก็ถึงกับยื้อแย่งรวบรวมคนเป็นสังกัดเพื่อบริหารจัดการ..ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน..ทีนี้ไม่เอาแล้วอาชีพชาวนา ชาวไร่..ลงทุนกันเป็นคณะเป็นวงดนตรี..เขาว่าถึงกับขายสมบัตินาไร่กันทีเดียว..ก็เข้าสู่วงจรธุรกิจมีการจำแนกสายสร้างความนิยม..ที่เขาเรียกว่าการตลาด..แต่อย่าลืมว่า สำนึกเดิมของ ชาวบ้านที่มีศีลมีธรรม และครูเพลงเก่าๆ เขาผูกพันต่อความดีงาม ความเป็นธรรมชาติชนบท ความเรียบง่าย เมื่อเขายังมีชีวิตมีบารมี ก็พยายามเข้ามาจัดสรรให้เป็นไปตามความเชื่อความรู้สึกนั้น..หลายท่านที่พยายามจนแม้แก่เฒ่าเหลาเหย่ก็ยังไม่วาย..อันนี้เป็นพระคุณยิ่งใหญ่..จนถึงทุกวันนี้..เกิดวงการเพลงลูกทุ่งที่ยิ่งใหญ่มาก..นักร้อง นักแต่งเพลง มีมากมาย..ไอ้ที่เกิดแล้วรุ่ง ร่ำรวยมีชื้อเสียง ก็มีมาก..ประเภทที่โผล่ๆผลุบๆก็ไม่น้อย..เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา..จนเกิดคตินิยม น้ำขึ้นให้รีบตัก..จนแม้ประเภทพวกอุตริ วิตถาร พิสดาร..ก็มีให้เสพ..ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามธรรมดาของโลกธรรม8..ในส่วนตัวผมก็ยังดีใจอยู่ว่า เพลงลูกทุ่งไทย มันคล้ายกับว่าจะมีแบบแผนที่จะเป็นแนวทางอนุรักษ์ภาษาไทย ของเราคนไทยไว้ได้..อยู่บ้าง..แต่จะเป็นไปตามนั้นได้นานซักแค่ไหน?..อันนี้ก็ยังไม่ค่อยจะแน่ใจ..เหมียนกลัลลล์..แหะ แหะ..