แปลงแผนยุทธศาสตร์ มวล. สู่การปฏิบัติ

        เมื่อวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2552 ผมได้มีโอกาสเป็นผู้แทนของหน่วยงาน “ส่วนส่งเสริมวิชาการ” ในการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “WU Planning Model: แปลงแผนยุทธศาสตร์ มวล. สู่การปฏิบัติ” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม “Best Western Premier Supalai Resort & Spa” ในเขตอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมี “ส่วนแผนงาน” เป็นหน่วยงานเจ้าภาพที่จัดขึ้น การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งสำคัญของมหาวิทยาลัยในการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนให้กับมหาวิทยาลัย บุคลากรหลายฝ่ายให้ความสนใจเข้าร่วมประชุม ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารทุกระดับ คณาจารย์และบุคลากรสายปฏิบัติการ รวมแล้วประมาณ 100 กว่าคน

       ความเป็นมา-เป็นไป
       จุดเริ่มต้นของการประชุมครั้งนี้ เนื่องมาจากแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ตามที่ได้กำหนดไว้ในตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 – 2555 ยังไม่นำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนนัก อีกทั้งแผนปฏิบัติการประจำปีที่เป็นอยู่ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับหน่วยงาน ยังไม่ได้เชื่อมโยงไปสู่แผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยและเป็นไปตามกรอบการพัฒนามหาวิทยาลัยเท่าที่ควร นอกจากนี้ตัวบ่งชี้ก็ยังไม่สะท้อนภารกิจและครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการรวมพลังจากทุกฝ่าย เพื่อร่วมกัน “แปลงแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไปสู่การปฏิบัติให้มีความชัดเจนขึ้น” โดยร่วมคิดร่วมพิจารณากลยุทธ์ กำหนดมาตรการ วัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดในระดับมหาวิทยาลัยภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ตามที่ได้มีการกำหนดไว้แล้ว ผลที่ได้จากการระดมความคิดร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นใช้เป็นกรอบสำหรับทุกหน่วยงานเพื่อนำไป “จัดทำแผนปฏิบัติการรายปีของหน่วยงาน” ให้สอดรับซึ่งกันและกัน สุดท้ายเพื่อไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยดังที่ระบุไว้ว่า “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นองค์การธรรมรัฐ เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล

       การเดินทางไป
       การเดินทางเริ่มต้นขึ้นในเวลาเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2552 พาหนะสำหรับการเดินทางไปสัมมนาครั้งนี้ คือ รถทัวร์ รวมทั้งหมด 2 คัน ล้อรถหมุนจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เวลา 07.00 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ผมนั่งคู่กับ “อ๊อดคุง” คุณนันทวัฒน์ ฟองมณี ซึ่งเป็นน้องที่ทำงานเดียวกัน ทำงานสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ PBL และจะพักด้วยกันในครั้งนี้…ตามแผนการเดินทางจะไปถึงจุดหมาย จ.ภูเก็ต ในเวลาเที่ยงตรง รวมเวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง แต่...ผลปรากฎว่าการเดินทางครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนด เพราะหลังจากออกรถไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางรถคันที่ผมนั่งไปด้วยเกิดเสีย เนื่องจาก “น็อตเกียร์หลุด” ฟังดูแล้วก็ตลกไม่ออก กว่าจะซ่อมเสร็จใช้เวลา 1 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ารถจะเสีย แต่คนที่นั่งอยู่บนรถไม่ได้ทำให้เสียบรรยากาศไปด้วย เพราะต่างเพลิดเพลินกับการร้องเพลงและดูหนังภายในรถทัวร์ โดยมี “บุ๋ม” คุณจรรจิรา คุ้มสุข” สาวมั่นจากส่วนวิเทศสัมพันธ์ ได้คอยดูแลและบริการด้านอาหารการกินอย่างแก่พวกเราอย่างดี....หลังจากรถซ่อมเสร็จเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันต่อ เมื่อไปถึงเขตจังหวัดพังงา รถทัวร์ได้จอดให้พวกเราลงที่ปั้มน้ำมัน เพื่อยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ ผมกับอ๊อดคุงเดินไปซื้อกาแฟ “ร้านอเมซอน” ชอบบรรยากาศของการตกแต่งร้านและสวนของที่นี่มาก ถือว่าเป็นจุดสนใจดึงดูดคนเข้าร้านได้ดี และทำให้ต้องควักตังค์จ่ายค่ากาแฟได้แทบทุกครั้ง เมื่อเห็นความสวยงามของร้านและสวนที่สวย เลยอดไม่ได้ที่จะต้องหยิบมือถือมาเก็บภาพไว้....หลังจากทุกคนพร้อมแล้ว เราก็ออกเดินทางกันต่อ ไปถึงจุดหมาย ณ โรงแรม Best Western Premier Supalai Resort & Spa ในเวลา 13.00 น. ช้าไปกว่าเวลาที่กำหนด 1 ชั่วโมง ทำให้อาหารมื้อเที่ยง ไม่อยู่ในเวลาเที่ยง...กำหนดการในช่วงบ่ายเลยต้องเลื่อนไปประมาณ 1 ชั่วโมงด้วย

       บรรยากาศการประชุม
       วันแรกของการประชุม (12 พฤศจิกายน 2552) เริ่มเวลา 14.00 น. หลังจากที่ได้ผ่านการเดินทางอันยาวนาน และได้จัดการเรื่องปากท้องของตัวเอง พร้อมกับนำสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็พร้อมกันในห้องประชุม โดยมีคุณนิรันดร์ จินดานาค หัวหน้าหน่วยพัฒนาองค์กร ทำหน้าที่เป็นพิธีกร กิจกรรมช่วงแรกเริ่มด้วยการเปิดการประชุมสัมมนา โดย รศ.ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวเปิดและได้อยู่ร่วมสัมมนากับเราตลอดทั้ง 3 วัน ท่านได้นำเสนอมุมมองเชิงนโยบายภาพอนาคตของมหาวิทยาลัย ครอบคลุมด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม และระบบบริหารงานบุคคล ทำให้มองเห็นทิศทางของการพัฒนามหาวิทยาลัยในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อกับโจทย์ของการสัมมนาในครั้งนี้ได้อย่างดี

       เวลา 15.00 – 16.00 น. เป็นช่วงแนะนำกิจกรรมโดย ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ท่านได้เริ่มแนะนำพวกเรา ตั้งแต่ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) ของมหาวิทยาลัย ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วจำนวน 5 ด้าน คือ 1. การเพิ่มคุณภาพบัณฑิต 2. การสร้างเสริมคุณค่างานวิจัยและงานบริการสังคม 3. การพัฒนาอุทยานการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัยและตลอดชีวิต 4. การเพิ่มสมรรถนะองค์กร และ 5. การชื่นชมคุณค่าบุคลากร จากยุทธศาสตร์แต่ละด้านมีการกำหนด “เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Goals)” รองรับ และภายใต้เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ก็มีกลยุทธ์ (Strategies) 9 ข้อ และมาตรการ (Measures) 59 มาตรการ รองรับตามลำดับขั้น

       โจทย์สำหรับการทำกิจกรรมกลุ่มย่อยครั้งนี้ ได้หยิบยกกลยุทธ์ 9 ด้าน และมาตรการ 59 ข้อ ตามที่มหาวิทยาลัยได้มีการกำหนดไว้แล้ว มาขยายผลเพื่อ “แปลงแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ” แต่อย่างไรก็ตามมีข้อตกลงเล็กๆ คือ สามารถนำกลยุทธ์และมาตรการมาทบทวนและปรับได้ (บ้าง) ตามความเหมาะสม แต่ผลผลิตสุดท้ายที่เป็นความคาดหวังของที่ประชุมครั้งนี้ ที่อยากได้เป็น “ตุ๊กตาตัวแรก” ก็คือ “วัตถุประสงค์ (Objectives) ตัวชี้วัด (Key Performance Indicators, KPI) เป้าหมายรายปี (Targets) และแผนงาน/โครงการ (Initiatives) ที่ครอบคลุมแผนพัฒนาเชิงกลยุทธ์ 6 ด้าน คือ 1.ด้านคุณภาพบัณฑิต 2. ด้านการวิจัย 3. ด้านการบริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 4. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5. ด้านการบริหารงานบุคคล และ 6. ด้านการบริหารสินทรัพย์ ซึ่งทั้ง 6 ด้านนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มกันเพื่อช่วยกันคิดออกเป็น 7 กลุ่มๆ ละหัวข้อ ยกเว้น “ด้านคุณภาพบัณฑิต” ที่มีถึง 2 กลุ่ม...และเป็นโจทย์สำหรับการทำงานในวันรุ่งขึ้น

       วันที่สองของการประชุม (13 พฤศจิกายน 2552) เป็นการระดมความคิดร่วมกันภายในกลุ่มย่อย ผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแผนพัฒนาเชิงกลยุทธ์ “ด้านคุณภาพบัณฑิต” โดยมี รศ.ดร.สุรสีห์ วัฒนวิกย์กิจ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นประธาน พร้อมด้วยสมาชิกในกลุ่มที่ร่วมด้วยช่วยกันคิด รวมแล้วประมาณ 10 กว่าคน นำทีมโดย ผศ.ดร.มารวย เมฆานวกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และ ผศ.ดร.อัญชลี ชยานุวัชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ โดยมี “อาจารย์น้อง” อาจารย์อภิรยา พานทอง จากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์สาวสวยประจำกลุ่ม (เขาว่างั้นนะ) ทำหน้าที่เป็นเลขานุการและเป็นผู้นำเสนอในคนๆ เดียวกัน สวยอย่างเดียวไม่พอ ยังเก่งและฮึดเป็นที่สุด

       กลุ่มพวกเรา เริ่มต้นทำกิจกรรมกลุ่มตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า บรรยากาศในกลุ่มเป็นการระดมความคิดเห็นร่วมกัน หลากหลายเนื้อหา แนวคิดและมุมมอง ตามบริบทของสายงาน ประเด็นหัวข้อที่สมาชิกร่วมกันคิดอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 “การเพิ่มคุณภาพบัณฑิต” โดยมีกลยุทธ์มารองรับ 3 ข้อหลัก คือ 1. ปรับและพัฒนากระบวนการเรียนรู้เข้าสู่รูปแบบ Active Learning 2. ปรับและพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้เข้าสู่ความเป็นสากล และ 3. สร้างปัจจัยเอื้อให้มหาวิทยาลัยสรรค์สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้อยู่อาศัย (Residential University) ซึ่งทั้งหมดนี้กว่าผลงานจะแล้วเสร็จ ใช้เวลาต่อเนื่องจนถึง 6 โมงเย็น เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ทำงานเสร็จ แม้ว่าบางช่วงสมาชิกจะอ่อนล้า อ่อนแรง ความคิดหยุดชะงักไปบ้าง แต่บรรยากาศภายในกลุ่มก็มีเสียงหัวเราะให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง และมีกิจกรรมดีๆ มาสอดแทรก โดยมี ผศ.พญ.มยุรี วศินานุกร คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก ได้แนะนำวิธีการยืดเส้นยืดสายและให้ทุกคนได้ปฏิบัติร่วมกัน

 

       วันที่สามของกิจกรรม (15 พฤศจิกายน 2552) เป็นอีกครึ่งวันเช้าที่เหลือ ที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ ณ โรงแรมแห่งนี้ กิจกรรมเริ่มขึ้นในเวลา 09.00 น. เป็นการนำเสนอผลจากการที่ทั้ง 7 กลุ่มร่วมกันคิดเมื่อวานนี้ ทุกกลุ่มนำเสนอด้วย PowerPoint อย่างมืออาชีพ ทำให้เราเห็นภาพการพัฒนามหาวิทยาลัยได้ชัดเจน แต่ทั้งหมดนี้ “ส่วนแผนงาน” ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ คงต้องทำงานต่ออย่างหนัก เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป ในช่วงท้าย เวลา 12.15 น. ท่านอธิการบดีได้มากล่าวปิดการประชุมสัมมนา พร้อมพูดเล่นๆ (แต่ต้องทำจริง) ว่าถือเป็นการเริ่มต้นกล่าวเปิดสัมมนา “การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีในระดับหน่วยงาน” ไปในตัว เพราะขั้นตอนหลังจากนี้ ทุกหน่วยงานจะต้องกำหนดแผนงานของหน่วยงานให้เป็นไปตามกรอบของมหาวิทยาลัยตามที่ได้ระดมความคิดกันในครั้งนี้....

      บรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย
      กิจกรรมผ่อนคลายที่บรรจุอยู่ในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มของวันแรกและวันที่สอง หลังจากเสร็จสิ้นจากอาหารมื้อเย็น พิธีกรคนเก่งที่มาสร้างสีสัน ช่างหามุขเด็ดๆ มาสร้างเสียงหัวเราะให้เราได้อย่างต่อเนื่อง ยังเป็นคนเดิมคือ คุณนิรันดร์ จินดานาค กิจกรรมภาคกลางคืนทั้งสองวัน เป็นการร้องเพลงคาราโอเกะสลับกับการเล่นเกม การมาครั้งนี้นับว่าโชคดีที่ได้ฟังเสียงอันไพเราะของผู้บริหารหลายท่าน โดยเฉพาะท่านอธิการบดีของเรา เพิ่งรู้ว่าท่านเป็นนักร้องตัวยงด้วย และที่สร้างเซอร์ไพรส์คือ “ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร” รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ที่มาในเพลงคู่กับคู่ชีวิตตัวจริง “พี่ต้อย” คุณกรมาศ สงวนไทร หัวหน้าส่วนส่งเสริมวิชาการ ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนที่แสนดีของผมเอง ฟังเสียงแล้วต่างฝ่ายต่างออดอ้อนกันได้ใจจริงๆ...ส่วนการเล่นเกมก็เป็นไปด้วยสนุก แต่เป็นความสนุกที่ทำให้ทุกคนต้องกลับไปทบทวนตัวเอง เพราะเกมที่นำมาใช้คือ การแข่งขัน “บอกชื่อถนนต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย” ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่า เราขับรถอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเกือบทุกวัน แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่า ถนนเส้นต่างๆ มีชื่อว่าอะไร กลับไปคราวนี้คงต้องชำเลืองมองป้ายถนน และจดจำไว้บ้างแล้ว

 

       นอกจากกิจกรรมผ่อนคลายภาคค่ำแล้ว สิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือ สถานที่และบรรยากาศที่สวยงาม แทบทุกจุดของโรงแรมแห่งนี้เป็นตัวเพิ่มพลังได้อย่างดี โดยเฉพาะบริเวณ Lobby และภายในห้องพักสามารถเป็นจุดชมวิวชั้นดี มองลงไปเบื้องล่างเป็นสระว่ายน้ำ และนำสายตาไปสู่ท้องทะเลและภูเขาซึ่งเป็นฉากกั้นทอดยาวอยู่ไกลๆ ดูแล้วสวยงามมาก ยิ่งบรรยากาศยามเช้า ก่อนที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ท้องฟ้าสวยเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนจากระเบียงห้องพักหลังห้อง อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบกล้องถ่ายภาพมาบันทึกความทรงจำไว้ และภาพที่ออกมาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เกินบรรยายจริงๆ

       ด้านอาหารของทางโรงแรม คงเป็นประเด็น Talk of the Town กันไม่รู้จบ เนื่องจากมีความจำเจของเมนูอาหาร และรสชาติก็อาจจะไม่ถูกปากใครหลายคน แต่ผมกลับมองว่า นี่คงเป็นตัวแทนความทรงจำได้ดี เพราะเมื่อ “กลับไปแล้ว” หากได้ยินชื่อโรงแรมแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้หลายคนระลึกถึงได้ ก็คือเมนูอาหาร “ปลาโอทอด” คงไม่ขยายความต่อว่าเป็นเพราะอะไร แต่ชาววลัยลักษณ์คงรู้กันดี ... แต่จะตัดสินใจ “กลับมา” อีกหรือเปล่า ก็ยังไม่แน่ใจ

       การเดินทางกลับ
      
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552 เราออกเดินทางกลับในเวลา 13.30 น. ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น รถทัวร์ได้จอดให้พวกเราแวะซื้อของฝากที่ “ร้านกรทอง” ในเขตอำเภอถลาง ทุกคนเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งกันอย่างเต็มที่ เพราะอัดอั้นที่ตลอด 3 วันไม่ได้ใช้จ่ายเงินกันเลย ว่าไปแล้วก็คงเป็นข้อดีในด้านสถานที่ของโรงแรมที่ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้เราออกไปสนุกสนานกันข้างนอกได้ง่ายนัก เนื่องจากตั้งอยู่บนเขาสูง จะเดินขึ้นลงมาจากโรงแรม หากเข่าไม่ดีจริง ก็คงไม่สามารถ...หลังจากที่เรามีความสุขที่ได้ใช้จ่ายเงินไปแล้ว เราก็ออกเดินทางกลับสู่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถึงบ้านด้วยความสวัสดิภาพในเวลา 18.30 น.

       จุดเริ่มต้น....ของจุดสิ้นสุด
       ถึงแม้ว่าการประชุมครั้งนี้ ได้สิ้นสุดลงด้วยความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย ทุกฝ่ายมองเห็นทิศทางการดำเนินงานในระดับมหาวิทยาลัยที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมายรายปี และแผนงานโครงการ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และมาตรการตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่อย่างไรก็ตามภารกิจครั้งนี้ต้องมีการสานต่อ ส่วนแผนงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักต้องนำผลที่เป็นผลผลิตจากการร่วมคิดร่วมทำในครั้งนี้ไปพิจารณาตบแต่งเพื่อให้ได้วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมายรายปี และแผนงานโครงการของมหาวิทยาลัยที่ดีและเหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะถ่ายทอดไปสู่ระดับหน่วยงาน เพื่อเริ่มต้นกำหนดแผนปฏิบัติการประจำปี (Action Plan) ในระดับหน่วยงาน ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่อไป

       สุดท้ายขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ครับ

หมูอวย
17 พฤศจิกายน 2552