ที่จริงผมรับใช้มูลนิธิฯ นี้ตลอดปี คือต้องเอาใจใส่อยู่ห่างๆ บ้าง ใกล้ชิดบ้าง เพื่อให้ผลงานออกมาดี โดยตนเองไม่เข้าไปทำเอง งานของมูลนิธิฯ จะได้ยั่งยืนและต่อเนื่องได้เมื่อผมไม่ได้อยู่ในหน้าที่นี้แล้ว และเป็นการแบ่งงานกันทำ เพราะงานนี้ใครๆ ก็อยากทำ เนื่องจากได้สนองพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ
แต่ช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๕ พ.ย. ๕๒ ถือเป็นสัปดาห์ที่ผมละจากงานอื่นหมด พุ่งสมาธิไปที่งานของมูลนิธิฯ อย่างเดียว เพราะจะต้องประชุมคณะกรรมการรางวัลนานาชาติเพื่อตัดสินรางวัลของปี ๒๕๕๒ ซึ่งปีนี้มีการเสนอชื่อเข้ามามากเป็นพิเศษ คือ ๖๖ คน และมีรายชื่อของคนที่ได้รับการเสนอในปีก่อนๆ อีกจำนวนหนึ่ง ที่ถือว่ามีผลงานสำคัญ
ปีนี้เรามีกรรมการใหม่ ๑ ท่าน คือ Sir John Sulston นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้ชื่นชมประเทศไทยที่กล้าหาญทำ Compulsory Licensing (CL) ยา ท่านบอกว่าประเทศที่ทำ CL มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกานั่นเอง
การประชุมวันแรกสนุกมาก เพราะคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการ ซึ่งเป็นคนไทยทั้งหมด ทำหน้าที่ได้ดีมาก มีการเตรียมข้อเสนอส่งให้คณะกรรมการรางวัลนานาชาติ (IAC) ล่วงหน้า แล้วเตรียม PowerPoint นำเสนออย่างดี เป็นที่ประทับใจ เอกสารในแฟ้มที่ส่งไปให้ล่วงหน้าก็ดีมาก ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา (ซึ่งเป็นกรรมการ SAC และมาช่วยกันกับ ศ. นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ทำหน้าที่ secretariat ให้แก่ IAC) ทำหน้าที่นำเสนอผลการพิจารณาของ SAC ต่อผู้ได้รับการเสนอชื่อทีละคน ทำให้เกิดการอภิปรายและผมได้ความรู้มาก รวมทั้งทำให้ได้เห็นภาพใหญ่ของพัฒนาการของโลกด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
ถึงฤดูกาลนี้ทีไร ผมนึกถึงท่านประธานคณะกรรมการ IAC ท่านแรก ที่ได้วางรากฐานของการพิจารณารางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลไว้อย่างดีเยี่ยม คือ ศ. นพ. ณัฐ ภมรประวัติ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านเป็นผู้ริเริ่มวางรากฐาน รางวัลนี้จะไม่ประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้ ผมนึกเช่นนี้แล้ว ก็ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังตัวแจ ด้วยความตระหนักว่าผมไม่มีความรู้รอบด้านเหมือนอย่างท่าน
เมื่อจบวันแรก เราก็ได้ very strong candidate สำหรับตัดสินให้รางวัลปีนี้จำนวนหนึ่ง และ strong candidate สำหรับมอบให้ SAC เอาไปศึกษาหาข้อมูลต่อ แล้วนำมาเสนอในปีถัดไป
บ่ายสามโมง เรานั่งรถตู้เข้าวังสระปทุมเพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เป็นเกียรติแก่ Sir Gustav Nossal ที่จะได้รับพระราชทานสายสะพายปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ และเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จบแล้วเราไปลงนามถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัวที่โรงพยาบาลศิริราช แล้วไปรับประทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารมายา ซึ่งอยู่ที่โรงแรม Millenium Hilton ชั้น ๓ เป็นร้านอาหารที่มีการแสดงประกอบอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน เห็นเรือภัตตาคารล่องแม่น้ำจำนวนมาก ประดับไฟสวยงาม
๑๒ พ.ย. ๕๒
ที่จริงงานเป็นประธาน IAC ของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ นี้เครียดนะครับ คือเราอยู่ในฐานะทำแบบชุ่ยๆ ไม่ได้ ต้องละเอียดลออ ระมัดระวัง สารพัดด้านที่จะต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อน ดังนั้นเมื่อคณะกรรมการที่เถียงกันแบบที่ต่างก็มีหลักการที่ดี สามารถบรรลุฉันทามติกันได้ก่อนเที่ยง ผมจึงโล่งออก
ปัญหาของผมก็คือ ผมไม่มีความรู้ที่ลึกซึ้งพอ บางเรื่องก็ฟังแล้วไม่แน่ใจว่าเข้าใจจริงหรือไม่ จึงต้องใช้ยุทธศาสตร์ตะล่อมและยุยงให้กรรมการแสดงความเห็นให้มากๆ จนในที่สุดเราก็พอจะจับภาพใหญ่ๆ ได้ และชี้ให้เห็นว่าเรากำลังมีทางเลือกใหญ่ๆ อย่างไรบ้าง เรากำลังมีความเห็นที่แตกต่างกันในภาพใหญ่อย่างไร จะมีทางเลือกตัดสินใจอย่างไรได้บ้าง แล้วเชิญให้กรรมการให้ความเห็นแบบอัศวินโต๊ะกลม
ผมได้ความรู้มาก ว่ากรรมการเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นบุคคลระดับอัจฉริยะ ดังนั้นกระบวนการที่ผมใช้จึงทำให้แต่ละท่านเห็นภาพใหญ่ร่วมกัน ลงได้เห็นภาพใหญ่ร่วมกันแล้ว ลู่ทางที่จะประนีประนอม เป็นเรื่องไม่ยากเลย นอกจากนั้น สภาพที่กรรมการแต่ละท่านรู้สึกว่า ความเห็นที่แตกต่างของท่านเป็นที่รับฟัง ได้เป็นที่เข้าใจ และจะมีการดำเนินการในปีต่อๆ ไป ท่านก็ร่วมมือช่วยกันหาทางบรรลุฉันทามติ
งานของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ไม่ใช่แค่เพื่อยกย่องให้เกียรติคนที่มีผลงานเด่นเป็นประโยชน์นะครับ เรายังใช้รางวัลนี้สื่อสารต่อสังคม ต่อโลก ในเรื่องสุขภาวะ และขบวนการพัฒนาสุขภาวะของสังคม และของโลก ด้วย ดังนั้นการถกเถียงในที่ประชุมจึงคำนึงถึงหลากหลายมิติมาก เราดีใจว่า ผู้ได้รับรางวัลปีนี้จะช่วยการสื่อสารต่อโลกได้ดีมาก แต่ผมเขียนมากไม่ได้ เพราะจะเปิดเผยการให้รางวัลหลังจากผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการมูลนิธิเท่านั้น
สิ่งที่เปิดเผยได้ คือการทำงานของ SAC ที่หาข้อมูลมาเสนอ IAC และมีการใช้ PowerPoint ในการนำเสนอ เป็นที่ชื่นชอบของ IAC มาก
เรากังวลว่า SAC ทำงานดีเกินไป ที่เรียกว่า overdo หรือเปล่า คือเสนอ shortlist ชัดเจนดูเหมือนจะเข้าไปหาทางชักจูง IAC หรือเปล่า เมื่อเราถามที่ประชุมตรงๆ เราก็พบว่าท่านเหล่านี้ไม่ใช่คนที่จะชักจูงได้ง่ายๆ ท่านมีวิธีคิดของตนเอง และมีวิธีคิดที่เฉียบแหลม และบางครั้งแปลกอย่างที่เรานึกไม่ถึง จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไปชักจูงท่าน
แต่ผมก็ต้องบันทึกความดีของตนเองไว้บ้าง ว่าท่าทีที่เปิดกว้างและเปิดเผยของผม ช่วยได้มากที่คณะกรรมการ IAC จะรู้สึกว่าไม่อยู่ใต้สถานการณ์ที่ไม่อิสระ และขอบันทึกไว้ว่า ในการประชุม จะมีการเปิดเผย conflict of interest ของสมาชิก SAC ผู้นำเสนอข้อมูลของ strong candidate แต่ละคน หรือของผู้เขียนเอกสารแนะนำ strong candidate แต่ละคน
กรรมการ IAC แต่ละท่านจะได้รับเชิญให้พาคู่สมรสมาด้วย และ อ. เอื้อย (สุขุมาวดี ขำหิรัญ) ได้รับมอบหมายจาก ศ. นพ. ณัฐ ภมรประวัติ ให้ทำหน้าที่ดูแล พาคู่สมรสไปเที่ยวหรือช้อปปิ้ง ตามที่ต้องการ อ. เอื้อยทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นที่มีกรรมการ IAC และทำหน้าที่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยคู่สมรสของสมาชิก IAC ไทย ก็ร่วมไปด้วย เพื่อช่วยกันอำนวยความสะดวกแก่คู่สมรสของ IAC จากต่างประเทศ
ปีนี้วันที่ ๑๑ พ.ย. ฝ่ายหญิงไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ จิม ทอมป์สัน วันที่ ๑๒ ไปเที่ยวสวนสามพราน วันที่ ๑๓ ไปซื้อของที่ร้านนารายณ์ภัณฑ์
๑๓ พ.ย. ๕๒
เรานัดแนะกันว่า วันนี้จะทำงานเพียงครึ่งวัน สำหรับทำงาน ๒ อย่าง อย่างแรกคือตัดสินใจเรื่องผู้สมควรได้รับรางวัลหลังจากกลับไปทบทวนไตร่ตรองอีก ๑ คืน และอย่างที่ ๒ คือประชุมร่วมกับ SAC เพื่อให้คำแนะนำการทำงานค้นรายละเอียดในปีหน้า และปีต่อๆ ไป
ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา กับ ศ. นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ช่วยกันนำเสนอว่า จับประเด็นสำคัญอะไรได้แล้วบ้างที่ IAC เสนอแนะให้ศึกษาหาข้อมูลเพื่อหาตัวบุคคลมาพิจารณาให้รางวัล แล้วหลังจากนั้นกรรมการ IAC ก็แนะนำเพิ่มเติม ทำให้เราได้ความรู้มากว่าการสร้างความรู้ใหม่ๆ ของโลกมีไปทางไหนบ้าง และที่กำลังนำไปสู่การประยุกต์เพื่อสุขภาวะของมนุษยชาติมีด้านใดบ้าง
ที่กรรมการแนะนำมากก็คือให้พยายามทำความเข้าใจเรื่องความก้าวหน้าของ low tech ที่นำไปสู่ผลต่อสุขภาวะของผู้คนจำนวนมากมาย โดยเฉพาะต่อคนยากจน ความทรงจำของการที่เราสามารถให้รางวัลแก่ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำผงเกลือแร่ (ORS) มาใช้รักษาโรคท้องร่วง ในปี ๒๕๔๙ ทำให้กรรมการเอ่ยถึง low tech ที่สำคัญ มีการเอ่ยถึงการใช้มุ้งย้อมสารไล่ยุงเพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย
ผมกลับมาบ้านและคิดว่า ความยากของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอยู่ที่การค้นพบหรือคิดค้นใหม่นั้นต้องนำไปสู่การประยุกต์ใช้แล้ว และมีคนได้รับประโยชน์จำนวนมากจริงๆ และที่ท้าทายมากคือ ถ้าเรากล้าให้รางวัลแก่ผลงานที่มีศักยภาพว่าภายในเวลาอันสั้นจะเห็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ก็จะน่าภูมิใจมาก
ปีนี้มีประเด็นเกี่ยวกับเงื่อนไขของการให้รางวัล ได้แก่
• การให้รางวัลแก่สถาบัน หรือองค์กร (ยังไม่เคยให้เลย)
• การให้รางวัลสาขาเดียวกัน (เช่นสาขาสาธารณสุข) ทั้ง ๒ รางวัล
• ความยืดหยุ่นในการตีความว่าผลงานที่ให้รางวัลอยู่ในสาขาใด (ซึ่งมี ๒ สาขา คือ การแพทย์ กับการสาธารณสุข)
ความหนักใจผ่านไปเปลาะหนึ่ง และจะต้องไปผ่านมติของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในวันที่ ๒๗ พ.ย. ความหนักใจจึงจะหมดไป
วิจารณ์ พานิช
๑๓ พ.ย. ๕๒
|
IAC - SAC ถ่ายรูปร่วมกัน
|
|
บรรยากาศในห้องประชุม
|
|
ภรรยาของ IAC |

สมเด็จพระเทพรัตน์ทรงฉายภาพหมู่กับคณะกรรมการและคู่สมรส
เมื่อวันที่ ๑๑ พ.ย. ๕๒ ในวังสระปทุม


