การทดลองเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจถึงกระบวนการ

            การสอนเคมีระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เนื้อหาเกี่ยวกับอินทรีย์เคมีทำให้การทดลองจะมีน้อยกว่าภาคเรียนที่ผ่านมา จากประสบการณ์และการพูดคุยระหว่างครูสอนเคมี จะมีการทดลองบางเรื่องที่ครูมองว่า ง่ายไม่ต้องให้นักเรียนลองทำประหยัดเวลาเพื่อสอนเรื่องอื่นดีกว่า  แต่ครูนกขอมองต่างมุมค่ะว่า การทดลองที่ง่ายนี้ละ จะช่วยเด็กอีกกลุ่มที่พัฒนาการในการเรียนรู้ค่อนข้างช้าต้องอาศัยเวลาได้เรียนรู้กระบวนการที่ไม่ยากจนทำให้เกิดความท้อถอย

            อย่างนักเรียนระดับม. 5 ปีนี้ทางงานวิชาการได้ทำการแบ่งห้องตามระดับความสามารถทางการเรียนโดยมีการคละนักเรียนใหม่ลงจบชั้นม.4 ซึ่งวิธีการนี้มีข้อดีและข้อเสียซึ่งไม่ขอเล่าในตอนนี้  เมื่อวันศุกร์ครูนกเจอห้องที่นักเรียนอยู่ในกลุ่มค่อนข้างอ่อนของนักเรียนแผนการเรียนเน้นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ทำให้การจัดการเรียนการสอนเรื่องการจัดเรียงตัวของธาตุคาร์บอนในสารประกอบไฮโดรคาร์บอนด้วยการทดลอง ต้องเปลี่ยนไปจากสามห้องก่อนหน้านี้โดยเน้นกระบวนการกลุ่มที่มีครูเป็นผู้คอยช่วยเหลือในด่านสุดท้ายคือ

  1.  ครูนกต้องนำนักเรียนในการวางสมมติฐานการทดลองโดยสุ่มถาม 2 กลุ่มต่อแถว แล้วนำคำตอบมาวิเคราะห์ความเหมาะสมของสมมติฐานกัน
  2. จากนั้นครูนกก็ Talk Lab ให้ฟังซึ่งห้องอื่นๆ ครูนกจะให้นักเรียนเป็นคนจัดการ
  3. หลังจากนั้นก็ลองให้แต่ละกลุ่มต่อสูตรโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบด้วยคาร์บอน 5 อะตอม ตามแนวทางการ Talk Lab ซึ่งได้พูดให้นักเรียนเกิดแนวคิดในการสร้างสูตรโครงสร้างที่ไม่ซ้ำกัน
  4. แล้วครูนกก็ปล่อยให้เขาเรียนรู้จากกลุ่มการทดลองซึ่งมีเพื่อนที่เก่งๆ อยู่ในกลุ่มอย่างน้อยหนึ่งคนที่เพื่อนสามารถพึ่งพาได้  โดยต่อสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบด้วยคาร์บอน 5 อะตอมพร้อมกับพันธะคู่ระหว่างคาร์บอนหนึ่งตำแหน่ง ในบางกลุ่มจะเสียโอกาสตรงที่คนที่เก่งพูดแล้วเพื่อนไม่เข้าใจ ครูนกต้องเสริมให้
  5. สุดท้ายกระตุ้นให้เขาทบทวนประสบการณ์เดิมด้วยการถามถึง รูปร่างโมเลกุล ซึ่งเลยคนตอบได้ว่ารูปร่างโมเลกุลมีแบบเส้นตรง มุมงอ สามเหลี่ยนแบนราบ ทรงสี่หน้า หรือทรงเหลี่ยมแปดหน้า...แต่เมื่อต่อให้บอกว่าแบบจำลองที่ต่อเสร็จตำแหน่งใดมีรูปร่างแบบใด...ทำให้ครูนกทราบเลยว่านักเรียนตอบได้เพียงทฤษฎีเมื่อเจอแบบจำลองโมเลกุลยังมองไม่ออก...แต่เมื่อใช้โครงสร้างที่นักเรียนต่อเสร็จแล้วชี้ให้ดูทีละจุด...ทำให้เลยคนยิ้มได้เรียนรู้ได้เท่ากับเพื่อนๆที่เก่ง

   ครูเลือกไม่ได้ว่าจะสอนคนเก่งหรือไม่เก่ง...แต่ครูมีวิธีการในการรับมือกับศิษย์ค่ะ..เมื่อไหร่ทำให้เรียนรู้ได้ด้วยความสุขกันถ้วนหน้านั่นคือบรรลุการสอนของครูค่ะ