ประวัติศาสตร์ ...เรื่องที่เด็กไทยไม่สนใจ

ขอบคุณภาพจากบล็อคเกอร์ supawan
พิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาโฮลิมปิก 2008 ที่มหานครปักกิ่ง คนทั่วโลกตะลึงเพราะไม่คิดว่าจะ"ยิ่งใหญ่"ขนาดนั้น
ผมเป็นหนึ่งในคนที่"ทึ่ง" และยอมรับว่าพิธีทั้งวันเปิดและวันปิด คณะกรรมการจัดการแข่งขันทำได้ดีเกินคาด และหนึ่งในความประทับใจของผม ก็คือการ"ไม่ลืมประวัติศาสตร์"ของคณะกรรมการจัเการแข่งขัน ซึ่งนำการแสดงเกือบทั้งหมดที่เป็น"ศิลปจีนโบราณ" รวมทั้งยังนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจีนมาให้ชาวโลกตะลึง
แม้แต่"เจิ้งเหอ"...เจ้าพ่อซำปอกง ที่จีนระบุว่าเดินทางพบโลกก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ก็เป็นหนึ่งในการแสดงความยิ่งใหญ่ครั้งนี้
ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะนึกถึงพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่พระองค์ท่านทรงแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับ"วิชาประวัติศาสตร์ไทย" เพราะ"ความรู้" และ"สำนึกทางประวัติศาสตร์" ของคนไทย(ไม่เฉพาะเด็กนะครับ) กล่าวได้ว่ามีน้อยเหลือเกิน
ใครคุยเรื่อง"เก่า"จะถูกกล่าวหาว่า"แก่"ไปโดยปริยาย !!!
ผมเห็นด้วยนะครับว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องให้เด็กไทยเรียน"วิชาประวัติศาสตร์ไทย"กันใหม่ ..คนแก่น่ะช่างเหอะ อยู่กันอีกไม่กี่ปี เพราะผมเชื่อว่า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย จะทำให้"เด็กไทย"สำนึกและรำลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษไทย ที่เสียสละเลือด เสียสละเนื้อ รวมทั้งพลีชีพเพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมืองมาหลายครั้งจนคนยุคปัจจุบันอยู่เย็นเป็นสุขกัน
ไม่ใช่แค่เรื่อง พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสิน พระปิยะมหาราช ฯลฯ..ที่ทรงพระปรีชาสามารถต่างยุคต่างสมัยในการสร้าง"ชาติไทย"ขึ้นมา หากแต่เรายังลงไปเรียนรู้เรื่อง"สามัญชน"ด้วยครับ
เรื่องตลกประเภท"พันท้ายนรสิงห์"เป็นยี่ห้อน้ำพริก จะได้เป็นแค่เรื่องกล่าวเล่นในวันหน้า
ผมจึงอยากเห็นผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการลงมา เร่งจัดการเรื่อง"ตำราเรียนประวัติศาสตร์ไทย"ขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้าง"จิตสำนึก"ให้ลูกหลานไทย"รับรู้"ว่าที่พวกเขาอยู่สบายกันในวันนี้ เพราะบรรพบุรุษทุกยุคต่างเหน็ดเหนื่อยกับการรักษาชาติบ้านเมือง เสียทั้งเหงื่อ เลือดเนื้อและชีวิต ซึ่งคงไม่ได้มีแค่"ชาวบ้านบางระจัน"เท่านั้น
คนไทยจะได้เลิก"กัดกันเอง" ...เพราะในประวัติศาสตร์ การเสียกรุงแต่ละครั้งมาจาก"คนไทยกัดกันเอง"..ทั้งนั้น!!!!
จริงด้วยประการทั้งปวง ยิ่งกว่าแม่น้ำห้าสายมารวมกัน สาธุ