การจัดทำกรอบเชิงนโยบายด้านสื่อสารมวลชนในยุคสื่อใหม่ คงหนีไม่พ้น การพิจารณาประเด็นหลักๆ ๕ เรื่อง (๑) ประเด็นหลักสำคัญพิจารณาก่อนการจัดทำกรอบ (๒) แนวคิดพื้นฐานอันเป็นหัวใจของเรื่อง (๓) ข้อเสนอในรายละเอียดของการจัดทำกรอบ (๔) แนวทางการทำงานเพื่อทำให้กรอบเดินได้จริง (๕) การทำให้กรอบเกิดประสิทธิภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระดาษเชิงนโยบายแบบคำสั่งการที่ไม่มีชีวิต

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในการจัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2554-2563 (ICT 2020) เพราะกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2544-2553 (IT 2010) ของ ประเทศไทย จะสิ้นสุดระยะเวลาของกรอบนโยบายในปี พ.ศ. 2553 

การทำงานครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคมมีความต่อเนื่องของกรอบนโยบายฯ โดยมีกรอบแนวคิดเพื่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคมของประไทยในระยะ 10 ปี  รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโลก และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นำกรอบนโยบายฯ ไปใช้เป็นแนวทางจัดทำแผนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคมขององค์กรต่าง ๆ ต่อไป

ในการทำงานครั้งนี้ มีกระบวนการในการทำงานโดยจัดทำเวทีเสวนาโต๊ะกลมในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญใน ๕ ประเด็น กล่าวคือ กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มสังคม กลุ่มการเมือง/การปกครอง/การบริหารราชการแผ่นดิน กลุ่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน และกลุ่มสื่อสารมวลชน

สิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อพัฒนากรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ในประเด็นด้านสื่อสารมวลชน

ข้อควรพิจารณาลำดับที่ ๑ เรื่องประเด็นหลักอันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการจัดทำกรอบ

  • พบว่ามี ๕ ปัจจัยหลักที่นำไปสู่การคิดกรอบเชิงนโยบายในรอบ ๑๐ ปี กล่าวคือ (๑) การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น (๒)  รูปแบบของการใช้งานหลากหลายมากขึ้น (๓) การหลอมรวมทางเทคโนโลยี ทำให้เครื่องมือในการใช้งานมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้มนุษย์มีโอกาสในการเข้าถึงและใช้งานไอซีทีในการสื่อสารมากขึ้น (๔) การสื่อสารในโลกแห่งความเป็นจริงน้อยลง และ (๕) มีโอกาสในการใช้ประโยชน์ด้านการสื่อสารเพื่อสังคม และ สื่อเชิงพาณิชย์มากขึ้น

ข้อควรพิจารณาลำดับที่ ๒ เรื่องแนวคิดพื้นฐาน หรือ Keyword ของการวางโครงสร้างในการทำงาน ประกอบด้วย ๔ คำสำคัญ

  • การร่วมสร้าง (๑) สื่อเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ (เพื่อสื่อสารความรู้ ประโยชน์สาธารณะ พิทักษ์เรียกร้องสิทธิ  การคุ้มครองสิทธิ) (๒) สื่อเชิงพาณิชย์ (สื่อบันเทิง สาระบันเทิง) โดยผู้ใช้และเครือข่ายสังคมออนไลน์
  • การเพิ่มพลังของเครือข่ายสังคมออนไลน์ในฐานะเครือข่ายผู้สื่อสารในแต่ละกลุ่มความสนใจ เช่น ข่าว สื่อบันเทิง
  • การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์ให้กับคนรากหญ้าในชุมชนต่างๆเพื่อพัฒนาตนเอง สังคม ชุมชน
  • การเพิ่มศักยภาพของสื่อในทางอุตสาหกรรม

ข้อควรพิจารณาลำดับที่ ๓ ข้อเสนอในการจัดทำกรอบ

  • หากพิจารณาบทเรียนของประเทศเกาหลี พบว่า มีนโยบายในการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมสื่อใหม่ ในรูปของ สินค้าส่งออกเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสามารถสร้างรายได้นำเข้าสู่ประเทศ
  • หรือแม้แต่ การสนับสนุนให้เกิดการสร้างสื่อทางเลือกภาคประชาชน เช่น สำนักข่าวออนไลน์ www.ohmynews.com เป็นพื้นที่ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ในฐานะนักข่าวพลเมืองที่รัฐเป็นผู้สนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  • การคิดกรอบเชิงนโยบายให้คิดจาก การเพิ่มโอกาสให้คนด้อยโอกาส ประชาชนรากหญ้าจากพื้นที่ต่างๆ  ในฐานะ พลเมืองของรัฐ  และ ต้องทำให้เกิดการขยายฐานเสริมการทำงานของแต่ละปัจจัย เน้น การบริหารจัดการโดยการการสนับสนุนให้เกิดการลงมือปฏิบัติ และ นำกลับมาเป็นความรู้โดยที่ชาวบ้าน ชุมชนเป็นเจ้าของความรู้และเป็นผู้สื่อสารหลัก

ประเด็นที่ ๑    ประเด็นด้านโอกาส ความเท่าเทียม ของการเข้าถึงและการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการ (๑) สร้างเสริมศักยภาพ ความรู้ให้กับผู้ใช้ในฐานะผู้ผลิตสื่อ และ นักสื่อสาร โดยเฉพาะประชาชนรากหญ้า เด็ก เยาวชน ในชุมชน ยกตัวอย่างในทีวีไทย นักข่าวพลเมือง โดยอาศัย ๘ ปัจจัยหลัก เด็กครอบครัว โรงเรียน พื้นที่ โปรแกรม เครือข่าย พี่เลี้ยง ชุมชน(๒) การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อทำให้เกิดความเท่าเทียม โดยเทคโนโลยีที่ต่างกัน รวมถึง การ “เพิ่มพื้นที่” ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ ให้กับคนรากหญ้าในชุมชนมากขึ้นทั้ง พื้นที่ทางกายภาพที่สนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ต ทั้ง ร้านเกม โรงเรียน และ พื้นที่ออฟไลน์ในระบบอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บบล็อกในเครือข่ายต่างๆที่สนับสนุนพื้นที่ในการรวมตัวกันของเครือข่ายสังคมออนไลน์  (๓) ความรู้ในการใช้งานสื่อไอซีทีแบบข้ามสื่อ เพื่อทำให้เกิดการใช้ประโยชน์เครื่องมือไอซีทีได้อย่างเต็มที่

ประเด็นที่ ๒    ประเด็นด้านการพัฒนาเนื้อหาของสื่อ(๑) สนับสนุนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ในชุมชน (๒) สื่อเพื่อการศึกษา (๓) สื่อสาระบันเทิง และ (๔) สื่อเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าทางการตลาด ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุน๘ ปัจจัยหลัก โดยเน้นให้เกิดการสร้างและขยายความรู้ในการสร้างสื่อในภาคของชุมชนเอง ในฐานะชุมชนเป็นเจ้าของความรู้ เช่น ความรู้ในการสื่อสาร ความรู้ในการผลิตสื่อ ความรู้ในการทำงานภาคเศรษฐกิจ และระบบการสนับสนุนการทำงานภาคธุรกิจเพื่อสังคม

ประเด็นที่ ๓    ประเด็นด้านวัฒนธรรมในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์เริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น มีการรวมตัวกันในรูปแบบต่างๆ เช่น เครือข่ายที่แสดงตัวตน เครือข่ายที่มีความสนใจแบบเดียวกัน เครือข่ายที่ร่วมกันทำงาน ดังนั้น การเติบโตของเครือข่ายสังคมออนไลน์ จะเป็นทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบในเวลาเดียวกัน จำเป็นที่จะต้อง (๑) สร้างวัฒนธรรมการใช้งานไอซีทีอย่างสร้างสรรค์ภายในเครือข่ายด้วยกันเอง ทั้ง การจัดการบุคคลในเครือข่าย การจัดการความสัมพันธ์ในเครือข่าย รวมถึง การจัดการทรัพย์สิน ทรัพย์สินทางปัญญา (๒) การสร้างวัฒนธรรมกลางในระหว่างเครือข่าย เช่น การเคารพสิทธิ การไม่ละเมิดผู้อื่น (๓) การสร้างวัฒนธรรมในการกำกับดูแลกันเองระหว่างคนในเครือข่ายและระหว่างเครือข่ายทั้งนี้ บนพื้นฐานของสิทธิ เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

(๔) ประเด็นการจัดการฐานข้อมูล การสร้างประสิทธิภาพของโครงสร้างในระบบการจัดการฐานข้อมูล เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล และ ระบบการประมวลผล และ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และ ความถูกต้องแท้จริงของข้อมูล และ เป็นหน่วยในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลในฐานะ คลังข้อมูลภาคประชาชน และ คลังข้อมูลแห่งชาติ

(๕) ประเด็นการคุ้มครอง เยียวยา  การสร้างระบบการคุ้มครองผู้ใช้ที่อาจถูกละเมิด หรือ ได้รับผลกระทบเชิงลบ (ระบบการเพิ่มพูนความรู้ในการเรียนรู้เท่าทันสื่อ การเตือนภัย การป้องกันตนเอง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ การคุ้มครองสิทธิ) (๒) การสร้างระบบการเยียวยา ลดผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้น และ ปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเครือข่าย เช่น สื่อส่งผลลบต่อการเรียนรู้ การละเมิดต่อผู้อื่น การเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น 

ข้อควรพิจารณาลำดับที่ ๔ การคำนึงถึงปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เกิดทำงานภายใต้กรอบหลักทั้ง ๕ ด้าน ต้องพิจารณา ปัจจัยหลัก ๓ ส่วน  (๑) ความรู้ (๒) ปัจจัยเสริมด้านเครือข่าย สนับสนุน ๘ ปัจจัย เด็กครอบครัว โรงเรียน พื้นที่ สนับสนุนโปรแกรม เครือข่าย พี่เลี้ยง ชุมชน  และ (๓) กลไกในการจัดการ การบริหารจัดการทรัพยากร ต้นทุนที่มีอยู่ในชุมชน ต้องการกระบวนการในการสนับสนุนเพื่อขยายต้นแบบระหว่างเครือข่ายชุมชน กลไกในการสนับสนุนการทำงาน และ กลไกที่ทำให้เกิดการทำงานที่ยั่งยืน เช่น ระบบกฎหมาย การสร้างการมีส่วนร่วมในฐานะเข้าของปัญหา เจ้าของความรู้ เจ้าของสิทธิ

 

ข้อควรพิจารณาลำดับที่ ๕ การสร้างประสิทธิภาพของแผนแม่บทในระยะยาว ต้องเน้น (๑) การพัฒนารายละเอียดของแผนแม่บทจากพื้นที่ต่างๆขึ้นมา (๒) การสร้างความเชื่อ จิตวิญญาณ และ วัฒนธรรมร่วมกันบนแนวคิดว่า “ใช้ไอซีทีเพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม” (๓) การทำงานภายใต้แผนแม่บทที่มีความต่อเนื่องและยั่งยืน