GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การประชุมภาคีจัดการความรู้ภาคราชการ ครั้งที่ 3

หลายหน่วยงานในประเทศไทย สามารถปฏิบัติ KM เนียนในเนื้องาน ไม่ใช่เพิ่มงาน แต่เพิ่มสุข หน่วยงานต่างๆ น่าจะจับภาพตัวเอง พอทำไปแล้วเกิดความสุขในหน่วยงาน

         เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2549 (เวลา 9.00-13.00 น.) สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ได้จัดประชุมภาคีจัดการความรู้ภาคราชการ ครั้งที่ 3  ที่ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร ชั้น 5 ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ  โดยทาง สคส. มีนโยบายให้หน่วยราชการที่เข้าร่วมเป็นภาคี สลับหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ในการประชุมครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นครั้งแรก สคส.รับเป็นเป็นเจ้าภาพเอง  ในครั้งที่ 2   โรงพยาบาลศิริราช เป็นเจ้าภาพ และครั้งที่ 3 คือครั้งนี้ กรมส่งเสริมกาการเกษตร เป็นเจ้าภาพ  สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุมภาคีภาคราชการ ก็เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การจัดการความรู้ระหว่างหน่วยงานเครือข่ายในภาคราชการให้มีการขับเคลื่อนอย่างมีพลังต่อไป  

          การประชุมในครั้งนี้.. ได้รับความสนใจจากภาคีภาคราชการเข้าร่วมประชุมหลายงานด้วยกัน ได้แก่  กรมอนามัย  จังหวัดชุมพร มหาวิทยาลัยรังสิต  กรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสงคราม กรมสุขภาพจิต สถาบันบำราญนราดูร  โรงพยาบาลศิริราช สถาบันเพิ่มผลผลิต  สำนักงาน กพร. มสธ. กรมชลประทาน สคส. และกรมส่งเสริมการเกษตร รวมประมาณ 50 คน  ดำเนินการประชุมโดยคุณวรรณา เลิศวิจิตรจรัส จาก สคส.  สรุปสาระการประชุมประชุม ได้ดังนี้

       

  • เริ่มด้วย รองไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวต้อนรับ โดยกล่าวว่า การที่ สคส. ได้นำ KM มาใช้ในประเทศไทย ทำให้เกิดการตื่นตัว และเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาการทำงาน ในนามของ กรมส่งเสริมการเกษตร ขอขอบคุณทาง สคส.ที่กรุณาให้คำปรึกษาในการดำเนินการ มาตั้งแต่ปี 2548  และคาดหวังว่าคงจะดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต  หากมีสิ่งใดที่จะให้กรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยอำนวยความสะดวก ขอความกรุณาแจ้งมาทางเจ้าหน้าที่  กรมส่งเสริมการเกษตรยินดีให้ความร่วมมือ
  • เข้าสู่วาระการประชุม  

         วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมภาคีจัดการความรู้ ครั้งที่ 2

         วาระที่ 2  เรื่องเพื่อพิจารณา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้

                      2.1  มหกรรม "การจัดการความรู้ราชการไทยสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้"

  • คุณวรรณา ชี้แจงว่า สคส. สถาบันเพิ่มผลผลิต และ กพร. จะจัดมหกรรมการจัดการความรู้ภาคราชการไทยสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้   ในวันที่  21 กรกฎาคม 2549 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์  โดยให้โควต้าผู้เข้าร่วมงานจาก กรม และจังหวัด หน่วยงานละ 3 คน  และขอให้ภาคีที่เข้าร่วมการประชุม ช่วยกระจายข่าวต่อไปด้วย

                                

                                                              

  • คุณหมอวิจารณ์ พานิช  ได้กล่าวเสริมว่า  งานมหกรรมนี้ จะเป็นการประชุมสำหรับแกนนำ (CKO) ผู้รับผิดชอบขับเคลื่อน KM ของกรมฯ สป. และจังหวัด  รวม   227 หน่วยงาน  วิธีการประชุม  ใช้ Style  สคส. เป็นความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน  สคส. เป็น Organizer Management  บริหารจัดการทั้งหมด  กพร. ทำหนังสือเชิญหน่วยงานต่างๆ กรม, จังหวัด และออกเงินส่วนหนึ่ง ประมาณ 700,000 บาท  คนที่มาจากหน่วยราชการ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน  วิธีการจัด Style สคส. คือ ไม่ใช่การบรรยาย  ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนของ กูรู หรือผู้รู้  มา Train มาฝึก แต่เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Share and Learn  แกนนำในการ Share and Learn  ได้แก่ กรม ,จังหวัด น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม ที่มาแลกเปลี่ยน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้หน่วยงานต่างๆ ประมาณ 10 กรม ไม่ใช่หมายถึง สุดยอด เชิญหน่วยงานที่น่าจะเป็น ตัวอย่างที่ดี เพื่อให้คนที่มาได้แลกเปลี่ยน มุ่งหวังให้มีการขับเคลื่อน KM ในประเทศไทย ในภาครัฐ....
  • คุณวรรณา  กล่าวว่า สคส. จะไปจับภาพ เพื่อดึงเอาจุดเด่น ของแต่ละที่ ไปกันเอง 1-2 คน  และให้กรมอนามัย ช่วยเล่าถึงจับภาพของกรมอนามัย  ซึ่งจับภาพโดย สป.
  • คุณหมอนนทลี วีรชัย จากกรมอนามัย เล่าว่า  กรมอนามัยเพิ่งมีงานสดๆร้อนๆ  ท่าน ผอ. สป. ได้พาชาว สป. มาดูงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ผลพวงของการดูงาน ทำให้ KM คึกคักมาก มีหน่วยงานนำร่อง 7 หน่วยงาน  มา ลปรร.กัน   บทสรุปคือ ทาง สป. ได้เรียนรู้วิธีการจัดการความรู้หลายๆเรื่อง  ทำ KM ได้อย่างมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะหน่วยงานทำคลอด มีการทำกิจกรรมมาคุยกัน เริ่มชื่นชมซึ่งกันและกัน แรกๆ ชื่นชมกันลำบาก ต่อมาได้เห็นและเกิดบรรยากาศการทำงาน  การจัดซื้อวัสดุทั้งหลาย สามารถนำมาเรียนรู้เป็นประสบการณ์  หน่วยงาน กวพ. ก็มีการสกัดความรู้ เรื่อง เครื่องมือ  ทั้งหมดนี้เป็นภาพคร่าวๆของกรมอนามัย
  • คุณหมอวิจารณ์  กล่าวเสริมว่า  การจับภาพซึ่งกันและกันโดยใช้เทคนิค Appreciation สามารถหยิบฉวยไปใช้ได้ภายในกรมเอง CKO กรม ผู้ประสานงาน ใช้เทคนิคจับภาพกับหน่วยงานย่อย  หลายหน่วยงานในประเทศไทย สามารถปฏิบัติ KM  เนียนในเนื้องาน ไม่ใช่เพิ่มงาน แต่เพิ่มสุข หน่วยงานต่างๆ น่าจะจับภาพตัวเอง พอทำไปแล้วเกิดความสุขในหน่วยงาน  อีกอันหนึ่งใช้เรื่องการชื่นชม มีวิธีการให้ฝังอยู่ในการทำงานเลย เทคนิคการจับคู่ ให้เล่าเรื่องความสำเร็จของตัวเอง และให้คู่เล่า  อาจจะวันเดียว หรืออาทิตย์เดียว ให้หาข้อดี ซึ่งกันและกัน ในแง่การทำงานให้เล่าให้ฟัง พอครบอาทิตย์ ก็เปลี่ยนคู่   

          2.2 การออกแบบ สร้างและใช้ "คลังความรู้  (Knowledge  Asset)"                     

  • เริ่มจาก สคส. คุณวรรณา  เล่าว่า  คลังความรู้ของ สคส. มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ตัวอย่าง บทความ ของการจัดการความรู้ โดยคำนึงถึงให้ใครใช้ เผยแพร่ให้ใครอ่าน  ใช้ Content Management System   คลังความรู้ก็จะประกอบด้วย จดหมายข่าว หนังสือ CD Blog  บันทึกกิจกรรมที่ทำ โดยใช้ Excel ธรรมดา  มีเป็นแบบฟอร์ม  ประกอบด้วย  วันที่   รายละเอียดงานที่ทำ  ผู้บันทึก  และผู้ประสานงาน  ที่สำคัญคือ ความรู้ที่ได้ ถ้าไม่ปฎิบัติ ก็ไม่มีน้ำมาใส่ตุ่ม
  • คุณหมอนนทลี นำเสนอรายละเอียดการออกแบบคลังความรู้ ของกรมอนามัย    เช่น Knowledge Center , ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู
  • คุณสร้อยทอง เตชะเสน เล่าเรื่องการทำ Portfolio ของกองแผนงาน กรมอนามัยว่า เป้าหมายหลักการทำ แฟ้มภูมิปัญญา  ไม่ใช่เอาความรู้มาใส่ตุ่ม แต่ใช้เป็นอุบาย เป็นเครื่องมือ ทำให้คนที่ทำงานเกิดความภูมิใจในตนเอง  น้ำ คือ Tacit Knowledge  เห็นตัววิธีการทำงานเพื่อชักจูงผู้คนให้เข้ามาร่วมกระบวนการ  เป็นเครื่องมือพัฒนาคน                 

                              

  • คุณสุวรรณา เอื้อสิทธิชัย จากสถาบันเพิ่มผลผลิต นำเสนอ  โปรแกรม Sharepoint portal service และคลังความรู้ของสถาบันเพิ่มผลผลิต

                                                                   

  • คุณอุษา ทองแจ้ง นำเสนอการออกแบบคลังความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร

                                  

  • คุณหมออัจฉรา เชาวะวนิช นำเสนอการออกแบบคลังความรู้ของ สถาบันบำราญนราดูร

                                 

  • คุณวราพร แสงสมพร นำเสนอการออกแบบคลังความรู้ของ รพ.ศิริราช

        วาระที่ 3 เรื่องอื่นๆ 

                    3.1 การดูงาน KM ปูนซีเมนต์ไทย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

  • แจ้งกำหนดการเยี่ยมชมดูงาน KM  บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในวันที่ 26 มิถุนายน 2549 เวลา 09.00-12.00 น.

                     3.2  กำหนดการประชุมครั้งต่อไป   

  • นัดประชุมครั้งต่อไป  เป็นวันที่ 17 สิงหาคม 2549 เวลา 09.00-13.00 น. ที่สถาบันเพิ่มผลผลิต หรือกรมทางหลวง          

                อ. ประพนธ์ ผาสุขยืด กล่าวปิดการประชุมในครั้งนี้ว่า   ดีใจทุกครั้งที่มาประชุมภาคราชการ ได้ฟังประสบการณ์ ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว  การจัดการความรู้ เน้น 2 วง ที่เป็น Explicit  และ ที่มีในตัว  เห็นการนำเสนอ ที่เป็น Explicit ง่าย แต่กระบวนการเป็นของจริง นำเสนออย่างไร ให้เป็น Tacit เห็นชัดอยู่ใน Web ได้อย่างไร.....   และได้เห็นโดยเฉพาะอบ่างยิ่งสถาบันเพิ่มผลผลิต และ กพร. ได้มาร่วมกันในวันนี้.......

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 31229
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

เล่าเห็นกระบวนการชัดเจน ขอบคุณมากค่ะ และขอเชื่อมโยงข้อมูลด้วยได้มั้ยค่ะ
    ขอบคุณมากครับ เหมือนได้นั่งร่วมฟังอยู่ในห้องเลยครับ
ขอบคุณคุณจือ และคุณวีรยุทธ  และยินดีให้เชื่อมโยง , Link ข้อมูลได้โดยไม่ต้องขออนุญาตค่ะ....
คุณจี้ถ่ายทอดบรรยากาศได้เห็นภาพชัดเจน เยี่ยมจริงๆคะ
ขอบคุณพี่หม่า..เป็นคุณเอื้อ ที่น่ารักจริงๆ ค่ะ
ดีมากครับที่ทุกคนให้ความสนใจ ตั้งใจจริง ๆ