เทคโนโลยีสารสนเทศกับแนวโน้มโลก
เทคโนโลยีสารสนเทศกับแนวโน้มโลก
ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบต่างๆเข้ามามีบทบาทสำคัญมากกับชีวติประจำวันของมนุษย์
เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้การกระจายข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว
และมีลักษณะการกระจายแบบทุกทิศทาง และมีระบบตอบสนองอย่างรวดเร็ว
และยังสื่อสารแบบสองทิศทาง
ด้วยเหตุนี้ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง
และสังคมจึงแตกต่างจากในอดีตมาก
ดังจะเห็นได้จากวิกฤตการณ์ทางด้านเศรษฐกิจจากประเทศหนึ่งมีผลกระทบต่อประเทศอื่น
ๆ อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
ผลของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายด้าน
แนวโน้มที่สำคัญที่เกิดจากเทคโนโลยีที่สำคัญและเป็นที่กล่าวถึงกันมาก
มีหลายประการ อาทิเช่น
เทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัสและตอบสนองตามความต้องการ
การใช้เทคโนโลยีปัจจุบันเป็นแบบบังคับ เช่น
การดูโทรทัศน์ วิทยุ
เมื่อเราเปิดเครื่องรับโทรทัศน์
เราไม่สามารถเลือกตามความต้องการได้
ถ้าสถานีส่งสัญญาณใดมา เราก็จะต้องชม
ดังนั้นเมื่อเปิดวิทยุจะมีเสียงดังขึ้นทันที
หากไม่พอใจก็ทำได้เพียงเลือกสถานีใหม่
แนวโน้มจากนี้ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เรียกว่า on
demand เราจะมี TV on demand
มีวิทยุแบบตามความต้องการ เช่น
เมื่อต้องการชมภาพยนตร์เรื่องใดก็เลือกชม
และดูได้ตั้งแต่ต้นรายการ หากจะศึกษาหรือเรียนรู้ก็มี education
on demand คือสามารถเลือกเรียนตามต้องการได้
การตอบสนองตามความต้องการ เป็นหนทางที่เป็นไปได้
เพราะเทคโนโลยีมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าจนสามารถนำระบบสื่อสารมาตอบสนองตามความต้องการของมนุษย์ได้
เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา
เมื่อการสื่อสารแบบสองทางก้าวหน้าและแพร่หลายขึ้น
การโต้ตอบผ่านเครือข่ายทำให้เสมือนมีปฏิสัมพันธ์ได้จริง
เรามีระบบ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ระบบประชุมบนเครือข่าย
มีระบบ Tele-education มีระบบการค้าบนเครือข่าย
ลักษณะของการดำเนินธุรกิจเหล่านี้ทำให้ขยายขอบเขตการทำงาน
หรือดำเนินกิจกรรมไปทุกหนทุกแห่ง และดำเนินการได้ตลอด 24
ชั่วโมง เราจะเห็นจากตัวอย่างที่มีมานานแล้ว เช่น
ระบบเอทีเอ็ม ทำให้การเบิกจ่ายได้เกือบตลอดเวลา
และกระจายไปใกล้ตัวผู้รับบริการมากขึ้น
แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
การบริการจะกระจายมากยิ่งขึ้นจนถึงที่บ้าน
ในอนาคตสังคมการทำงานจะกระจายจนงานบางงานอาจนั่งทำที่บ้านหรือที่ใดก็ได้
และเวลาใดก็ได้
เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก
ความเกี่ยวโยงของเครือข่ายสารสนเทศทำให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์
ระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขตจำกัดภายในประเทศ
ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก
ทั่วโลกจะมีกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าบริการอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
เทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนเอื้ออำนวยให้การดำเนินการมีขอบเขตกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ระบบเศรษฐกิจของโลกจึงผูกพันกับทุกประเทศ
และเชื่อมโยงกันแนบแน่นขึ้น
เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน
หน่วยงานภายในเป็นแบบเครือข่ายมากขึ้น
แต่เดิมการจัดองค์กรมีการวางเป็นลำดับขั้น
มีสายการบังคับบัญชาจากบนลงล่าง
แต่เมื่อการสื่อสารแบบสองทางและการกระจายข่าวสารดีขึ้น
มีการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์กรผูกพันกันเป็นกลุ่มงาน
มีการเพิ่มคุณค่าขององค์กรด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
การจัดโครงสร้างขององค์กรจึงปรับเปลี่ยนจากเดิม
และมีแนวโน้มที่จะสร้างองค์กรเป็นเครือข่ายที่มีลักษณะการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น
หน่วยธุรกิจจะมีขนาดเล็กลง
และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครือข่าย
สถานะภาพขององค์กรจึงต้องแปรเปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี
เพราะการดำเนินธุรกิจต้องใช้ระบบสื่อสารที่มีความรวดเร็วเท่ากับแสง
ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว
เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาวขึ้น
อีกทั้งยังทำให้วิถีการตัดสินใจ
หรือเลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้น
แต่เดิมการตัดสินปัญหาอาจมีหนทางให้เลือกได้น้อย เช่น
มีคำตอบเดียว ใช่ และ ไม่ใช่
แต่ด้วยข้อมูลข่าวสารที่สนับสนุนการตัดสินใจ
ทำให้วิถีความคิดในการตัดสินปัญหาเปลี่ยนไป
ผู้ตัดสินใจมีทางเลือกได้มากขึ้น
มีความละเอียดอ่อนในการตัดสินปัญหาได้ดีขึ้น
เทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นเทคโนโลยีเดียวที่มีบทบาทที่สำคัญในทุกวงการ
ดังนั้นจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ
และการเมืองได้อย่างมาก ลองนึกดูว่าขณะนี้เราสามารถชมข่าว
ชมรายการทีวี ที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่าง ๆ
ได้ทั่วโลก
เราสามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันทีเราใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสื่อสารระหว่างกัน
และติดต่อกับคนได้ทั่วโลก
จึงเป็นที่แน่ชัดว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม
เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองจึงมีลักษณะเป็นสังคมโลกมากขึ้น
จากที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี
มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เราในยุคนี้
มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน
และมีแนวโน้มที่จะส่วนร่วมมากขึ้นเรื่อยๆแต่ในขณะเดียวกัน
เทคโนโลยีมีการพัฒนา
จิตใจของผู้ที่ใช้ก็ต้องมีการพัฒนาเช่นกันด้วย
ควรมีจิตสำนึกในการใช้ ใช้การทางที่สร้างสรรค์
เป็นประโยชน์ต่อสังคม และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
โอเคเลยจ๊ะ ตัวอักษรก็ตัวใหญ่ อ่านง่าย
เนื้อหาก็โอเคจ๊ะ มีแนวโน้มว่าเป็นไปได้
สรุป เยี่ยมไปเลยจ้า เพื่อนเราเก่งจริงๆ