ได้ดูซีรี่ส์เรื่องอัตสึแล้วได้ความคิด/มุมมองใหม่ๆ
เมื่อวานได้ดูซีรี่ส์เรื่องอัตสึแล้วได้ความคิด/มุมมองใหม่ๆ จึงอยากจะบันทึกใว้
--ทำไมญี่ปุ่นจึงเจริญกว่าไทยมาก ทั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นพร้อมๆกับเรา(สมัยเมจิกับพระปิยะมหาราช) และยังฟื้นตัวได้เร็วหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่2
- ญี่ปุ่นใช้เหตุผล+ผลลัพท์เป็นหลัก ความชอบ/พอใจเป็นเรื่องรอง (เรียวมะตั้งใจมาฆ่าคัตสึ แต่พอได้พูดคุยแล้วเห็นว่าคัตสึมีความคิดดีและมีความสามารถก็กลับขอฝากตัว เป็นศิษย์ได้โดยไม่เคอะเขิน)
- คนญี่ปุ่นสามารถสะกดกลั้นความคับแค้นใจส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อ มิตรภาพได้ (โอคุโบะตั้งความหวังไว้มากในตอนจะไปพบเจ้าแคว้นพันธมิตรของสัทสุมะ แต่เมื่อถูกไซโกเชิญออกจากห้องต่อหน้าเจ้าแคว้นซึ่งเป็นการดับความหวังนั้นอย่างสิ้นเชิงก็ยังไม่แตกหักกับไซโก --ถ้าเป็นคนไทยคงจะประกาศไม่เผาผีกันแล้ว)
- สังคมญี่ปุ่นเอื้อต่อการแข่งขัน(หรือแม้แต่ต่อสู้ห้ำหั่นกัน)ด้วยความ สามารถ+ฝีมือ จึงรวมพลังกันพัฒนาประเทศได้ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียวกันหรือจะเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ตาม --แต่สังคมไทยจะได้ยินอยู่เสมอว่า ผู้ชนะจะ"ล้างบาง"ฝ่ายที่แพ้ , "จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย", "ข้าไม่ได้กินคนอื่นก็ต้องอดด้วย" ,"เก็บไว้ก็เป็นหอกข้างแคร่"ฯลฯ
- ความอดกลั้นและความมีระเบียบวินัยอย่างสูง น่าจะมีที่มาจากปรัชญาบูชิโด (เรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับแวดวงซามูไร+ราชสำนัก เกือบจะไม่เกี่ยวข้องกับระดับชาวบ้านเลย) --ซึ่งชนชาติญี่ปุ่นแม้จะได้ประโยชน์จากแนวคิดนี้อย่างมากแต่ก็ต้องแลกมาด้วยบางอย่าง (เช่นความเครียดในสังคมเป็นต้น)
คนญี่ปุ่นมีระเบียบวินัยมากครับ
คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญและความจริงใจในการจัดการศึกษาและพัฒนาการศึกษาครับ
หลังแพ้สงคราม เมื่อรวบรวมผู้คนได้ สิ่งแรกที่องค์จักรพรรดิ์สอบถามคือ เรามีครูเหลืออยู่อีกกี่คน?
คนญี่ปุ่นมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม แค่ไก่ที่บ้านของชาวนาครอบครัวหนึ่งตายโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร
และไม่ได้แจ้งให้ทางการทราบ และมาทราบในภายหลังว่า ไก่นั้นเป็นไข้หวัดนกและเป็นต้นเหตุทำให้ไข้หวัดนกระบาดไปทั่วเมือง
ชาวนาครอบครัวนั้น กินยาฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ผมคิดว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้ญี่่ปุ่นสามารถพัฒนาประเทศจนเจริญรุ่งเรืองในทุกวันนี้
สวัสดีค่ะ
เห็นข้อเปรียบเทียบได้อย่างชัดเจน
จังเลยค่ะ^^*
ชาตินิยมมาก่อนครับ
ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
ตอนนี้ผมขอเสนอข้อคิดใหม่จากเรื่องMr.Brainอีกเรื่องหนึ่งครับ
ใครมีข้อคิดเห็นกรุณาเข้าไปแลกเปลี่ยนได้นะครับ