มังคุดก่อนฤดู

การผลิตมังคุดก่อนฤดู

แนวคิด 

ต้องมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด ก่อนว่าการทำมังคุดก่อนฤดูนั้นสามารถทำได้ เพื่อที่จะได้หาวิธีการทำให้ได้ตามเป้าหมาย

วิธีการ

1.การจัดการหลังเก็บเกี่ยว  ต้องมีการจัดการต้นมังคุดทันทีโดยการ

                 1.1  ตัดยอดเพื่อควบคุมความสูง  โดยต้นที่ยังไม่เคยตัดแต่งยอดให้ตัดยอดลงให้เหลือความสูง ในระยะที่สามารถทำงานได้สะดวก ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะ 4-5 เมตร  การตัดยอดให้ได้ความสูงในระยะที่ต้องการอาจต้องตัดหลายครั้ง  การตัดครั้งเดียวในทันทีอาจทำให้กิ่งที่อยู่ด้านบนโดนแสงแดดเผา ทำให้กิ่งแห้งและผุได้ง่าย  

  1.2 ตัดแต่งกิ่งภายในต้นเพื่อให้โปร่งแสงแดดส่องได้ทั่วถึง ควรไว้กิ่งประมาณ 25 กิ่งต่อต้น

  1.3 ตัดแต่งปลายกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่ม และป้องกันไม่ให้กิ่งหัก  เนื่องจากกิ่งที่ยื่นยาวและมีปริมาณใบมาก ปลายกิ่งจะหนักจะทำให้กิ่งหักได้ง่าย

2. การใส่ปุ๋ย เพื่อให้ต้นมังคุดสมบูรณ์ควรมีการใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 3 ครั้ง/ปี โดยให้ดูผลการวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชในดินและใบพืชจะทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิต

   2.1 การใส่ปุ๋ยครั้งที่1 ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตรที่เน้นตัวหน้า ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อบำรุงใบให้สมบูรณ์และปรับโครงสร้างดิน ใส่ในช่วงปลายของการเก็บเกี่ยวจะช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารได้ทันเวลา เนื่องจากพืชจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการลำเลียงธาตุอาหารไปใช้ได้

   2.2 การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ควรใส่ในช่วงดอกกลมๆ เพื่อให้ดอกมีขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้มังคุดมีผลใหญ่ไปด้วย

   2.3 การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 ควรใส่ในช่วงที่ผลมังคุดมีขนาดเท่าผลหมาก เพื่อเพิ่มขนาดของผลให้มีน้ำหนักอย่างน้อย 70 กรัม

3. การกระตุ้นให้มังคุดแตกใบอ่อน  โดยปกติถ้าต้นมังคุดสมบูรณ์ และมีการตัดแต่งกิ่ง มังคุดจะแตกใบอ่อนได้เองตามธรรมชาติ  ซึ่งในภาคตะวันออกจะแตกใบอ่อนช่วงเดือนกรกฎาคม- สิงหาคม  แต่ถ้ายังไม่แตกใบอ่อนให้ฉีดพ่นด้วยไธโอยูเรีย ในอัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แลควรผสมฮิวมิก และสาหร่ายด้วย เพื่อลดความเป็นพิษของไธโอยูเรีย  ในกรณีที่แตกใบอ่อนช้าให้เร่งโดยการฉีดพ่นด้วยแมกนีเซียมจะช่วยให้ใบแก่เร็วขึ้น

 

 

 

4. การกระตุ้นให้มังคุดออกดอก

     4.1ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่ต้องกระตุ้นให้มังคุดออกดอก ทำโดยการใช้เครื่องตัดหญ้าตีใบมังคุดและเศษวัชพืชใต้โคนต้นให้แตกกระจุยจะทำให้รากมังคุดขาดและเกิดภาวะเครียด  ห้ามทำให้โคนมังคุดโล่งเตียนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้รากมังคุดยิ่งลงลึกมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การทำให้มังคุดอยู่ในภาวะเครียดทำได้ยากยิ่งขึ้น

     4.2 หลังจากนั้นงดน้ำจนกว่าจะเห็นก้านมังคุดเป็นร่อง  แล้วจึงให้น้ำในปริมาณมาก จำนวน 1 ครั้ง  จากนั้นเว้น  3 วันให้น้ำอีกครั้งหนึ่ง  และรอดูอาการ  1  สัปดาห์ โดยก่อนการให้น้ำจะต้องสังเกตอุณหภูมิด้วย ถ้าอากาศเย็นไม่ควรให้น้ำ ควรให้ในช่วงอุณหภูมิสูง (อุ่น-ร้อน)

    4.3 ก่อนการให้น้ำให้ทำการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34  + สาหร่าย  เพื่อบังคับให้มีการออกดอก

 5. การให้น้ำ    ควรให้น้ำตลอดตั้งแต่เริ่มเป็นดอก จนถึงระยะเก็บเกี่ยว โดยในช่วงพัฒนาการของผลจะเป็นช่วงที่มังคุดต้องการปริมาณน้ำมากที่สุด

 6. การป้องกันกำจัดศัตรูพืช

     6.1  ในช่วงแตกใบอ่อนยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ให้ฉีดพ่นสารป้องกันกำกัดแมลง (หนอนชอนใบ) และโรคพืช (แอนแทรคโนส) และควรผสมธาตุอาหารเสริมลงไปด้วยเพื่อเพิ่มขนาดใบ

     6.2  ในช่วงที่ยอดมังคุดเริ่มอวบอูม แสดงว่ามังคุดมีการออกดอก ให้ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยฉีดครั้งที่  2  ห่างจากครั้งที่ 1  7 วัน เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นหน้าหนาว อากาศแห้ง และเย็น  จะเป็นช่วงที่มีการระบาดของเพลี้ยไฟ

     6.3 ในช่วงดอกบาน จนกระทั่งเป็นลูก ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดไรและแมลงวี่ขาวด้วย และถ้ากรณีที่มีฝนตกใหญ่ ให้ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคราแอนแทรคโนส เพราะเชื้อราจะเข้าทำลายหู ทำให้หูมังคุดแห้งกรอบ

    6.4 ช่วงหลังจากดอกมังคุดบานหมดแล้วใช้ปิโตเลียมออย ฉีดพ่นจะทำให้ผิวมัน

    6.5ในช่วงผลเล็กให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีอะบาเม็กตินผสมไซเปอร์เมทธิน เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ โดยฉีดพ่นทุก 5-7 วัน จำนวน 2-3  ครั้ง ติดต่อกัน