ข้ามฝั่งแค้น


เพียงมีคำถามปรากฎในใจ หลังจากอ่านหนังสือที่ชื่อ ข้ามฝั่งแค้น : การเดินทางแห่งความหวัง แปลจาก Revenge : A Story of Hope ผู้เขียน ลอร่า บลูเมนเฟลด์ ผู้แปล อนิตรา พวงสุวรรณ โมเซอร์ ของ สำนักพิมพ์โกมลคีมทอง จนเกิดคำถามบางประการในใจ ถึงโอกาสของผู้คน โอกาสของคนเรา ที่จะก้าวข้ามฝั่งบุญคุณความแค้น ที่ฝั่งแน่นจนกลายเป็นวัฒนธรรม วัฒนธรรมแห่งการแก้แค้น วัฒนธรรมความเกลียดชัง

 

ข้ามฝั่งแค้น

 

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

 

 

ช่วงเดือนที่ผ่านมา

มีโอกาสตะลุยอ่านหนังสือ

กระทั่งจบเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง

 

โดยหนังสือเล่มนี้ อธิบายมุมมองของสิ่งที่เรียกว่า "การแก้แค้น" ผลงานแปล ของ คุณอนิตรา พวงสุวรรณ โมเซอร์ ที่แปลผลงานของนักเขียนสารคดี และผู้สื่อข่าววอชิงตันโพสต์ ที่ชื่อ ลอร่า บลูเมนเฟลด์ ผู้ซึ่งรับรู้ความแค้น จากการที่พ่อของเธอถูกยิง ในขณะที่แสวงบุญ

 

เดวิด บูลเมนเฟลด์ เป็นยิวอเมริกัน

และเป็นนักบวชแรบไบฮิบรู

ซึ่งถูกยิงในเยรูซาเลม

 

จากฝีมือของวัยรุ่นปาเลสไตน์ ที่อยู่ในกลุ่มนักรบมุสลิม ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อการทวงคืนดินแดน คำถามและความรู้สึกที่ฝังใจ ลาร่า อยู่ตลอดเวลา คือ คำถามว่าทำไมต้องยิงพ่อของเธอ หรือแม้กระทั่งทำไม จึงไม่มีใครคิดจะช่วยเหลือพ่อของเธอ และพ่อของเธอโชคดีมากที่ยังไม่ตาย

 

ความแค้น

และคำถามที่ฝังใจเธอ

ทำให้เธอค้นหา ต้นเหตุแห่งปัญหา

 

ต้นเหตุแห่งความแค้นที่เกิดขึ้นในใจตัวเอง ด้วยความเชื่อเดิมในใจเธอ เธออยากจะแก้แค้นคนที่ยิงพ่อของเธอ เธออยากล้างแค้น เธอจึงเดินทางไปอิสราเอล เพื่อใช้ชีวิต และใช้เวลาอยู่กับการค้นหา เรียนรู้ และศึกษา สิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมแห่งการแก้แค้น

 

เธอสัมภาษณ์ ชาวเบดูอิน ชาวแอลเบเนียน

ชาวซิซิเลียน ชาวอิหร่าน

ชาวคริสต์ ชาวฮิบรู

 

ชาวมุสลิม และผู้คนมากมายในแต่ละวัฒนธรรม แต่ละอารยธรรมที่มีเรื่องราวของการจัดการกับความแค้น ระหว่างสิ่งที่เรียกว่า เรื่องส่วนตัว กับ เรื่องส่วนรวม เรื่องสาธารณะ กับ เรื่องของครอบครัว ระหว่างกลไกในการระงับยับยั้ง และกลไกในการสมานฉันท์ เพื่อให้เรื่องราวแห่งความแค้นยุติลง หรือแม้แต่จัดการกับปัญหา เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ

 

วัฒนธรรมการล้างแค้น

ความอาฆาตพยาบาทในแต่ละกลุ่มคน

ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมของมนุษย์

 

มุมมองในด้านความดี และ ความเลว ของปัญหาเหล่านี้ ได้รับการอธิบายที่ชัดถ้อยชัดคำ ในด้านหนึ่ง ความแค้นและการล้างแค้น ก็มีมิติในด้านดี ถึงกลไกในการป้องกันตนเอง ปกป้องพวกพ้อง และรักษาเผ่าพันธุ์ของตัว เพื่อการส่งสัญญาณของการล้างแค้น

 

การแก้แค้น ที่เสมือนหนึ่งสัญญาณเตือน

เพื่อบอกกล่าวด้วยความรุนแรง

จึงมีทั้งด้านดี และ ด้านร้าย

 

เมื่อเราสุมใจตัวเองด้วยเพลิงแค้น และต้องการตอบโต้ผู้ทำร้ายเรา ด้วยความรุนแรง เพื่อต้องการให้เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เราได้รับ หรือรับความเจ็บปวดที่คนที่เรารักประสบ อยากให้เขารับรู้ถึงความรุนแรง ความเจ็บปวด และทำให้เขารู้สึกถึงความอาย ที่เกิดจากการถูกทำร้าย

 

จากถูกหมิ่นศักดิ์ศรี

ถูกกระทำย่ำยี เสียหน้า

และรู้สึกว่าตนเองด้อยค่า

 

ในฐานะที่รู้สึกว่า ตนเองถูกกระทำ และเป็นเหยื่อของความรุนแรง หนังสือเล่มนี้ จึงบอกเล่าพร้อมทั้งถามเรา ว่าจะทำเช่นไร และทำอย่างไร กับความแค้นที่ปรากฎ เราจะแก้แค้นอย่างไร ระหว่างการกระทำด้วยตนเอง หรือ มอบภาระแห่งการล้างแค้นให้กับรัฐ เป็นผู้จัดการ

 

 

 

 

เธอเริ่มไขปริศนาในใจของผู้คน

ทั้งผู้ถูกกระทำ และ

เป็นผู้กระทำ

 

จากความชอบธรรมของความยุติธรรม ความชอบธรรมของความเป็นมนุษย์ ที่มีความแค้นเป็นสิ่งขับเคลื่อนชีวิต เป็นสิ่งผลักดันให้ชีวิตก้าวย่างผ่านไปในแต่ละวัน เหมือนเช่น คำกล่าวของนายพลเรือสหรัฐฯท่านหนึ่ง ก่อนที่เครื่องบินของสหรัฐจะบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ในปฏิบัติการอัฟกานิสถาน เพื่อเป็นการตอบโต้ในเหตุการณ์ 11 กันยายน

 

นายพลเรือท่านนั้น

กล่าวกับนักบินและทหารผ่านวิทยุ

ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่ใช่การแก้แค้น

 

สิ่งที่เรากำลังกระทำ คือปฏิบัติการเพื่อความยุติธรรม และเรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ขณะที่นักรบสหรัฐฯ ต่างเขียนคำด่า คำประณามสาปแช่ง และเขียนความโกรธแค้นบนลูกระเบิดมากมาย ก่อนที่จะทิ้งลงเป้าหมาย ทั้งที่อัฟกานิสถาน และในอิรัก

 

เพราะทหารเหล่านั้น เชื่อมั่นว่า

สิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่

จะสร้างความเจ็บใจ

 

ให้กับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งผู้คนเหล่านั้น เรียกกันว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งนอกจากการค้นหาตัวตนของผู้ที่ยิงพ่อของตัวเอง ลอร่า ยังได้มีโอกาสพูดคุยกับญาติ พ่อแม่พี่น้อง และครอบครัวของผู้ที่ยิงพ่อตัวเอง ด้วยความเชื่อมั่นโดยส่วนตัวว่า เธออยากรู้จักมือปืนให้ดีพอ

 

จนเธอมีโอกาส

ได้เขียนจดหมายตอบโต้

กระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยโดยส่วนตัว

 

เธอค้นพบกับคำถามว่า เธอจะแก้แค้นอย่างไร ระหว่างการแก้แค้นเพื่อสนองความโกรธ กับการแก้แค้นในเชิงสร้างสรรค์ เหมือนหนึ่งมุมมองที่ พระไพศาล วิสาโล เขียนไว้ในบทคำนำ ว่า การแก้แค้นไม่จำเป็นต้องหมายถึง การทำลายล้างศัตรูของคุณให้สิ้นซาก หากยังหมายถึง การเปลี่ยนแปลงจิตใจของศัตรู หรือ ตัวคุณเอง

 

เป็นข้อสรุปของผู้เขียนซึ่งได้

มาจากประสบการณ์

การแสวงหา

 

ด้วยตนเอง ไม่ใช่ศัตรูเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง แต่ตัวเธอเองก็เปลี่ยนแปลงด้วย หว้งว่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของ ลอร่า บลูเมนเฟลด์ จะจุดประกายแห่งความหวัง เสริมสร้างพลังแห่งความดีในตัวเรา และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราได้

 

และสำหรับคำถาม

ที่เราจะเลือกชำระสะสางแค้น

ระหว่างชำระด้วยเลือด ชำระใจเขา ชำระใจเรา

 

ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ ถึงมุมมองแห่งการก้าวพ้นฝั่งแห่งความแค้นเหล่านั้น จากมุมมองมากมายที่คอยถามเราในทุกขณะ ว่าเราจะทำเช่นไร และเธอจะทำเช่นไร เมื่อผลสุดท้ายเธอกล่าวคำให้อภัยกับมือปืน และมือปืนก็กล่าวคำขอโทษด้วยน้ำตา ต่อเธอ และพ่อของเธอ เขากล่าวกับผู้คนทั่วไปว่า เขาขอโทษต่อสิ่งที่ได้ทำ และหากเขาย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ทำ

 

เหมือนเช่นคำถามทางปรัชญาทั่วไป

ที่สุดท้ายจะย้อนกลับมาถามเรา

ว่าหากเราเป็นเหยื่อ หรือ เป็นผู้กระทำ

เราจะเลือกที่จะข้ามฝั่งแห่งความแค้นนั้น อย่างไร

 

 

 

หมายเหตุ : ข้อมูลหนังสือแปลเล่มนี้ ชื่อ ข้ามฝั่งแค้น : การเดินทางแห่งความหวัง แปลจาก Revenge : A Story of Hope ผู้เขียน ลอร่า บลูเมนเฟลด์ ผู้แปล อนิตรา พวงสุวรรณ โมเซอร์ ของ สำนักพิมพ์โกมลคีมทอง

 

หมายเลขบันทึก: 311067เขียนเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2009 11:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 พฤษภาคม 2012 02:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

มุมมองน่าสนใจ น่าคิดมากมายค่ะ 

สุดท้ายจะย้อนกลับมาถามเรา ว่าหากเราเป็นเหยื่อ หรือ เป็นผู้กระทำ

เราจะเลือกที่จะข้ามฝั่งแห่งความแค้นนั้น

ยังไม่เคยเจอ แค้นอื่น นอกจากแค้นเพราะรัก เค้าบอกว่า แค้นมากเพราะรักมาก จริงฤา คะ ท่านคติ

กับแค้น แค้น ไม่ได้กินน้ำ ก็แค้นหลาย ... อิ่มและรำมื้อเที่ยงนะคะ อ้ะ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ จะได้หายแค้น ...

 

ค้นหาอีเมลล์ของอนิตรา เพื่อจะติดต่อกับเธอค่ะ

กลับพบนักอ่าน หนังสือที่เธอแปลเข้าให้ คุณคติ นี่เอง

ดีจัง...การแก้แค้นในรูปแบบที่หลุดพ้น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี