จากหัวค่ำวันวานถึงรุ่งสาง มีข่าวลือบอกเล่าถึงความตาย ของใครบางคน ขณะที่ข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม จนกระทั่งถึงเดือนพฤศจิกายน สำหรับความตายของใครบางคน ที่ทำให้ต้องตอบคำถามในใจตัวเอง ถึงข่าวลือของความตายในครั้งนี้

ลือข่าวสมัครตาย

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

รับรู้เรื่องราว

ข่าวสารคาดการณ์

การเสียชีวิตของ คุณสมัคร สุนทรเวช

 

ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทั่งย่างผ่านมาถึงเดือนพฤศจิกายน ก็ยังไม่ได้ลดความเคลื่อนไหว อาจนิ่งไปบ้าง ตามข่าวสารคำให้สัมภาษณ์ หรือการช่วงชิงสื่อตามหน้าข่าว ของพลพรรคเสื้อแดง พรรคการเมืองใหม่ พรรคเพื่อไทย คุณทักษิณ ชินวัตร หรือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

แต่การยืนยันถึงการจองศาลา

สวดศพในวัดหลวงวัดใหญ่

กลับปรากฎข่าวสารขึ้น

 

ไม่นับรวมความบทวิเคราะห์ถึงอาการ ว่าที่ผ่านมาอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งอาจจะถึงโมงยามสุดท้ายในการมีลมหายใจ ซึ่งทั้งหมดปรากฏขึ้นในรายงานวิเคราะห์ข่าวลือ ในกระแสข่าวปากต่อปาก จากทั้งผู้ที่ชื่นชอบ และผู้ที่ไม่พึงใจ ในตัวตนของอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยท่านนี้

ยิ่งย้อนกลับ

ไปมองจุดเริ่มเรื่องราว

ในกระแสข่าววันที่ 6 ตุลาคม

 

ยิ่งชวนให้หนาวแขน ถึงการเขียนบทนิยาย ถึงกงกรรมกงเกวียนของเรื่องราว จนแม้แต่เรากันเอง ยังต้องถามไถ่ให้แน่ชัด จนทราบจากการแถลงข่าวยืนยันของโฆษกส่วนตัวคุณสมัคร ว่าในขณะนี้ยังไม่มีการเสียชีวิต และที่ผ่านมายืนยันว่าได้เข้ารับการรักษา และยังคงมีชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล

ซึ่งสำหรับผู้คนที่มีบุญคุณความแค้น

มีความไม่พึงใจอันฝังรากลึก

อาจมีคำตอบชัดเจนในใจ

 

ไม่ว่าบทบาทแต่ครั้งอดีต หรือบทบาทในปัจจุบันของ คุณสมัคร สุนทรเวช จะเป็นเช่นไร แต่สำหรับใครบางคนที่สูญเสียญาติพี่น้อง เสียลูก เสียคนรัก ในท่ามกลางเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชน และนิสิต นักศึกษา ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คำถามถึงบทบาทที่ยากลบเลือน และบทบาทของการมีส่วนร่วมในการกำหนดความเป็นความตายของผู้คน

คือ คำถามที่เหมือนหอก

พุ่งทิ่มแทงตัวตนของคุณสมัคร

อยู่ในแต่ละคืนวัน แม้หน้าประวัติศาสตร์จะผ่านไป

 

เช่นเดียวกับ เรื่องราวต่อจากนี้ ที่ประวัติศาสตร์จะทำหน้าที่ สำหรับเราทุกคน อาจผิดแผกแตกต่างกันบ้าง ตามคุณค่าชีวิตของแต่ละคน ที่ส่งผลต่อสังคมส่งผลต่อผู้อื่น คุณค่าที่คนอื่นจะเป็นผู้มอบให้และเป็นผู้หยิบยื่นให้ หลังการเดินทางไกลครั้งสุดท้ายของทุกชีวิต เริ่มต้นขึ้น

ใครบางคนที่แค้นเคืองบทบาทท่าที

เมื่อครั้งอดีตของบุคคลท่านนี้

ยืนยันถึงความชอบธรรม

 

ที่จะยังคงยืนยันจะตำหนิติเตียน ยืนยันที่จะทวงถามความถูกต้องชอบธรรม และพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดเขาทำในอดีตนั้น ได้ทำร้ายทำลายคนไทยมากมาย ไม่นับรวมเรื่องเล็กน้อยในความเป็นคน ที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต ไม่นับรวมถึงคำบิดเบือนหลายประการ ที่ส่อแสดงความอำมหิตในน้ำคำน้ำเสียง จนเสมือนหนึ่งยุยงให้คนไทยเข่นฆ่าคนไทยร่วมชาติ ยามนี้ จึงมีคนไทยหลายคนรอคอย

 

 

ไม่นับรวม

ถึงท่าทีการแสดงออก

ในการยกป้ายของคนไทยอีกมาก

 

นับตั้งแต่เหตุการณ์ การเดินทางเพื่อไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ของคุณสมัคร สุนทรเวช และภริยา ที่ปรากฎว่า มีคนไทยมากมายไปยืนยกป้ายอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง แสดงออกโดยไม่ได้ทำร้าย ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัว ไม่ได้คุกคาม แต่ต้องการประจาน และอธิบายถึงความไม่พึงใจ

ในขณะที่เห็นภาพ ผมก็เกิดสองความรู้สึก

หนึ่งก็รู้สึกสาแก่ใจในความคิด

อีกหนึ่งก็รู้สึกหดหู่

 

เมื่อได้เห็นสภาพของร่างกาย ใบหน้า แววตาและความอิดโรย ของทั้งคุณสมัครและภริยา ขณะที่เหตุผลของใครบางคน อาจยืนยันว่า เพื่อให้เขาเข้าใจในความผิดพลาดครั้งอดีต เข้าใจในความตายของคนไทยมากมาย ที่ถูกคำพูดปรักปรำบิดเบือน และยุยงให้เข่นฆ่า ดังนั้นจึงสมควรตอบแทน หรือแม้กระทั่งเอาคืน

ไม่ว่าจะตอบแทนแบบใด

ไม่ว่าจะตอบเช่นไรสำหรับคนที่ไม่พึงใจ

ทุกอย่างก็เหมือนเป็นกระจกสะท้อนการมีชีวิต

 

สะท้อนถึงนักการเมือง ผู้มีใจคอโหดร้าย ซึ่งถึงพร้อมด้วยความกร่าง ความกร้าว และทรงไปด้วยความทรนงตน ในขณะที่มีอำนาจรัฐค้ำคอ มีวาสนาค้ำใจใครต่อใครให้ก้มหัวพินอบพิเทา ให้ได้สำนึกว่า เมื่อวันหนึ่งตกต่ำลง ผู้คนที่ไม่ยอมจำนน อาจจดจำและตอบคืนบุญคุณความแค้นที่นักการเมืองเหล่านั้น กระทำต่อประชาชนในแผ่นดินได้เช่นกัน

แต่ในอีกด้านหนึ่งของภาพที่ปรากฎ

ผมกลับเห็นโอกาสบางอย่าง

หากเราก้าวผ่านได้

 

เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า เราไม่เห็นด้วย ไม่พึงพอใจ ไม่ชื่นชอบพฤติกรรมหยาบคายกร้าวร้าว โหดร้าย หรือรุนแรงของใครต่อใคร ที่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ เราจึงแสดงออกให้คนเหล่านั้นรู้ว่า เขาสมควรได้รับการประณาม ได้รับการตำหนิ และรับรู้ถึงเสียงของผู้คนที่ไม่พึงพอใจเขา ผมกลับคิดถึงโอกาสบางอย่างของเราทุกคนที่ไม่พึงใจ

ผมคิดถึงโอกาสสำคัญ

ที่เราจะเป็นผู้กำหนดอนาคต

กำหนดลมหายใจของวันพรุ่งนี้ร่วมกัน

 

เมื่อเราไม่เห็นด้วยกับวังวนของคำโกหก ไม่เห็นด้วยกับความอำมหิตโหดร้าย ไม่เห็นด้วยกับวังวนของความรุนแรง เราต้องหาทางออกที่ฉีกหนี ทางออกที่เราจะไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเลวร้ายเหล่านั้น ไม่ว่าจะในกรณีใดใด หากเราเห็นว่า พฤติกรรมที่กระทำเป็นความเลวร้าย เราก็ไม่ควรเป็นความเลวร้ายเสียเอง สำหรับทางออกในเบื้องปลายของชีวิต ซึ่งเป็นหน้าที่ของประวัติศาสตร์

สำหรับข่าวสารเมื่อหัวค่ำวันวานต่อรุ่งสางวันนี้

ผมเพียงอยากให้คนไทยตั้งสติ

เห็นด้วยไม่เห็นด้วยไม่ว่ากัน

แค่เพียงอยากให้ใช้สติ กับ บทเรียนเบื้องปลายชีวิต ร่วมกัน