เคยเป็นกันบ้างใช่มั้ยคะ พฤติกรรมประมาณว่า ช่วงไหนใกล้สอบก็จะตะบี้ตะบันอ่านหนังสือกันเข้าไป
ครูขิมก็เคยเป็นค่ะ ถึงฤดูกาลใกล้สอบทีไร ถ้าไปหอสมุดก็จะไม่มีที่นั่ง ถ้าคิดอยากได้ที่นั่งเป็นของตัวเองก็ต้องไปรอตั้งแต่ประตูเปิด ทั้งๆที่บ้านหรือหอพักก็อ่านได้ แต่สงสัยมันจะไม่ได้บรรยากาศของวิชาการมากพอ ต้องไปกดดันตัวเองในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางการศึกษาเสียหน่อย
ทั้งที่ก็รู้ดีนะว่า มันเป็นวิธีที่ไม่ค่อยถูกเท่าไร แต่ก็มักง่าย ทำมันทุกที ผลสอบก็ดีแหละค่ะ แต่ความรู้ไม่ค่อยติดหัวเท่าไร ถ้าเป็นการลงทุนก็ถือว่าค่อนข้างจะขาดทุนเสียด้วยซ้ำไป
ถ้าคุณเป็นนักเรียนประเภทช่วงนี้สอบFinal ก็ไปทุ่มเทกับสอบ Final ก่อน อ้าว...หลังจากนี้จะต้องไปสอบเข้าโรงเรียนใหม่ ก็ไปทุ่มเทกับสอบเข้าโรงเรียนใหม่อีกที โอ๊ะ...ต่อไปสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ แล้วก็มาจมอยู่กับภาษาอังกฤษอีกพักใหญ่ๆ อ๊ะ...จะสอบเปียโนแล้ว ก็มาซ้อมบ้าเลือดกัน 1 เดือนก่อนสอบ
พูดได้คำเดียวว่า...เสียใจด้วยค่ะ
เรียนดนตรีทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ให้ผลแบบเดียวกันค่ะ และจะว่าไปแล้วคุณก็ไม่ควรจะทำอย่างนี้กับวิชาอื่นๆด้วย
แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ???
แบ่งเวลาสิคะ จัดสรรเวลา เรียนกี่อย่างก็ทบทวนทุกอย่างทุกวัน ครูขิมเคยทำทั้งสองแบบมาแล้ว แบบทุ่มเทบ้าบอเป็นช่วงๆ กับทบทวนสม่ำเสมอทุกวัน คุณว่าแบบไหนได้ผลกว่าล่ะ ครูขิมถึงมาแนะนำคุณให้แบ่งเวลาน่ะ????
ทำยากหรือคะ ทำยากหรือว่าไม่อยากทำ ลองถามตัวเองดูดีๆนะ
รักตัวเองหรือเปล่า คิดว่าตัวเองจะวิ่งทำอย่างนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ยิ่งโตก็ยิ่งต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ถ้าไม่ฝึกแบ่งเวลา อีกหน่อยเจ้านายคงใจดีฝึกให้อยู่หรอก(โปรดสังเกตุนะ ครูขิมใช้คำว่า"เจ้านาย" เพราะคนไม่แบ่งเวลา คงจะผันตัวเองให้เป็นเจ้านายคนอื่นยาก)
การศึกษาก็เป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งแหละ จริงมั้ยคะ แต่พวกเราส่วนใหญ่มักจะไปมุ่งหวังเอากระดาษใบเดียวมากกว่าองค์ความรู้ที่ควรจะได้มา เราจึงมักเห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาส่วนใหญ่ทำงานแบบนี้
อาจารย์สั่งงานล่วงหน้า 1 สัปดาห์...ทำคืนสุดท้ายก่อนส่ง
อาจารย์สั่งงานล่วงหน้า 1 เดือน....ทำคืนสุดท้ายก่อนส่ง
อาจารย์สั่งงานล่วงหน้า 1 เทอม...ทำคืนสุดท้ายก่อนส่ง
แล้วงานที่ส่งก็ไม่ได้เลอเลิศอะไรหรอกนะ งานแบบมีที่ติทั้งนั้น บางทีตัวนักศึกษาเองนั่นแหละที่มาบอกว่า ตรงนี้มันเขียนสั้นไปนิดนึงนะคะ 'จารย์ ถ้าหนูมีเวลาอีกนิด จะเกลาให้สละสลวยกว่านี้
ก็หนูไม่มีเวลา...ไม่มีเวลาสำหรับงานหรอกค่ะ หนูต้องกันเวลาไว้เล่นเกม แชท ช้อปปิ้ง โหลดหนัง โหลดเกม คุยโทรศัพท์กับแฟน
รักสนุกจะทุกข์ถนัด...เคยได้ยินมั้ย หรือว่าเป็นคนรุ่นใหม่เกินไปจนเข้าใจว่าสุภาษิตบางอย่างมันกลายเป็นคำโกหกไปเสียแล้ว
เคยลองผิดมาก่อนหรอกนะ ถึงได้รีบมาเตือนกัน รู้แล้วก็ไปตัดสินใจเสียว่าจะเอายังไงดีกับวิธีเรียนของตัวเอง จะเรียนเอาเกรดหรือเรียนเอาความรู้ เลือกเอาเอง