พัฒนาระบบการดำเนินงานเพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อนจากภาวะต่อมธัยรอยด์บกพร่อง และ เฟ็นนิลคีโตนยูเรีย ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์

                                                     เรณู สุขแจ่ม และสุพัตรา โค้วสุวรรณ

    การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษากระบวนการการดูแลทารกแรกเกิดที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภาวะปัญญาอ่อนจากภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน และเฟ็นนิลคีโตนยูเรีย ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ เพื่อนำมาพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น โดยการค้นหาโอกาสพัฒนา ทบทวนวิเคราะห์หาสาเหตุ ร่วมกับพิจารณาหาแนวทางการดำเนินงาน นำไปทดลองปฏิบัติเพื่อบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดเป็นมาตรฐานการดูแลทารกแรกเกิดที่เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และสอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผลการศึกษาทบทวนระบบ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อนจากภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนและโรคเฟ็นนิลคีโตนยูเรีย และจัดทำเป็นคู่มือการดำเนินงานขึ้น จากการนำแนวทางการดำเนินงานไปปฏิบัติ พบว่า ปี 2549 – 2551 มีอัตราความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนและโรคเฟ็นนิลคีโตนยูเรีย ร้อยละ 100 ผลการตรวจคัดกรองภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ คิดเป็นร้อยละ 2.01, 0.57 และ 0.74 ตามลำดับ เห็นได้ว่า ผลการตรวจปี 2551 ผิดปกติลดลง เมื่อเทียบกับปี 2549 และความครอบคลุมของการติดตามเด็กมาตรวจยืนยันผลภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนและได้รับการรักษา พบว่า ปี 2551 สามารถติดตามได้ครบทุกราย ซึ่งในปี 2549 และ 2550 มีเด็กที่ไม่ได้สามารถติดตามได้ปีละ 1 ราย จากผลการศึกษา เห็นว่า ควรมีการพัฒนากระบวนการการดูแลผู้รับบริการที่เกี่ยวข้องกับภาวะปัญญาอ่อนจากภาวะต่อมธัยรอยด์บกพร่อง และเฟ็นนิลคีโตนยูเรียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นมาตรฐานการบริการตามบริบทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ โดยจัดระบบการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ คือ ให้ครอบคลุมทารกแรกเกิดทุกคนที่เกิดในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ มีขั้นตอนการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ กระบวนการติดตามเด็กที่มีผลเลือดผิดปกติให้กลับมาเพื่อรับการตรวจยืนยันครบถ้วน การรักษาเด็กที่ตรวจพบว่ามีภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนถูกต้องต่อเนื่อง รวมถึง การตรวจสติปัญญาของเด็กเป็นระยะๆ ซึ่งในการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จะต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรในด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนวิธีดำเนินงานให้เหมาะสมสำหรับสภาพการทำงานของโรงพยาบาล รวมทั้ง ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่บุคลากรในโรงพยาบาล และหญิงมีครรภ์ที่มาคลอดบุตรในโรงพยาบาล ประชาชนทั่วไปให้ทราบความสำคัญของภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดปัญญาอ่อน การป้องกันโดยการตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังเป็นทารกแรกเกิด เมื่อบุคคลเหล่านี้มีความรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี จะช่วยให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการให้ได้ผลตามเป้าหมาย เพื่อการประกันคุณภาพการคัดกรองทารกแรกเกิดในขั้นตอนต่างๆ ต่อไป