บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ

           คาลิล  ยิบราน  แสดงแนวคิดทางปรัชญาว่าด้วยบุตร ไว้ดังนี้ครับ

 

                                          (คาลิล ยิบราน)

                                        

                                            ในเรื่องของ "บุตร"  

 

บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ 

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต 

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ 

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ 

เธออาจจะให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความนึกคิดของตนเอง

 

เธออาจจะให้ที่อยู่อาศัยแก่ร่างกายของเขาได้

แต่มิใช่แก่วิญญาณของเขา

เพราะว่าวิญญาณของเขานั้น อยู่ในบ้านของพรุ่งนี้

ซึ่งเธอไม่อาจเยี่ยมเยือนได้ แม้ในความฝัน...

 

เธออาจจะพยายามเป็นเหมือนเขาได้

แต่อย่าได้พยายามให้เขาเหมือนเธอ           

เพราะชีวิตนั้นไม่เดินถอยหลัง

หรือห่วงใยอยู่กับวันวาน         

 

เธอนั้นเป็นเสมือนคันธนู  

บุตรหลานเหมือนลูกธนูอันมีชีวิต

ผู้ยิงเล็งเห็นที่หมายบนทางอันมิรู้สิ้นสุด           

พระองค์จะน้าวเธอเต็มแรง เพื่อว่าลูกธนูจะวิ่งเร็วและไปไกล

 

ขอให้การโน้มงอของเธอในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์

เป็นไปด้วยความยินดี 

เพราะว่าเมื่อพระองค์รักลูกธนูที่บินไปนั้น

พระองค์ก็รักคันธนูซึ่งอยู่นิ่งด้วย

 

      

        เมื่ออ่านบทกวีที่เป็นแนวคิดด้านปรัชญาของท่านคาลิล ยิบราน  ขออนุญาตนำมาวิเคราะห์ตามสไตล์ของผมเองนะครับ  

 

      ผมว่าท่านคาลิล  ยิบราน  คงต้องการให้พ่อแม่เลี้ยงลูกให้เขาเป็นตัวของตัวเอง  โดยไม่เอาความรู้สึกนึกคิด ของ พ่อแม่  ไปคิดแทนลูก หรือ  บังคับลูกให้เป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการ   

 

       แต่จะต้องเลี้ยงลูกให้เขาเป็นตัวของเขาเองตามที่เขาต้องการ 

 

     ดังนั้นการเลี้ยงลูกแบบท่านคาลิล ยิบรานทำให้ผมนึกถึงนักคิดอยู่สองท่านครับ

 

                              ท่านแรก ผมนึกถึงคุณมาสโลว์  

 

 คุณมาสโลว์บอกว่ามนุษย์มีความต้องการ 5 ขั้น

1. ความต้องการด้านร่างกาย

 2. ความต้องการด้านความปลอดภัย

 3.  ความต้องการด้านสังคม

 4. ความต้องการการยอมรับ

 5. ความต้องการเป็นตัวของตัวเอง

 

    พ่อแม่ในสังคมไทยส่วนใหญ่ จะให้แค่ขั้นที่ 1 ครับ  คือ ให้กินอิ่ม นอนหลับ ขั้นสองบางทียังไปไม่ถึงครับ คือ ยังไม่ปลอดภัยดีครับ  เพราะยังมีการดุด่าว่ากล่าว   และ ขั้นสาม บางทีพ่อแม่ก็ไม่ให้ลูกเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ครอบครัว

 

    ถ้าจะให้ดีแบบคาลิล ยิบราน  ต้องไปให้ถึงขั้นที่ 4 ครับ  คือ พ่อแม่ควรที่จะต้องยอมรับลูกในสิ่งที่เป็น "ตัวตน" ของเขา  ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในหลายๆครอบครัวในสังคมไทย

 

       นอกจากนั้นหันกลับมามองทางตะวันออกผมนึกถึงพระพุทธเจ้าครับ 

        พระพุทธเจ้าก็มีหลักธรรมในการเลี้ยงลูกครับ  ที่เรียกว่า "พรหมวิหาร 4"

 

         แต่จะต้องเป็นพรหมวิหารที่ครบทั้ง 4 ครับ จึงจะสมบูรณ์  ส่วนใหญ่จะขาด "อุเบกขา"  นั่นคือ อุเบกขาในการปล่อยให้เขามีโอกาสได้แสดงความเป็นตัวตนของเขาเองบ้าง   อย่าไปก้าวก่ายอะไรเขามากนัก  

 

       สังคมไทยส่วนใหญ่ก็เลี้ยงลูกแบบ  "ขาดอุเบกขา"  ครับ  นั่นคือ ชอบเลี้ยงลูกให้เขาเป็น "เด็ก" อยู่เสมอ  ไม่ยอมปล่อยให้ "เป็นผู้ใหญ่" เสียที

 

      หลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ พ่อแม่ ต้องเป็น "กัลยาณมิตร" เพื่อให้ลูกเกิด "โยนิโสมนสิการ"ครับ  นั่นคือ ให้ลูก คิดเป็น ทำเป็น ด้วยการ คิดเอง ทำเอง บ้าง ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม   แต่ส่วนใหญ่  พ่อแม่มักจะไม่ค่อยเป็นกัลยาณมิตร ที่ทำให้ลูกเกิดโยนิโสมนนสิการครับ

     

      ทั้งหลายทั้งปวง  ควจะต้องเปลี่ยนมุมมองในการเลี้ยงลูกให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของชีวิตครับ  เพราะ

 

บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ

เธออาจจะให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความนึกคิดของตนเอง