บ่อยครั้งที่เพื่อนผองน้องพี่ นักทั้งหลายเอาแต่ขอสำเนาภาพและสำเนาเอกสาร หรือที่เรามักเรียกกันว่า อาจารย์ก๊อบ ครูก๊อบ นักเรียนก๊อบ ผู้บริหารก๊อบ ข้อมูลมือ ๑ การทำงานด้านสิ่งแวดล้อม หากเราไม่ลงทุนเสียเหงื่อกันบ้าง ดูท่าว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เราเห็นอาจเป็นภาพลวงตา ทำให้เกิดแนวคิดและตั้งใจกันไปทำการสำรวจแม่น้ำน่านตอนบน ครั้งที่ ๑ พวกเราขึ้นเหนือต้นน้ำน่าน ๔ - ๖ พ.ย.ศกนี้ เพื่อไปหาข้อมูลมือ ๑ กัน
โดยเมื่อ ๓ สัปดาห์มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณสถาพร สมศักดิ์ และคุณสนิท มณเฑียร ทั้ง ๒ เล่าเรื่องโครงการสำรวจแม่น้ำน่าน ด้วยความสนใจและแนะนำอยากให้มีความพร้อมที่สุด เพื่อความสมบูรณ์ในการดำเนินการ ตกลงโครงการสำรวจแม่น้ำน่านเลื่อนจากเดิมมาเป็นวันที่ ๔ - ๖ พฤศจิกายน ศกนี้
งานนี้มอบความไว้วางใจให้คุณรักชนก คำสุหล้า เป็นผู้ประสานงานหลัก เพื่อฝึกให้น้อง ๆ ทำงานเป็นทีม คุณสมใจ คุณบี คุณนาย เพื่อเชื่อมประสานงานหน่วยงานอื่นอีก เห็นความ
ตั้งใจทำงานนี้เชื่อว่าจะมีความสมบูรณ์ที่สุด เมื่อวานนี้ ( วันที่ ๒๓ ต.ค.๒๕๕๒ ) ที่ สำนักงานเครือข่ายทรัพยากรฯ มีการประชุมเตรียมงาน โดยที่คณะไปสำรวจพื้นที่ นำข้อมูลมานำเสนอรวมพิจารณากัน ได้เห็นทุกคนเอาใจใส่กันดีจึงเชื่อว่าการสำรวจแม่น้ำน่านครั้งนี้จะเกิดการขยายผลต่อไป ได้แจ้งให้คุณธานินทร์ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๙ สำนักงานเลขาฯ คณกรรมการลุ่มน้ำน่านให้รับรู้และให้ได้มามีส่วนร่วมกับการดำเนินงานตามโครงการนี้ด้วย
วัตถุประสงค์โครงการฯ
๑.เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำน่านในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า พื้นที่ลุ่มน้ำในพื้นที่จังหวัดน่าน
๒.เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลในการพัฒนาทรัพยากรลุ่มน้ำแม่น้ำน่านเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติ ผลกระทบ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำน่าน
๓.เพื่อสร้างภาคีความร่วมมือทุกระดับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปดำเนินการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำน่านอย่างยั่งยืนร่วมกัน
ล่าสุดเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ ศาลานันทวุฒิคุณ วัดอรัญญาวาส เพื่อนผองน้องพี่กว่า ๓๕ รูป/คน ได้ประชุมปรึกษาหารือการลงพื้นที่ไปสำรวจแม่น้ำน่านตามวัตถุประสงค์ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี
...........................................................................................................
รายนามคณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน
http://www.dwr.go.th/basin/basin_committee/nan.html
............................................................................................................
จากการเข้าไปอ่านข้อมูลที่เว็ป กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเช้าวันนี้ ปลายเดือนที่แล้วและต้นเดือนที่ผ่านมา มีการประชุมที่กรุงเทพ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ตามข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องได้รายงาน นำเสนอไว้ ดังนี้. -
ในระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 9 ตุลาคม 2552 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในการประชุม “ Bangkok Climate Change Talks 2009 ” เพื่อจัดทำกติกาโลกเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยจะเป็นการเจรจาในระดับคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุดพร้อมกัน คือ การประชุม Ad Hoc Working Group ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยความร่วมมือระยะยาวภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 7 (the Seventh session of the AdHoc Working Group on Long-term Cooperative Action under the Convention : AWG-LCA7 ) และการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยพันธกรณีต่อเนื่องสำหรับประเทศในภาคผนวกที่
1 ภายใต้พิธีสารเกียวโต ครั้งที่ 9 (the Ninth session of the Ad Hoc Working Group on Further Commitment for Annex I Parties under Kyoto Protocal:AWG-KP9) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC Secretariat )
I. คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยความร่วมมือระยะยาวภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (AWG-LCA)ครอบคลุมขอบเขตการเจรจาหารือดังนี้
1 วิสัยทัศน์ในระยะยาว (Share Vision)
2. การส่งเสริมการปรับตัว (Enhanced Action on Adaptation)
3. การส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก (Enhanced National/International Action on Mitigation of Climate Change)
4. การส่งเสริมการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว (Technology Development and Transfer and Capacity Building)
5. การส่งเสริมด้านการเงินและการลงทุนเพื่อการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี(Adaptation Fund)
6. การลดก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตรกรรม (Mitigation of Climate Change in Agricultural Sector)
7. การลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (REDD Plus)
II. คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยพันธกรณีต่อเนื่องสำหรับประเทศในภาคผนวกที่ 1 ภายใต้พิธีสารเกียวโต ครอบคลุมขอบเขตการเจรจาหารือดังนี้
1.พันธกรณี รอบ 2 (Second commitment period) ของประเทศในภาคผนวกที่1
2.การใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจการด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ (LULUCF)
ประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซภายใต้อนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อยู่ในการเจรจาของ AWG-LCA ในเอกสารเจรจาขณะนี้ มีข้อเสนอให้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซสำหรับทั้งประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเป้าหมายใน 2 ระยะ คือการลดภายในปี2020 และในปี 2050 (บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ 2552)
สำหรับเป้าหมายการลดก๊าซของ “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” มีข้อเสนอค่อนข้างหลากหลายระดับ เช่น ทางกลุ่ม G77 และจีนได้เสนอให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซ 40% จากปี 1990ให้ได้ภายในปี 2020 กลุ่มประเทศหมู่เกาะเสนอให้ลด 45% อินเดียเสนอให้ลดถึง 79% ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยกันเองเสนอให้ลดที่ 25% (เสนอโดยออสเตรเลีย) หรือ 30% (เสนอโดยEU) ในเอกสารเจรจาขณะนี้ตัวเลขที่ปรากฏจะอยู่ในช่วง 25-45% จากระดับในปี 1990 ภายในปี 2017 หรือ 2020 และลด 80-95% ภายในปี 2050
สำหรับเป้าหมายการลดก๊าซของ “ประเทศกำลังพัฒนา” ข้อเสนอที่ปรากฏอยู่ในเอกสารเจรจา จะอยู่ในช่วง 15-30% จากระดับการปล่อยในปัจจุบันภายในปี 2020 และลด 25% จากระดับที่ปล่อยในปี 2000 ภายในปี 2050 แน่นอนว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาร่วมกันคัดค้านข้อเสนอดังกล่าวอย่างหนักตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่อ้างอิงมาจากฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของ IPCC ซึ่งได้เสนอว่า หากต้องการรักษาระดับอุณหภูมิไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส เพื่อลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อน จะต้องควบคุมปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศไม่ให้เกิน 450 ส่วนในล้านส่วน ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซในช่วง 25-40% จากระดับที่ปล่อยในปี1990 ให้ได้ในปี 2020 ในขณะเดียวกันประเทศกำลังพัฒนาต้องช่วยลดการปล่อยก๊าซในช่วง 15-30% หากเอาการป้องกันปัญหาโลกร้อนเป็นตัวตั้ง ยิ่งลดก๊าซมากเท่าใดก็จะเพิ่มความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนายึดถือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้มาจากการปล่อยของประเทศที่พัฒนาแล้วตั้งแต่ในอดีต ดังนั้นประเทศที่พัฒนาแล้วต้องรับภาระการลดก๊าซไปมากที่สุด มีงานศึกษาที่ระบุว่า หากประเทศกำลังพัฒนาจะไม่ต้องช่วยลดก๊าซประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดก๊าซถึง 60% จากระดับปี 1990 ให้ได้ในปี 2020 ซึ่งทางฝั่งประเทศที่พัฒนาแล้วก็อ้างว่าไม่สามารถลดได้ขนาดนั้น ต้องให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาร่วมได้
ตอนนี้จึงมีกลไกต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นมากเพื่อช่วยลดก๊าซ เช่น เรื่อง REDD เรื่อง NAMA
แนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มาก คือ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาตกลงจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุด แต่เป็นแบบไม่กำหนดเป้าหมายเป็นพันธกรณี พร้อมทั้งมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับการสนับสนุนจากประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย เช่น เรื่องงบประมาณ เรื่องเทคโนโลยี ฯลฯผลการเจรจาเรื่องการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซจะลงเอยแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะอาศัยอยู่ในโลกนี้กันต่อไปอย่างปลอดภัยมากขึ้นจากปัญหาโลกร้อน หรือเราจะยังต้องการรักษาเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไปโดยไปเสี่ยงกับปัญหาผลกระทบจากโลกร้อนในวันข้างหน้า
Ninth session of the AWG-KP and seventh session of the AWG-LCA
The first part of the ninth session of the Ad Hoc Working Group on Further Commitments for Annex I Parties under the Kyoto Protocol (AWG-KP) and the first part of the seventh sessionof the Ad Hoc Working Group on Long-term Cooperative Action under the Convention (AWG-LCA) will take place between Monday 28 September and Friday 9 October 2009 at theUnited Nations Conference Centre (UNCC) of the United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP), Rajdamnern Nok Avenue, Bangkok, 10200 Thailand (more detail…http://unfccc.int/2860.php )
............................................................................................................
บันทึกและข้อมูลที่สำเนามาให้อ่าน เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกท่านไม่ควรมองข้ามครับ
ธรรมชาติ ยังต้องการคนรักษา
ยินดีและขอบคุณที่คุณนิตยา มาทักทายให้ข้อคิดที่สำคัญที่นี่ครับ