สรุปการเรียนรู้ที่ผ่านมา 1 ปี
อาทิตย์นี้ เริ่มเรียนอาทิตย์แรกของการเรียนชั้นปีที่ ๒ ของการเป็นนิสิตปริญญาโทภาคนอกเวลาราชการ
ของที่นี่ ๑ ปีที่ผ่านไป ไวเหมือนติดปีก มีเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้อะไรบ้างที่ ผ่านมา
เทอมที่ ๑ ปีที่ ๑ เริ่มเรียน ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึง มีนาคม ๒๕๕๒ มีวิชาเรียน อยู่ ๔ วิชา
  1. การวิเคราะห์ความต้องการใช้ซอฟต์แวร์ธุรกิจ (Business Software Requirements Analysis)
เนื้อหาส่วนใหญ่จะ กล่าวถึงการได้มาซึ่งซอฟแวร์ ที่ต้องการ หรือหาความต้องการจากการใช้งานของ
ธุรกิจ ซึ่งจะคล้ายๆ กับ Software Requirements Engineer แต่ความต่างจะอยู่ ที่ว่าจริงแล้วความต้องการนี้
ไปช่วย ธุรกิจได้ จริงหรือเปล่า และที่ต้องเจอ คือ การเขียน DFD เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการ แล้วนำไปออกแบบได้
ซึ่งการเขียน ไม่ยากแต่ ที่เสริมขึ้นมาคือ เมื่อ มองภาพแล้ว ตอบคำถามได้ ไหมว่า จริงๆ แล้ว มันเป็น ไปตาม Business
Flow ที่ต้องการและนำไปใช้งานได้จริงหรือเปล่า สำหรับบางคนที่ไม่ได้เรียน มาเพราะเน้น OO ก็ต้องมาทำความเข้าใจ
ซึ่งรายละเอียด ไม่มีอะไร แต่ เราออกแบบ ครอบคลุมความต้องการ แล้วหรือยัง ต่างหากละ
 และที่สำคัญ ต้องเข้าไปศึกษา ธุรกิจมา ๑ ธุรกิจแล้ว เขียน DFD ออกมาให้ได้ ซึ่ง ท้าทายมากกก
ขนาดเคยเขียนมาบ้างแล้ว ผ่านการทำงานจริง มาบ้างแล้ว ยังไม่วายโดน ให้กลับไปแก้หลายๆ รอบ
แต่ วิชานี้ เห็น ผลอย่างมากในการทำงาน ปัจจุบัน ที่ต้อง จัดการกับความต้องการของ USER และลูกค้าให้ได้
ตอนนี้ เลยต้องเอาหนังสือ มาทบทวน ใหม่ และวิชานี้ เป็นจุดเริ่มต้น ของการทำโครงการพิเศษ สำหรับจบ
ดังนั้น ความต้องการ ซอฟแวร์ต้องชัดเจน

อาทิตย์นี้ เริ่มเรียนอาทิตย์แรกของการเรียนชั้นปีที่ ๒ ของการเป็นนิสิตปริญญาโทภาคนอกเวลาราชการของที่นี่ ๑ ปีที่ผ่านไป ไวเหมือนติดปีก มีเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้อะไรบ้างที่ ผ่านมาเทอมที่ ๑ ปีที่ ๑ เริ่มเรียน ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึง มีนาคม ๒๕๕๒ มีวิชาเรียน อยู่ ๔ วิชา  

1. การวิเคราะห์ความต้องการใช้ซอฟต์แวร์ธุรกิจ (Business Software Requirements Analysis)

     เนื้อหาส่วนใหญ่จะ กล่าวถึงการได้มาซึ่งซอฟแวร์ ที่ต้องการ หรือหาความต้องการจากการใช้งานของธุรกิจ ซึ่งจะคล้ายๆ กับ Software Requirements Engineer แต่ความต่างจะอยู่ ที่ว่าจริงแล้วความต้องการนี้ไปช่วย ธุรกิจได้ จริงหรือเปล่า และที่ต้องเจอ คือ การเขียน DFD เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการ แล้วนำไปออกแบบได้ซึ่งการเขียน ไม่ยากแต่ ที่เสริมขึ้นมาคือ เมื่อ มองภาพแล้ว ตอบคำถามได้ ไหมว่า จริงๆ แล้ว มันเป็น ไปตาม BusinessFlow ที่ต้องการและนำไปใช้งานได้จริงหรือเปล่า สำหรับบางคนที่ไม่ได้เรียน มาเพราะเน้น OO ก็ต้องมาทำความเข้าใจซึ่งรายละเอียด ไม่มีอะไร แต่ เราออกแบบ ครอบคลุมความต้องการ แล้วหรือยัง ต่างหากละ และที่สำคัญ ต้องเข้าไปศึกษา ธุรกิจมา ๑ ธุรกิจแล้ว เขียน DFD ออกมาให้ได้ ซึ่ง ท้าทายมากกกขนาดเคยเขียนมาบ้างแล้ว ผ่านการทำงานจริง มาบ้างแล้ว ยังไม่วายโดน ให้กลับไปแก้หลายๆ รอบแต่ วิชานี้ เห็น ผลอย่างมากในการทำงาน ปัจจุบัน ที่ต้อง จัดการกับความต้องการของ USER และลูกค้าให้ได้ตอนนี้ เลยต้องเอาหนังสือ มาทบทวน ใหม่ และวิชานี้ เป็นจุดเริ่มต้น ของการทำโครงการพิเศษ สำหรับจบดังนั้น ความต้องการ ซอฟแวร์ต้องชัดเจน

2. วิชาเทคโยโลยี่เชิงวัตถุ (Object-Oriented Technology)

     วิชานี้ ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าไร เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ สำรับผมทำให้ใช้เวลาและพลังในการเรียนวิชานี้ ค่อนข้างมากแต่ก็ไม่สามารถเรียนรู้เรื่องได้ในตอนเรียน ตอนสอบแต่เพราะว่าต้องใช้ เลยต้องทำให้ต้องมาศึกษาและรู้สึกว่าเข้าใจ คอนเซปมากขึ้นหมดไป กับค่าหนังสือ ภาษาไทย เยอะมาก แ้ล้วก็ อ่าน Text เยอะมาก ทั้งห้องสมุดและที่ ดาวน์โหลด มาอ่าน แต่ก็เข้าใจมากขึ้นในวิชาต่อ มา เน้นการเขียน UML จากที่แต่ก่อน เขียนไม่ได้ ตอนนี้ ก็เขียนได้ บ้างแล้ว

3. วิชาระบบสารสนเทศธุรกิจ (Business Information System)

    วิชานี้ จะเป็นวิชาเรื่อง ทั่วไปของระบบสารสนเทศที่ใช้ในธุรกิจ อ.จะอ้างอิง มาจาก AIS เป็นหลัก เพราะถือ เป็นแกน ของงานที่ใช้สารสนเทศในธุรกิจ วิชานี้ ไม่ยากเท่าไรเพราะ ทำงานมาหลายระบบ ทำให้เข้าใจ และมี พื้นฐาน จาก ป.ตรี สารสนเทศธุรกิจ มสธ. กับ วิศวอุตสาหการ กับการทำงานเป็น วิศวกรโรงงาน หลายปี ทำให้มองกระบวนการค่อนข้างออก 

    วิชา นี้ คีย์อยู่ที่ ระบบธุรกิจ มี Flow การทำงานอย่างไร ถ้าทำระบบมาก่อนจะเข้าใจได้แต่ ถ้า เป็นโปรแกรมเมอร์มา อาจจะไม่เห็นภาพ เพราะเคยทำแต่ ที่เป็นส่วนๆ ไม่ได้ติดต่อ หรือ อินทิเกรท ทั้งระบบ

4. วิชาระบบการจัดการฐานข้อมูลขั้นสูง (Advanced Database Management Systems)

    วิชานี้ เหมือนทบทวนเรื่องระบบดาต้าเบสเพิ่มในส่วนของ Data warehouse เข้ามาแล้วเน้น เนื้อหาการสร้างเบื้องต้น

ปี 1 เทอม 2

1.วิชาการออกแบบซอฟต์แวร์ธุรกิจ (Business Software Design)

     วิชานี้เป็นภาคต่อของ วิชา OOT ของเทอม 1 เป็นการนำ UML มาออกแบบ เป็นการทำงานเชิง ธุรกิจ และการประยุกต์ใช้ Design Patten ในการออกแบบ ไม่ได้ลงไประดับโด้ด แต่ก็สามารถว่าง เฟรมในการทำงานของ คลาส เพคเกจให้สัมพันธ์กัน 

    วิชานี้ เนื่องจากเทอมที่แล้ว เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง เท่าไร แต่เทอมนี้ หลังจากไปทำความเข้าใจมากขึ้นก็เริ่มทำให้มองภาพออกมาขึ้นแล้วก็ไม่อยากเกินไปแต่การออกแบบ Class ยังอาจจะไม่ครอบคลุม แต่ก็ได้ Design Patten เป็นตัวช่้วยในการออกแบบ ทำให้ หาความเชื่อมโยงของ class กับ Use case ได้ดีขึ้น

2.ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction)

    เป็นวิชาที่เรียนสนุกอีกวิชาหนึ่ง เพราะอาจารย์ที่สอน เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำ HCI และมีประเด่นให้ ถกกันค่อนข้างมาก เนื้อหาจะเป็นการหาแนวคิดที่จะทำให้เกิด การ Usability กับความง่าย และประโยชน์ของการ ออกแบบ Interface ที่ใช้ติดต่อ กับ มนุษย์ ได้ประโยชน์ในการที่จะนำไปประยุกต์ในการทำงาน แล้วก็ำทำโปรเจค

3.  การบริหารจัดการโครงการซอฟต์แวร์ (Software Project Management)

     วิชานี้ ดูเหมือนไม่มีอะไร เหมือนวิชาการบริหารโครงการทั่วไป แต่แล้วความยาก กว่าวิชาบริหารโครงการที่ เรียนมาและที่ได้ทำมาทำให้เข้าใจว่าทำไม มันถึงอยากอย่างงี้ ในการประมาณ อะไรออกมา มันไม่มีอะไรตายตัวและดิ้นได้ แถมหัวข้อที่ได้มาก็มีหลายอย่างที่ยังไม่ค่อยจะลงตัวเท่าไรไม่ว่าโมเดล อะไรที่ใช้ ประมาณการมันต้องใช้ S/W Eng ค่อนข้างเยอะ แต่เนื่องจากไม่ค่อยมี พื้นฐานเลยทำให้การทำความเข้าใจโมเดลต่างๆ ยิ่งยากไปใหญ่ โดยเฉพาะการประมาณ การ ทรัพยากรที่เป็น บรรดาคนทั้่งหลายไม่ว่าโปรแกรมเมอร์ หรือ SA ทั้งหลาย แหล่ ทำให้เข้าใจว่า ทำไม บรรดา PM ทั้งหลาย ถึงตามจี้เราจัง เป็น PM ไม่อยาก แต่เป็นให้ดี บริหารแล้วไม่ขาดทุนนี่ยากส์ ชมัด ทำให้ ไม่อยากเป็น ระอยู่อย่างงี้ น่าจะดีักว่า

4.วิชาซอฟต์แวร์สตูดิโอ1 (Software Studio I)

    เป็นวิชาที่เรียนสบายที่สุด แต่รู้สึกหนักใจที่สุด เพราะต้องมองหาอะไรที่ไม่มีในท้องตลาดแล้วแปลงเป็น ซอฟแวร์ให้ได้แค่หาหัวข้อนี่ก็ปิดเทอมพอดีได้หัวแบบ อาจารย์สงสารไม่งั้นมันจะไม่มีอะไรส่ง ต้องเก็บข้อมูลแบบของจริง มองให้ทะลุจริงๆ เป็นการ นำวิชาวิเคราะห์ความต้องการ วิชาบริหารโครงการ มาใช้ แถมทำการบ้านยันวันเปิดเทอม แต่ก็ทำให้มุมมองกว้างมากขึ้น ระเอียดขึ้น

   สรุป 1 ที่ผ่านมา ท้อก็หลายครั้งว่า มาลำบากลำบนอะไรขนาดนี้ ไปไหน ก็ไม่ได้ไป นอนดึกแถมต้องใช้พลังใจมากก แต่เมื่อได้ทำงาน ที่เกี่ยวข้องทำให้มองเห็นว่า ทำไมถึงต้องเรียน เืพื่อที่จะสร้าง งานที่มีคุณภาพมากกขึ้น

ครั้งต่อไป จะเริ่มลงเนื้อหาเป็นวิชา วิชาไป