แผนการเรียรู้แบบ Cippa Model
แผนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ด้วย ICT โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอน CIPPA Model
รายวิชา ศิลปะพื้นฐาน รหัสวิชา ศ32101
เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง
จัดทำโดย
นายยอดศักดิ์ พุทธมาตย์
พนักงานราชการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
โรงเรียนเชียงกลมวิทยา อำเภอปากชม จังหวัดเลย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 1 กระทรวงศึกษาธิการ
------------------------------------------------------------------------------------แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การแสดงพื้นเมือง เวลา 2 ชั่วโมง
1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ช่วงชั้นที่ 3
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
แสดงออกทางนาฏศิลป์ในรูปแบบนาฏศิลป์พื้นเมืองบนพื้นฐานความงาม
2. สาระสำคัญ
นาฏศิลป์ คือ ศิลปะแห่งการละครและการฟ้อนรำ เป็นสิ่งที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้นอย่างมีแบบแผน ประณีต วิจิตรงดงาม เพื่อให้ความบันเทิง โน้มน้าวอารมณ์หรือความรู้สึกต่าง ๆ ของผู้ชม อันประกอบด้วยการเคลื่อนไหวอิริยาบถ การแสดงท่าทาง การร่ายรำ การขับร้อง และการบรรเลงดนตรี นาฏศิลป์ไทยเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญที่แสดงถึงความเป็นชาติ โดยเฉพาะชนชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน มีลักษณะเฉพาะและวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จนกลายเป็นรูปแบบนาฏศิลป์ประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยไปตลอด กาลนับว่ามีความสำคัญและมีคุณค่ายิ่ง
3. จุดประสงค์
1 อธิบายลักษณะการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคต่าง ๆ ของไทยได้ (K)
2 ค้นคว้า และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทยด้วยรูป
แบบหลากหลายโดยใช้เทคโนโลยี (P)
3 รู้คุณค่าของนาฏศิลป์พื้นเมืองและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน(A)
4. สาระการเรียนรู้
1. การแสดงพื้นเมืองภาคเหนือของไทย
2. การแสดงพื้นเมืองภาคอีสานของไทย
3. การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ของไทย
4. การละเล่นพื้นเมืองภาคกลางของไทย
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ตามรูปแบบการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : โมลเดลซิปปา (CIPPA Model) โดย ทิศนา แขมมณี
ขั้นที่ 1 การทบทวนความรู้เดิม
1. ครูให้นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับนาฏศิลป์พื้นเมืองแล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบว่าภาพที่เห็นเป็นนาฏศิลป์ของภาคใด มีชื่อเรียกว่าอย่างไร
2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้เพื่อให้ทราบว่า เมื่อจบบทเรียนนี้แล้วนักเรียนสามารถอธิบายลักษณะการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคต่าง ๆ ของไทยได้
ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้ใหม่
3. นักเรียนชมการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคต่าง ๆ อีกครั้งแล้วร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับลักษณะการแสดง การแต่งกาย ท่ารำ ดนตรีหรือเพลงประกอบ และโอกาสในการแสดง
ขั้นที่ 3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
4. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองเพิ่มเติม จากหนังสือเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 แล้วทำกิจกรรมตามใบงาน
ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม
1. แบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่มแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทย บันทึกผลสรุปลงในใบงาน
ขั้นที่ 5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้
1.. ผู้สอนสุ่มกลุ่มนำเสนอผลสรุป ยกตัวอย่างภาพประกอบพร้อมคำอธิบาย
2. ครูนำสนทนา อภิปราย แล้วช่วยจัดระเบียบข้อมูลสรุปเป็นของห้อง
ขั้นที่ 6 การปฏิบัติ และ/ หรือการแสดงผลงาน
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทยทั้ง 4 ภาค จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศ เว็บไซต์สำหรับค้นข้อมูล
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลจากการศึกษาค้นคว้า มานำเสนอในชั้นเรียนโดยใช้เทคโนโลยี สรุปผลการนาฏศิลป์พื้นเมืองไทยภาคต่างๆแผนผังความคิดพร้อมภาพประกอบ จัดทำเป็นรายงาน
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย และสรุปเกี่ยวกับประโยชน์ และคุณค่าของการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง
ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใช้ความรู้
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความรู้ กระบวนการเรียนรู้ และสิ่งที่นำไปใช้ประโยชน์
6. สื่อการเรียนรู้
1. วีดิทัศน์การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคต่าง ๆ
2. ใบงาน เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง
3. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสารการเรียนรู้ศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
4. สื่อการเรียนรู้ Swish Max เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง
7. กิจกรรมเสริมการเรียนรู้
1. นักเรียนสำรวจศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยู่ว่ามีอะไรบ้าง
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการแสดงพื้นบ้านของชุมชนที่แสดงในเทศกาลสำคัญของชุมชน อภิปรายและสรุปผลร่วมกัน เช่น รำกลองยาว ประเพณีแห่ผีตาโขน ฯลฯ
8. แหล่งการเรียนรู้เพิ่มเติม
1. ห้องสมุดดิจิตอลโรงเรียนเชียงกลมวิทยา
2. เวบไซด์จาก Internet
- http://guru.sanook.com/pedia/topic/การแสดงพื้นเมือง
- http://www.thaigoodview.com/
- http://natpiyaacademic.igetweb.com/
- http://show-organize.com/
- http://www.m4229m.20m.com/
3. การสำรวจศิลปะการแสดงในชุมชน /อำเภอ/ จังหวัด
9. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวัดและประเมินผล
1.1 การตรวจใบงาน
1.2 การทดสอบ
1.3 การนำเสนอผลงาน
2. เครื่องมือวัดและประเมินผล
2.1 ใบงาน
2.2 แบบทดสอบ
2.3 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
3. เกณฑ์การวัดและเมินผล
ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
--------------------------------------------------------------------------------
10. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้
1. ผลการสอน
………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหา/อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………..
3. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ....................................................(ผู้สอน)
( นายยอดศักดิ์ พุทธมาตย์ )
---------------------------------------------------------------------------------
ใบความเรื่องนาฏศิลป์พื้นเมือง
นาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลป์ คือ ศิลปะแห่งการละครและการฟ้อนรำ เป็นสิ่งที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้นอย่างมีแบบแผน ประณีต วิจิตรงดงาม เพื่อให้ความบันเทิง โน้มน้าวอารมณ์หรือความรู้สึกต่าง ๆ ของผู้ชม อันประกอบด้วยการเคลื่อนไหวอิริยาบถ การแสดงท่าทาง การร่ายรำ การขับร้อง และการบรรเลงดนตรี นาฏศิลป์ไทยเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญที่แสดงถึงความเป็นชาติ โดยเฉพาะชนชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน มีลักษณะเฉพาะและวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จนกลายเป็นรูปแบบนาฏศิลป์ประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยไปตลอด กาลนับว่ามีความสำคัญและมีคุณค่ายิ่ง
แต่เดิมนาฏศิลป์ไทย จำแนกได้ 4 ประเภท ได้แก่
1. มหรสพ คือ การแสดงต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องราว เช่น ละคร โขน เป็นต้น และการแสดงอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
2. ระบำรำฟ้อน คือ การแสดงที่มีลักษณะเป็นชุดสั้น ๆ อาจมีเนื้อเรื่องหรือไม่มีก็ได้
3. การละเล่นของหลวง คือ การแสดงที่นิยมแสดงเฉพาะในพระราชพิธีของหลวงเท่านั้น ได้แก่ ในงานสมโภชหรืองานมงคลต่าง ๆ เช่น แทงวิสัย กุลาตีไม้ โมงครุ่ม รำโคม เป็นต้น
4. เพลงพื้นเมืองหรือการแสดงพื้นเมือง คือ การแสดงต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำมาหากิน ขนบธรรมเนียม และมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามสภาพความเป็นอยู่ และภูมิอากาศ
การแสดงนาฏศิลป์ในยุคก่อน ๆ รูปแบบในการแสดงออกจะปรากฏในรูปแบบการรำ ระบำ และการเต้น เป็นส่วนมาก แต่ละรูปแบบจะมีลักษณะดังนี้
1. การรำ คือ ศิลปะแห่งการร่ายรำ ได้แก่ การรำเดี่ยว การรำคู่ การรำประกอบเพลง และการรำอาวุธ เป็นต้น
2. ระบำ คือ ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงรำพร้อม ๆ กันหลาย ๆ คนหรือเป็นหมู่ เช่น ระบำเทพบันเทิง ระบำดาวดึงส์ ระบำกฤดาภินิหาร ระบำโบราณคดี ระบำเทพบุตรนางฟ้า เป็นต้น
3. การเต้น คือ ศิลปะแห่งการยกขาขึ้นลงให้เป็นจังหวะ เช่น เต้นโขน เป็นต้น
การแสดงนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้ กล่าวได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผ่านการวิวัฒนาการมาช้านานเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้บัญญัติศัพท์เรียกการเล่นหรือการแสดงทั้งสามรูปแบบนี้ว่า โขนละครและฟ้อนรำหรือระบำ
1. โขน คือ ศิลปะแห่งการเต้น
2. ละคร คือ ศิลปะแห่งการร่ายรำและการแสดงเป็นเรื่องราวต่าง ๆ
3. ฟ้อนรำหรือระบำ คือ ศิลปะแห่งการรำที่มีความงดงาม
โดยทั่วไปผู้ที่ชมการแสดงนาฏศิลป์มักจะเข้าใจว่าเป็นการร่ายรำเหมือนกันทั้งหมด แต่โดยสภาพความเป็นจริงแล้วการร่ายรำต่าง ๆ เหล่านั้น ล้วนมีกฎเกณฑ์และลักษณะวิธีการแสดงที่แตกต่างกัน อาจแบ่งประเภทของนาฏศิลป์ไทยได้ 4 ประเภทได้แก่ โขน ละคร รำและระบำ และการแสดงพื้นเมือง
1. โขน คือ การแสดงที่รวมเอาศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน ได้แก่ ศิลปะการเต้น ศิลปะการรำ ศิลปะการขับร้อง ศิลปะการพากย์ ศิลปะการประดิษฐ์ต่าง ๆ เป็นต้น
2. ละคร คือ การร่ายรำที่แสดงเป็นเรื่องราวมีที่มาที่ไปของตัวละครในเรื่อง ได้แก่ ละครแบบดั้งเดิม ละครปรับปรุง และละครสมัยใหม่
3. รำและระบำ
3.1 การรำ คือ การแสดงที่ใช้ผู้แสดงไม่เกิน 2 คน เป็นการแสดงที่มุ่งความงามของการร่ายรำ ได้แก่ การรำเดี่ยว เช่น ฉุยฉายพราหมณ์ รำโนราบูชายัญ เป็นต้น การรำคู่ เช่น รำเบิกโรง เป็นต้น การรำหมู่ เช่น รำสีนวล รำพัด รำวงมาตรฐาน เป็นต้น และการรำอาวุธ เช่น รำกริชคู่ รำทวน รำดาบ เป็นต้น
3.2 ระบำ คือ การแสดงที่รำเป็นชุดหรือเป็นหมู่มีผู้แสดงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นการแสดงที่มุ่งเน้นความงามของศิลปะการร่ายรำ ความสวยงามของการแต่งกาย ไม่แสดงเป็นเรื่องราวต่าง ๆ มุ่งความสวยงามและความบันเทิงใจ ระบำแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระบำมาตรฐาน และระบำเบ็ดเตล็ด
4. การแสดงพื้นเมือง คือ การแสดงอันเกิดจากประเพณีนิยม การทำมาหากิน การประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นต่าง ๆ การแสดงพื้นเมืองอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รำพื้นเมือง และเพลงพื้นเมือง ได้แก่
4.1 การแสดงพื้นเมืองภาคเหนือ เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม เป็นต้น
4.2 การแสดงพื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน เช่น เซิ้งกระติบข้าว หมอลำ ฟ้อนภูไท ฯ
4.3 การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง เช่น รำกลองยาว เพลงเกี่ยวข้าว เพลงพวงมาลัย เพลงเต้นกำรำเคียว เพลงอีแซว เพลงเหย่อย เป็นต้น
4.4 การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ เช่น โนรา หนังตะลุง ระบำร่อนแร่ เป็นต้น
การแสดงนาฏศิลป์ไทยทุกประเภททุกชนิด ถ้าเราวิเคราะห์รูปแบบการแสดงแล้ว เราสามารถจำแนกรูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย 2 รูปแบบ ได้แก่
1. นาฏศิลป์ที่มีแบบแผน หรือนาฏศิลป์มาตรฐาน
2. นาฏศิลป์พื้นเมือง
รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย/นาฏศิลป์
นาฏศิลป์พื้นเมือง หรือนาฏศิลป์พื้นเมือง |
นาฏศิลป์ที่มีแบบแผน หรือนาฏศิลป์มาตรฐาน |
* การละเล่นพื้นเมือง |
* การรำ |
* การรำพื้นเมือง |
* ระบำ |
* เพลงพื้นเมือง |
โขน |
* การแสดงพื้นบ้าน |
* ละคร |
ดีมากๆค่ะสำหรับความรู้ที่ได้
ขอบคุณมากสำหรับแนวทางที่ได้ ครูศิลปะจังหวัดนครปฐม
ดิฉันเรียนจบนาฏศิลป์มาหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้เรียนครูปฐมวัย ที่เรียนนาฏศิลป์มาต้องเคาะฝุ่นใหม่ ต้องทบทวนถึงจะจำได้ หรือมีคนรำก่อนแล้วถึงจะจำได้ ต่อมาหลายเพลงเหมือนกันเกือบ 30 เพลง ทั้งเพลงระบำ หน้าพาทย์ เพลงต่างๆจิปาฐะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ให้เกิดประโยชน์อะไร กะว่าจะนำไปสอนเด็กอนุบาลเหมือนกันหากสอบบรรจุเป็นครูได้ แต่ทุกวันนี้ความรู้ที่ได้ใครถามก็บอก สอนฟรี ไม่คิดค่าแรง เด็กเขาจะเข้ามาหาหนูอยากเต้น อยากรำเพลงนั้น เพลงนี้ ให้ช่วยสอน บางทีมีโอกาสก็รับงานบ้างตามสมควร แต่ตอนนี้อยากเคาะสนิมมาก เพราะจวนจะลืมแล้วนะสิ
จากเด็กวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด รุ่นที่ 26/2549
อ่านแล้วได้ความรู้ในการเขียนแผนมากๆๆ
ได้ความรู้เพิ่มมากเลยค่ะหลังจากที่เรียนมาไม่ได้นำมาใช้เลยค่ะ จบนาฏศิลปแต่ทำบัญชีเลยลืมเกือบหมดแล้วต้องจูนกันใหม่เคาะสนิมใหม่อย่างมากๆๆเลยค่ะ