แนวทางการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ การปฏิบัติจริง และการแสวงหาประสบการณ์เอง
 
 
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้   แหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และแสวงหาประสบการณ์เอง
 
 
 
ทำไมต้องใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบนี้
1.  สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา   ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.  สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และต่อเนื่อง
3.  มีแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและไม่จำกัด
4.  เป็นการศึกษาที่ยั่งยืน และอยู่แวดล้อมร่วมกับผู้เรียนมากที่สุด
5.  สามารถพัฒนาและบูรณาการการจัดการเรียนรู้ร่วมกับวิชาอื่น อย่างหลายหลายและไม่จำกัดรูปแบบ
6.  ไม่จำกัดวิชาที่จะใช้พัฒนาการเรียนรู้  นอกจากวิชาวิทยาศาสตร์แล้ว สาขาวิชาอื่นสามารถใช้หลักการ
      จัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และแสวงหาประสบการณ์เองโดยไม่แตกต่างกัน
7.  สามารถทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้  ความคิด ทักษะ กระบวนการ  เจตคติ  
     ทางวิทยาศาสตร์  ตลอดจนคุณธรรม  จริยธรรม และค่านิยม  จากแหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และมุ่งประสบการณ์ตรงเหล่านั้น  อันส่งผลให้ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ
 
 
แหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และแสวงหาประสบการณ์เอง
1. สื่อสิ่งพิมพ์  เช่น หนังสือเรียน  หนังสืออ่านประกอบ หนังสือพิมพ์  วารสาร หนังสืออ้างอิง                  ฯลฯ
2. สื่ออิเล็กทรอนิคส์ ได้แก่ รายการวิทยาศาสตร์ที่ผ่านทางโทรทัศน์  วิทยุ   สื่อมัลติมีเดีย  สื่อ CAI    วีดีทัศน์   อินเตอร์เน็ต  ฯลฯ
3. แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน  เช่น ห้องกิจกรรมวิทยาศาสตร์ สวนพฤกศาสตร์  ห้องสมุด  สวนวิทยาศาสตร์  ฯลฯ
4.  แหล่งการเรียนรู้ ในท้องถิ่น  เช่น อุทยานแห่งชาติ   สวนสัตว์  แหล่งน้ำ  ป่าไม้ ภูเขา  พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ โรงงานอุตสาหกรรม   หน่วยงานวิจัยในท้องถิ่น  ฯลฯ
5. แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นบุคคล  เช่น ปราชญ์ในท้องถิ่น   ผู้นำชุมชุน  ครู  ครู  นักวิทยาศาสตร์   นักวิจัย   ฯลฯ
 
  
รูปแบบและหลักการในการจัดการเรียนรู้  แหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และแสวงหาประสบการณ์เอง
 
1.  เสนอแนวคิดและหลักการแก่ผู้บริหารโรงเรียน  เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการเรียนรู้
     จากแหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และมุ่งประสบการณ์ตรง และบรรจุเป็นนโยบายของโรงเรียน
2.  ศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพจริงของโรงเรียน และความเป็นไปได้ในการจัดการเรียนรู้
3.  ให้ความรู้แก่ครูครูทุกฝ่าย เพื่อการพัฒนาแนวทางร่วมกันและไปในทิศทางเดียวกัน
4.  วางแผนการการปฏิบัติ  และลงมือปฏิบัติตามแผน  ร่วมจากการใช้แผนการเรียนรู้ในวิชาต่างๆที่ได้รับ
     การสอดแทรกกระบวนการที่ใช้การจัดการเรียนรู้จากแหล่งความรู้  กิจกรรมในหลักสูตรของโรงเรียน 
     กิจกรรมนอกหลักสูตร  หรือกิจกรรมอื่นๆที่เห็นสมควรที่จะมีการพัฒนาได้
5.  ประเมินผล และสรุปผล  
6.  นำเสนอผลที่ได้จากการปฏิบัติ เพื่อปรับปรุงแก้ไข และขยายผลเผยแพร่ต่อไป
               
ข้อดี
1.  ผู้เรียนได้เรียนรู้มากขึ้น
2.  ผู้เรียนได้ปฏิบัติมากขึ้น
3.  ผู้เรียนได้ประสบการณ์โดยตรงมากขึ้น
4.  ผู้เรียนมีเวลาว่างน้อยลง
5.  ครูผู้สอนพูดน้อยลงและมีเวลาสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนมากขึ้น         
6.  ผู้เรียนและครูผู้สอนมีผลงานเป็นรูปธรรม  และสะดวกต่อการสะสมผลงานในรูปของ
      Port  folio มากขึ้น
7.  ครูผู้สอนเป็นผู้รับผลงานจากผู้เรียนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
  
บางสิ่งที่จะเป็นปัญหา และกลายเป็นอุปสรรค  แต่สามารถแก้ไขได้
 1.   ครูผู้สอน ต้องใช้เวลาในการเตรียมมากขึ้น
                1. เตรียมแผนการเรียนรู้   เนื่องจากรูปแบบแผนที่เปลี่ยนไปและต้องให้สอดคล้องกับหลักการใน
                  การจัดการเรียนรู้
                   แนวทางแก้ไข
                                -  เนื่องจากแผนการเรียนรู้ไม่ยึดรูปแบบที่ตายตัว สามารถยืดหยุ่นได้ตามธรรมชาติแต่
                                ละวิชา  ครูผู้สอนสามารถเขียนแผนการเรียนรู้ได้ตามรูปแบบของตัวเอง
                                 ซึ่งจะง่ายและสั้นขึ้น แต่ต้องเน้นกระบวนการเรียนรู้
                                -   เป็นแผนการเรียนรู้ที่สามารถลอกรูปแบบและแนวทางกันได้เกือบทุกวิชา
                                     แต่ให้สอดคล้องกับวิชานั้น
                                -    จำนวนแผนการเรียนรู้ ต่อภาคเรียนจะน้อยลง  นั่นคือสามารถจัดให้แผนการเรียนรู้
     แผนใดๆนั้น ให้ครอบคลุมหลักสูตร และจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้   ทำให้เขียนแผน
     การเรียนรู้ได้กระชับขึ้น  และสั้นลง
                                
 
                                2.  เตรียมรูปแบบการเรียนรู้    เนื่องจากรูปแบบการเรียนรู้ต้องปฏิบัติ  อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือสื่อ
                              ต้องเพิ่มมากขึ้น    เมื่อเตรียมไม่ทัน หรือไม่ครบ  จะทำให้ไม่ตรงตามกระบวนการที่จะใช้เรียนรู้
                                  แนวทางแก้ไข
                                  -  การใช้กระบวนการกลุ่มของผู้เรียน แล้ววางแผนร่วมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม  โดยการมอบหมาย
                                 และรับผิดชอบตามแผนร่วมกับครูผู้สอน 
                                  -  พัฒนาการใช้สื่อที่ใกล้ตัวและแวดล้อมกับผู้เรียนมากที่สุด
 
                                3.  รูปแบบการประเมินผล  ได้แก่  การประเมินผลต่อคาบ ต่อหน่วย ต่อจุดประสงค์ หรือ ต่อภาค
                                เรียน  ทั้งรูปแบบที่จะใช้ประเมินผลและวิธีการ
                                แนวทางแก้ไข
                                    -  การประเมินผลที่ต้องทำอยู่บ่อยครั้ง เช่น ต่อคาบ หรือต่อหน่วย  จัดรูปแบบและแนวทางให้ผู้เรียนได้ประเมินผลตัวเอง และประเมินผลคนอื่น อาจอยู่ในรูปการประเมินผลทางความรู้ ( เช่นการทดสอบ โดยผู้เรียนเป็นผู้จัดทำร่วมกัน ) หรือ อยู่ในรูปการประเมินผลทางพฤติกรรม ( การออกแบบสังเกต แบบประเมินตนเองและผู้อื่น ซึ่งรูปแบบนี้สามารถใช้ร่วมกันแต่ละวิชาได้ )
                               
                                
                2. ต้องใช้ทุนและงบประมาณเพิ่มขึ้น          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการต่างๆ ต้องอาศัยสื่อหรืออุปกรณ์ร่วมทุกครั้ง บางครั้งสื่อก็ต้องมีการซื้อหรือมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำ   นั่นคือต้องมีการลงทุน เพื่อให้การจัดกิจกรรมมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามแผนการเรียนรู้ 
                                แนวทางแก้ไข
                                - ครูผู้สอนควรรู้จักการขอใช้งบประมาณของโรงเรียน ตามที่มีการจัดสรรไว้ให้  โดยให้ใช้อย่างคุ้มค่า และประหยัด
                                - การผลิตสื่อเอง ที่สามารถออกแบบได้ง่ายๆ ค่าใช้จ่ายถูก หรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลย   แต่สื่อที่ผลิตได้นั้น ต้องสามารถใช้ในการเรียนรู้ได้จริง 
                                - ครูพยายามออกแบบแผนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนรวมในการผลิตสื่อเอง ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้เพิ่มทักษะในการเรียนรู้อีกด้วย
                                - การใช้สื่อที่อยู่ใกล้ตัว หรือรอบกายผู้เรียน ที่มีคุณสมบัติคล้ายเคียงกัน และ จัดรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสื่อนั้น ซึ่งตรงนี้จะทำให้ผู้เรียนได้สัมผัสของจริงที่พบในชีวิตประจำวันมากที่สุด
                                - จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้นั้นๆ
 
 
          การทำความเข้าใจครั้งสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้  การปฏิบัติจริง และแสวงหาประสบการณ์เอง 
ทั้งผู้เรียนและครูผู้สอน เกิดความสับสนและไม่เข้าใจบทบาทในการจัดการเรียนรู้  
                               
การจัดการเรียนรู้แบบใหม่มีผลต่อผู้เรียนและครูผู้สอนแน่นอน เนื่องจากความเคยชินและถนัดกับการเรียนรู้แบบเก่า  ซึ่งจะเกิดปัญหาขึ้นทั้งผู้เรียนและครูผู้สอนในช่วงแรกๆ ดังนี้ 
 
                   ผู้เรียน   -  ไม่กล้าแสดงออก                            -  ตัดสินใจไม่ถูก
                            -  ปัญหาในการทำงานกลุ่ม                     - ไม่กล้าลงมือปฏิบัติ
                            -  แก้ปัญหาเองไม่ได้
                ครูผู้สอน
                                -  เขียนแผนการเรียนรู้ไม่ถูก และยังยึดกระบวนการเดิมเพื่อความสะดวก
                                -  ออกแบบและเขียนแผนการเรียนรู้แล้ว ไม่ใช้แผนในการจัดการเรียนรู้ ยังยึดการเรียนรู้แบบเก่า
                                -  ครูไม่เกิดอิสระในระหว่างที่กำลังจัดกระบวนการเรียนรู้ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ต้องคำนึงถึงเวลา
                                -  ขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ครูอาจมีภาระ กิจอื่นนอกเหนือทำร่วมด้วย ทำให้กระบวนการไม่สมบูรณ์
 
 
***   เมื่อครูเกิดปัญหาดังที่กล่าวมาก็มีผลทำให้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะไม่ต่อเนื่องตามแผนการเรียนรู้
****  ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเริ่มต้นจัดกิจกรรม จะอยู่ที่ครูมากกว่า นักเรียน ซึ่งปัญหาของผู้เรียนเป็นเพียงปัญหาเกี่ยวกับปรับตัว และการพัฒนาตนเองไปตามกิจกรรม หากครูผู้สอนจัดกระบวนการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ พฤติกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและภาพรวมของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์จะมีการพัฒนาดียิ่งๆขึ้นไป
 
 
ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูทุกท่าน ให้เดินหน้าพัฒนาเยาวชนของชาติต่อไป