แนวคิดเดิมๆ กับ ความเป็นจริง เรื่อง เทคโนโลยี กับ สารสนเทศ

KM POWER 2

แนวคิดเดิมๆ กับ ความเป็นจริง เรื่อง เทคโนโลยี กับ สารสนเทศ

           แนวคิดเดิมๆ เมื่อพูดถึงสารสนเทศ ส่วนใหญ่หลายๆท่านจะนึกถึง คอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ต และคิดต่อไปว่าสิ่งเหล่านั้นจะสามารถช่วยให้ท่านทำงานได้ในทุกๆเรื่อง เพียงแต่เอาเงินไปซื้อมาก็ใช้ได้เลย หรือเจ้าหน้าที่ด้านสารสนเทศจะสามารถทำให้ท่านได้อย่างง่ายๆ

          ความเป็นจริง แนวคิดเดิมๆที่คิดๆกัน เป็นมุมมองด้านเทคโนโลยี หรือเครื่องมือที่ใช้จัดการสารสนเทศ หรือที่เรียกว่า Hardware หรือ โปรแกรมสำเร็จรูป แต่การที่จะเป็นสารสนเทศได้นั้น จะต้องมรการนำข้อมูลเข้าระบบ มีการวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จึงจะถือว่าเป็น สารสนเทศ

          เทคโนโลยี ที่เรามักจะให้ความสำคัญมาก จากการอ่าน การดู การนำเสนอจากบริษัท หรือการเห็นที่อื่นเค้าใช้และคิดว่าเราจะใช้ได้เหมือนกันเลย การซื้อเทคโนโลยีมาใช้จึงเป็นเรื่องง่าย แต่ที่ยากกว่าและรอการพิสูจน์ คือ 1) เทคโนโลยีนั้นเกิดประโยชน์ตรงกับงานของเราหรือไม่ 2) ใครจะเป็นคนใช้ใครเป็นคนดูแล 3) จะให้คนที่เกี่ยวข้องเค้าใช้ยังไง เค้าอยากใช้รึปล่าว 4) เกิดปัญหาแล้วใครจะแก้ไข 5) อีก 1 ปี หรือ 2 ปีข้างหน้ามันจะยังใช้ได้รึปล่าว คงเห็นได้จากตัวอย่างไกล้ๆตัวเรา ที่ซื้อเทคโนโลยีมาแล้วกองทิ้งไว้ ไม่มีคนใช้ ใช้ไม่เป็น ไม่ได้ขอแต่ส่งมาทำไมไม่รู้ จนปล่อยทิ้งร้างไว้

          สารสนเทศ เรามักมองข้ามไปเสมอ ที่จริงเราใช้มานานแล้ว บางอย่างไม่ต้องใช้เทคโนโลยี และยังใช้อยู่ ง่ายๆคือแฟ้มเอกสารที่ท่านจัดเก็บ สมุดลงรับ-ส่งหนังสือราชการ ดังนั้นก่อนจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ระบบสารสนเทศของเราก่อน ว่าเรามีข้อมูลอะไร เราต้องการข้อมูลอะไร เราต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร เราต้องนำเสนออะไรบ้าง มีข้อมูลอะไรที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น มีข้อมูลอะไรที่เราต้องเชื่อมกับงานอื่นๆ แล้วจึงไปหาว่าจะใช้เทคโนโลยี อะไรมาใช้ในการจัดการสารสนเทศที่เรากำหนด

บุคลากรด้านสารสนเทศ เรามักจะนึกถึงเจ้าหน้าที่ด้านคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมเมอร์ แต่ที่จริงแล้วบุคลากรด้านสารสนเทศตัวจริง คือ บุคลากรทุกคนในหน่วยงาน ดังนั้นในการพัฒนาบุคลากรด้านสาสนเทศ พึงระลึกเสมอว่าไม่มีโปรแกรมเมอร์คนใดที่รู้งานของเรามากกว่าตัวเรา เค้ามาเขียนโปรแกรมให้แล้วก็จากไป ส่วนมากทิ้งให้เราแก้ปัญหาเองด้วย ดังนั้นคนที่จะมาทำระบบสารสนเทศตัวจริง ต้องมาจากคนที่รู้เรื่องงานของเรามากที่สุด และไม่ใช่มีแค่หน่วยงานเราที่เดียวจะทำงานได้ทุกเรื่อง ทุกหน่วยงานมีความเชื่อมโยงงานกัน ต้องมีการวิเคราะห์งานร่วมกัน วิเคราะห์ระบบสารสนเทศร่วมกัน เราจะเห็นข้อดี ข้อด้อย งานที่ซ้ำซ้อง งานที่อยู่ผิดที่ งานที่ต้องใช้ร่วมกัน สิ่งที่เกิดคือ การจัดการข้อมูล และการดำเนินงานที่เป็นระบบและก่อให้เกิดประโยชน์

สุดท้าย ที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์ มีการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างทั่วถึงแล้ว หากแต่สิ่งที่จำเป็น ณ ตอนนี้ คือ การวิเคราะห์ระบบสารสนเทศในภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล มาวิเคราะห์ นำเสนอให้เกิดประโยชน์ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อว่าเราทำได้จากบุคลากรของเราเอง เพียงแต่ท่านผู้บริหารให้โอกาส

 

นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต

หัวหน้าศูนย์สารสนเทศ IT สปข.2