ธรรมวัชระที่ ๙ ผู้รักดี รู้จักเป็นทั้งครูทั้งศิษย์ที่ดี ... (ท่านปัญญานันทภิกขุ)

"... 

 

ในชีวิตของแต่ละคนนี้ เราเป็นทั้ง ๒ อย่าง เป็นครูในบางครั้ง เป็นศิษย์ในบางคราว เพราะฉะนั้น เมื่อใดเราเป็นครูก็ต้องเป็นครูให้สมบูรณ์ ให้เรียบร้อย

อย่านึกแต่ว่าครูคือคนที่สอนหนังสือในโรงเรียนเท่านั้น ไม่ใช่ ทุกคนเป็นครูในฐานะเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นครูในฐานะเป็นหัวหน้าในวงงานราชการ เช่น เราเป็นหัวหน้าแผนก หัวหน้ากอง หัวหน้าสูงขึ้นไปก็ถือว่า เป็นครูแก่ลูกน้องทั้งหลาย เราจะประพฤติปฏิบัติอย่างไรก็ต้องนึกว่า ลูกน้องจะเสียหาย การปกครองจะเสียระเบียบ ถ้าเราทำอย่างนั้น เราพึงเว้นไม่กระทำในเรื่องอันไม่เหมาะไม่ควรเหล่านั้น ก็เรียกว่าเรารักษาความเป็นครูของเราไว้ เพื่อให้ผู้น้อยได้เอาตัวอย่างจากเรา แล้วเขาจะได้เดินไปในทางที่ถูกที่ชอบต่อไป

ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นครูสอนหนังสือ เป็นอะไรก็ตาม ต้องมีเวลาที่จะให้สำหรับผู้น้อย ให้แก่ศิษย์ ให้แก่ลูก คือ มีเวลาที่จะนั่งคุยกัน แนะนำพร่ำเตือนให้เขาได้เกิดความนึกคิดในทางที่ถูกที่ชอบ สมัยนี้เขาเรียกว่า ให้ความอบอุ่น ที่แท้ก็คือ ให้ความเย็นอกเย็นใจแก่ลูก แก่ศิษย์ แก่คนในบังคับบัญชา คือให้ได้มีเวลาสนทนากันบ้าง ได้พูดจากัน ให้เขาได้แสดงความคิดเห็น หรือว่าเขามีปัญหาอะไรก็จะได้เข้ามาปรึกษาหารือด้วยความสบายใจ เราก็ให้คำแนะนำเขาเหล่านั้น เพื่อให้เขาเอาไปแก้ไขปัญหาชีวิตต่อไป อันนี้ก็เรียกว่า เป็นครูกันอยู่ในตัวทั้งนั้น

 

ไปไหนก็ให้ไปอย่างครู พูดอย่างครู ทำอย่างครูในเมื่อเราเป็นครู

 

แต่บางครั้งเราก็เป็นศิษย์ เมื่อเราเป็นศิษย์ เราจะทำอย่างไร เราก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยอมรับฟังคำแนะนำพร่ำเตือนของทุกคน ที่เขาจะพูดให้เราฟัง มีคนบางคนนิสัยเสียอยู่เหมือนกันคือ ไม่ยอมฟังคำพูดใคร ๆ ชอบแต่จะพูดท่าเดียว ไม่ยอมรับฟังคำพูดของคนอื่น คนอื่นพูดแล้วก็ไม่ฟัง คนจะเป็นนักพูดที่ดีนั้นจะต้องเป็นนักฟังที่ดีด้วย อันนี้สำคัญ เมื่อใดเขาให้พูด เราก็พูด แต่เมื่อใดถึงคราวฟังแล้วเราก็ฟังด้วยความเคารพ ด้วยความสนใจในการที่คนอื่นพูดให้เราฟัง เคยเห็นคนบางคนไม่ยอมฟังคนอื่น เอาแต่พูดท่าเดียว จะพูดเรื่อย พูดเรื่องนั้น พูดเรื่องนี้ พูดเรื่อย รู้มากจริง ๆ รู้เรื่องนั้น รู้เรื่องนี้ รู้มาก ไม่ยอมฟังคนอื่นพูดให้ฟัง คนเราถ้าไม่ยอมฟังคนอื่นนั้นก็เหมือนปิดประตู มันก็มืดเท่านั้นเอง เรามีหน้าต่างเปิดไว้แสงสว่างมันก็เข้ามาได้ แต่ถ้าเราปิดเสีย แสงมันจะเข้ามาได้อย่างไร เราต้องรับฟังเขา แม้คนที่เรานึกว่าไม่มีการศึกษา แต่บางทีก็พูดน่าฟังเหมือนกัน มันพูดได้ตามความรู้สึกตามเรื่องตามของมัน เด็กตัวเล็ก ๆ บางทีมันก็พูดน่าใส่ใจ

 

ใครที่พูดอะไร เราฟังเขาไว้ แม้คนธรรมดา เช่น คนไม่มีความรู้ บางทีมันก็พูดแหลมคมเหมือนกัน พูดเรื่องที่น่าฟัง เราควรจะรับฟังเขา ฟังด้วยความตั้งใจว่าเขาพูดอะไร พูดสิ่งใด มีประโยชน์หรือไม่ เอาไปใช้ได้หรือไม่ คนบ้า ๆ บอ ๆ บางทีมันก็พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ เตือนใจเราได้ ให้เราได้เกิดความคิด ความอ่านในทางปัญญาขึ้นมา จึงควรจะยอมรับในเมื่อคนอื่นจะให้ ใครจะให้อะไร เราก็แบมือรับด้วยความเต็มใจ เขาให้คำสอนคำเตือน ก็ฟังเขาด้วยความเต็มใจไม่ใช่จะเอาแต่พูดท่าเดียว

 

อันนี้มันมีหลักสำคัญอยู่เหมือนกัน เพราะในชีวิตของเรานั้น บางคราวเราก็เป็นครู แต่บางครั้งเราก็เป็นศิษย์ เป็นอะไรต้องเป็นให้ถูกต้อง เรียกว่าเป็นไปตามกาลเทศะ ตามเรื่องที่จะต้องแสดง เหมือนกับคนที่จะต้องแสดงละคร เขาให้เป็นพระ เขาให้เป็นคนใช้ เป็นตัวตลก ก็ต้องทำให้เป็น เป็นคนใช้ก็ต้องเป็นคนใช้ที่ดี ตามแบบที่เขาให้แสดง เป็นนายก็ต้องเป็นนายที่ถูกต้อง เป็นตลกก็ต้องเป็นตลกให้เหมาะแก่เวลาให้คนหัวเราะ ตลกพร่ำเพรื่อไป มันก็ไม่ได้ นี่เขาเรียกว่า เป็นการแสดง แสดงเป็น มันก็มีลงไป ชีวิตเราก็อย่างนั้น บางครั้งเราก็ต้องเป็นเด็ก ต้องรับฟังผู้ใหญ่ บางครั้งเราก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ต้องเอ็นดูผู้น้อย เวลาใดเขาให้เรานำ นำไปในทางถูกทางชอบ เมื่อใดเราจะต้องตามเขาก็ต้องตามเขาไป เพราะว่าเราไว้ใจเขาว่าเป็นผู้นำเรา เราก็ตามด้วยปัญญา อย่างนี้มันก็สบาย ชีวิตเราก็เป็นเรียบร้อยก้าวหน้า

 

..."

 

.............................................................................................................

 

เห็นคนชอบพูด มากกว่า ฟัง

เห็นคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอคติ มากกว่า วิเคราะห์ พิจารณาด้วยสติ

เห็นคนชอบติ มากกว่า ให้คำแนะนำ

หากทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูดเลยดีกว่า

บาปกรรมมันแสดงถึงคนไม่มีปัญญาจริง

ใบปริญญาบัตรชั้นสูงสุดก็ไม่ได้ช่วยให้รู้ว่า เป็นคนมีปัญญา

 

บุญรักษา คนคิดดี พูดดี ทำดี ;)

 

............................................................................................................

หนังสือธรรมดี ๆ

พระพรหมมังคลจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ).  รักดี มีความสุข ฉบับคิดดี พูดดี ทำดี.  กรุงเทพฯ: ธรรมสภา, ๒๕๒๔.

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หอมกลิ่นหนังสือ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีตอนเช้าค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn

  • เข้ามารับธรรมะแต่เช้าค่ะ หลังจากดูรายการธรรมในใจช่อง 3 จบ
  • สังคมปัจจุบันเป็นเหมือนที่อาจารย์ว่าคะ
  • ชอบพูดมากกว่าฟัง
  • ชอบโวยวายมากกว่าจะใช้ความคิดพิจารณา
  • เมื่อใดเราเป็นครูก็ต้องเป็นครูให้สมบูรณ์
  • ไปไหนก็ให้ไปอย่างครู พูดอย่างครู ทำอย่างครูในเมื่อเราเป็นครู
  • ใครที่พูดอะไร เราฟังเขาไว้ แม้คนธรรมดา
  • ธรรมะสวัสดีนะคะ..
  • ..ขอบพระคุณค่ะ..^_^
เขียนเมื่อ 

ไม่เป็นครู ไม่เป็นศิษย์ เป็นแฟนพันธุ์แทะ แวะมา ...

สุขสันต์วันอาทิตย์ ... ลมหายใจเข้าออก ดั่งดอกไม้บาน นะคะ

เขียนเมื่อ 

ธรรมสวัสดีครับ คุณพยาบาล สีตะวัน ;)

เขียนเมื่อ 

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดั่งนภาผ่าน อันบางเบา

...

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดั่งนภาผ่าน อันบางเบา

...

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดั่งนภาผ่าน อันบางเบา

...

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดั่งนภาผ่าน อันบางเบา

 

เพลง "ดั่งดอกไม้บาน" แห่งมูลนิธิเสถียรธรรมสถาน

 

เย็น สงบ และเพราะ ครับ คุณ poo ;)

 

ขอบคุณมากครับ แฟนพันธุ์แทะ