ทำไมไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ, วิธีเรียนที่สับสน

19 - 24  ตุลาคม  2552


         - ไปสัมมนานำร่องการใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่โรงแรมอู่ทองอินน์ อยุธยา   เป็นการสัมมนาร่วม 10 จังหวัด + 2 เขตใน กทม. ที่นำร่องหลักสูตรใหม่มา 1 ภาคเรียน   ผู้เข้าสัมมนาเกือบทุกคนต้องการให้ลดจำนวนรายวิชา และเสนอให้เลื่อนการขยายผลการใช้หลักสูตรใหม่ทั่วประเทศออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่กำหนดจะขยายผลทั่วประเทศในปีการศึกษา 2553
            การสัมมนาทำให้มีความชัดเจนในบางเรื่อง เช่น รายวิชาที่จะให้ลงทะเบียนภาคเรียนหน้า ทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก รวมทั้งหนังสือเรียนรายวิชาบังคับภาคเรียนหน้าที่ต้นฉบับเสร็จแล้ว ให้แต่ละแห่งพิมพ์เอง ( จ.พระนครศรีอยุธยา จะดำเนินการจัดพิมพ์โดย สนง.กศน.จ.อย. ใช้งบประมาณรายหัวของแต่ละอำเภอ โดยให้แต่ละอำเภอแจ้งจำนวนที่ต้องการในวันที่ 26 ต.ค.52 และได้ตกลงแบ่งทำแผนการเรียนรายวิชาบังคับให้แต่ละอำเภอแล้ว )
            วันแรก ท่านทองอยู่  แก้วไทรฮะ ให้การบ้านแก่ผู้ร่วมสัมมนา 2 ข้อ

            ขอนำคำตอบการบ้าน 2 ข้อ ของข้าพเจ้า มานำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่สนใจ ดังนี้


1. การจัดกิจกรรมการการเรียนรู้แบบบูรณาการ เป็นคำตอบของการแก้ปัญจำนวนรายวิชามาก หรือไม่

            ข้าพเจ้าคิดว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ไม่ใช่ คำตอบของการแก้ปัญหาจำนวนรายวิชามาก ( อย่างน้อยก็เป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และมีปัญหาขัดแย้ง ) เพราะ เหตุผลเดียวกับที่ส่วนกลางไม่ออกข้อสอบปลายภาคแบบบูรณาการ ( การสอบปลายภาค ก็มีปัญหา นักศึกษาสับสนในการเข้าสอบมากมายหลายวิชา เช่นกัน )
            แต่ละคนเรียนวิชาไม่เหมือนกัน เนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น เริ่มเรียนคนละภาคเรียน บางคนมีการเทียบโอน บางคนสอบตกในภาคเรียนก่อน บางคนย้ายมาจากที่อื่น บางคนเลือกเรียนวิชาเลือกไม่เหมือนกัน ฯลฯ
            นาย ก. เรียนวิชา  1 + 2 + 3

            นาย ข. เรียนวิชา  1 + 3 + 4 + 5

            นาย ค. เรียนวิชา  2 + 4 + 5 + 6

            แล้วจะนำรายวิชาใดมาบูรณาการกับรายวิชาใด ให้ใครเรียนบ้าง   เราอาจจะบอกว่า ก็บูรณาการรายวิชาที่คนส่วนใหญ่เรียนเหมือนกัน แล้วให้ทุก ๆ คนเรียนแล้วกัน   ก็จะ “ขัดกับการวางแผนการเรียนรู้รายบุคคล”   ยิ่งถ้าแต่ละเนื้อหา นักศึกษาแต่ละคนเรียนคนละวิธี ยิ่งบูรณาการยาก    ถ้าใครไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริงจะไม่เข้าใจ
            ทำไมเราไม่แก้ปัญหาให้ตรงสาเหตุ ถ้ารายวิชามีมากเกินไป ก็ยุบรวมให้รายวิชาลดลง รายวิชาละไม่ต่ำกว่า 3 หน่วยกิต เพื่อให้ “สะดวกและง่ายสำหรับ นักศึกษาและครู กศน.”   มีปัญหาอะไร   ทำไมบางรายวิชามีตั้ง 4-5 หน่วยกิต ได้

 

2. ลด “วิธีเรียน” ลงดีไหม

                ที่จริง การเรียนวิธีพบกลุ่ม แบบเดิม นั้น ก็มีรูปแบบการเรียนหลายวิธีผสมกันอยู่แล้ว เพราะ หลักสูตรใหม่กับหลักสูตรเก่า มีจำนวนหน่วยกิตกับเวลาเรียน เหมือนเดิม ฉะนั้น วิชาที่มี 1 หน่วย ถ้าเรียนแบบพบกลุ่ม ก็มาพบกลุ่มเพียง 3 ชั่วโมง ที่เหลืออีก 37 ชั่วโมง ก็ต้องเรียนด้วยวิธีอื่น ๆ ๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะหลักสูตรเก่าหรือหลักสูตรใหม่
            แต่หลักสูตรเก่า มีปัญหา บางคนไม่มีเวลามาพบกลุ่มแม้เพียงสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง   หลักสูตรใหม่ควรแก้ปัญหานี้ โดยให้ กศน.อำเภอ เปิดวิธีเรียนสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาพบกลุ่ม เช่น ผู้นำท้องถิ่น นักธุรกิจ นักการเมือง รวมทั้งผู้ที่เรียนด้วยตนเองได้  ให้สามารถเรียนวิธีอื่น เช่นวิธีเรียนด้วยตนเอง  ( มีบางคนไม่มีเวลาแม้จะมาสอบปลายภาค เขาถามว่าเมื่อไรประเทศไทยจะมีการเรียนทางอินเตอร์เน็ตทุกขั้นตอน )
            ฉะนั้น เพียงเปิดวิธีเรียนด้วยตนเองขึ้นมาอีกวิธีเดียว ก็สนองตอบหลายกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว
            ส่วนรูปแบบการเรียนอื่น ๆ ๆ ก็ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิธีพบกลุ่มเหมือนเดิม  เนื้อหาไหนยาก ครูก็สามารถให้ทุกคนมาพบกลุ่มในเนื้อหานั้นได้ เพราะคนที่เลือกเรียนวิธีพบกลุ่มคือผู้ที่มีเวลามาพบกลุ่ม   เมื่อในเนื้อหาเดียวกันทุกคนเรียนวิธีเดียวกัน ( มีวิธีอื่นคือวิธีเรียนด้วยตนเองอีกวิธีเดียว ) ก็จะสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

 

         - นางนราภรณ์  ดิษธศรี กศน.อ.บางซ้าย โทร.มาถามว่าการบันทึกคะแนน “สอบซ่อม” ในโปรแกรม IT ไม่มีที่ให้ลง “ขาดสอบ” ถ้านักศึกษาขาดสอบซ่อม จะลง 0 หรือปล่อยว่างไว้   หลังจากข้าพเจ้าทดลองแล้ว ตอบว่า จะลง 0 หรือปล่อยว่างไว้ ก็ออกรายงานมาเหมือนกัน ฉะนั้นปล่อยว่างไว้
           เช้าวันที่ 23 ไปร่วมพิธีวันปิยะมหาราช กลางฝนปรอย ๆ บ่ายวันที่ 23 และ ช่วงเช้าวันที่ 24 ไปร่วมสมโภช และ ถวายผ้ากฐิน ท่านเลขาฯ อภิชาติ  จีระวุฒิ ที่วัดสามไถ อ.นครหลวง อยุธยา รวบรวมเงินถวายวัดได้ สองล้านสี่แสนกว่าบาท ( 2,455,599.23 บาท )