วันนี้ฉันมีโอกาสเข้าไปในสถานที่หนึ่ง ซึ่งคงไม่มีใครปรารถนาหรือใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน เพราะหากใครลองได้ก้าวข้ามประตูเหล็กที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงนั่นไปแล้วนั้น ย่อมหมายถึง อิสรภาพที่ได้สิ้นสุดลงเพียงเสี้ยววินาทีนั่นเอง
ก่อนจะเข้าไปในโลกหลังกำแพงนั้นได้ เราจะต้องมีการแจ้งชื่อและแลกบัตรประจำตัวประชาชนไว้กับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเสียก่อน จากนั้นเป็นขั้นตอนของการปลดทรัพย์สินที่มีค่าทุกชนิดแม้แต่กุญแจไว้ใน locker ที่ตั้งไว้เพื่อรับฝากของ จากนั้นผู้คุมก็พาเราเดินเข้าไป ก่อนที่จะข้ามประตูแรกไปนั้นจะต้องมีการตรวจค้นอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง
ระหว่างทางที่เดินเข้าไปนั้น สองข้างทางเป็นกำแพงสูงลิบซ้ำด้านบนยังมีเหล็กหรือเปนรวดหนามที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงไว้หรือไม่ฉันก็มิอาจทราบได้ แต่ที่ทราบคือมันคงช่วยป้องกันการหลบหนีได้อย่างแน่นอน ฉันเดินข้ามประตูไปจำนวน 3 ชั้น หลังกำแพงนั้นมีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่บ้างก็นั่งคุยกัน บ้างก็มีกิจกรรมของแต่ละคน แต่ส่วนที่ฉันเข้าไปนั้น ฉันเข้าไปหาผู้ต้องขังกลุ่มหนึ่งซึ่งผ่านการอบรมการอ่านหนังสือเสียงระบบเดซี่ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงอาจสงสัยกันใช่มั้ยคะว่าหนังสือเสียงระบบเดซี่คืออะไร ก็เป็นหนังสือเสียงเพื่อให้คนตาบอดฟังไงคะ อิๆ บางครั้งงานล้นมือ ไม่เพียงพอกับความต้องการของคนตาบอด เมื่อ nectec ได้เข้ามาอบรมให้กับผู้ต้องหาในนี้แล้ว เราก็สามารถเพิ่มจำนวนหนังสือเสียงเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของคนตาบอดได้มากขึ้นค่ะ
หนังสือที่ฉันและเพื่อนร่วมงานนำไปให้นักโทษในทัณฑสถานอ่านนั้นเป็นหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย พูดมาถึงตรงนี้หลายท่านที่อ่านคงอาจจะรู้สึกว่ามันธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดานั่นก็คือ หนังสือที่นำไปให้อ่านนั้นเป็นหนังสือวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ค่ะ ภาพแรกที่เพื่อนบรรยายให้ฉันฟังเมื่อเจอกับคณะบุคคลที่อ่านหนังสือให้นั้นคือ พวกเขาเป็นคนที่หน้าตาดูดี สุภาพ พูดจาเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามีความรู้มากพอที่จะอ่านหนังสือให้กับเราได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ มีนักโทษคนหนึ่งได้ปริญญามาแล้วสี่ใบ เมื่อเขาอ่านสูตรทางคณิตศาสตร์ออกมานั้นฉันถึงกับพูดออกมาเลยว่า นี่แหละคือแบบที่พวกเราต้องการคือมองภาพและสัญลักษณ์ปุ๊บและอ่านออกมาได้ปั๊บโดยที่ไม่ผิดเลย
ฉันไม่ได้คุยอะไรกับคนเหล่านี้มากนัก เนื่องด้วยเวลาน้อยและฉันไม่กล้าไปซักถามว่าพวกเขาต้องมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้เนื่องจากสาเหตุอันใด แต่มีสาเหตุหนึ่งที่ภายหลังจากฉันเดินกลับออกมาแล้วทำให้ฉันกลับมาย้อนคิดได้ว่า บางครั้งคนเราก้าวพลาดไปครั้งเดียวก็อาจจะทำให้เสียอิสรภาพไปได้เลย มันคงไม่คุ้มกันหรอกหากจะเข้าไปลองสิ่งที่ไม่ดีต่างๆและต้องมีชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกหลังกำแพงแห่งนั้น แน่นอนคงไม่มีใครอยากเข้าไปที่นั่น แต่เมื่อต้องเข้าไปไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม เมื่อเขาได้รับอิสรภาพแล้วนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดนั่นก็คือ การได้รับโอกาสจากสังคม ฉันมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า หากเราซึ่งได้รับอิสรภาพจนเคยชินแล้วนั้นได้ให้โอกาสกับผู้ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพเขาก็คงไม่ย้อนกลับไปกระทำความผิดอีก

บางครั้งบทเรียนชีวิตกว่าจะรู้ก็เกือบสาย ชีวิตแทบมลาย แต่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายทำให้ต้องดิ้นรนมีชีวิตอยู่สู้ต่อไป
จะก้าวพลาด หรือ สำเร็จ ก็อยู่ที่เรา สังคมให้โอกาสเสมอ
เพราะฉะนั้นควรถามตัวเองให้ดีก่อนว่า พร้อมจะยอมรับโอกาสนั้นหรือไม่
เป็นเรื่องที่อ่านสนุกนะจ๊ะ โลกหลังกำแพงก็มีอะไรดี ๆ ตั้งหลายอย่าง
หากเราทำสิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้
ก็ให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
แต่หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดไม่ได้
ก็ให้ทำสิ่งที่ดีที่สุด...
ชีวิตคนเราเดินทางอยู่บนความไม่แน่นอน อาจจะเดินก้าวพลาดไป เราจึงควรไม่ประมาทในการเดินทางของชีวิต
ความแน่นอน
คือ
ความไม่แน่นอน
ชีวิตคนเราอยู่บนความไม่แน่นอน มีโชคดี มีโชคร้าย แต่เราต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท
ความแน่นอน ไม่แน่นอน ชีวิตของเราเป็นผู้กำหนด