< /tbody>

 
 






< /tr>

       อาหาร ที่มีคุณภาพจะผลิตขึ้นอย่างดีเพื่อให้เป็นอาหารที่ “ครบถ้วนและได้สัดส่วน”อาหารที่เสริมประสิทธิภาพและการเติบโตจะมีระดับ พลังงาน (จากไขมัน) สูงเพื่อให้พลังงานที่เพียงพอต่อสัตว์ซึ่งกำลังต้องการสารอาหารอย่างมาก ระดับโปรตีนของอาหารเสริมประสิทธิภาพและการเติบโตจะต้องสูงกว่า 30% ส่วนระดับไขมันต้องสูงกว่า 20%  เพื่อความสมดุล แต่เนื่องจากอาหารที่สุนัขกินต้องคิดน้ำหนักเป็นกรัม ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ เมื่อมันกินอาหารที่ให้พลังงานสูง  อาหารนั้นก็ควรมีสัดส่วนของโปรตีนมากพอกับปริมาณความต้องการโปรตีนและกรดที่ จำเป็นต่อการเติบโตของมันในแต่ละวัน  พูดอีกอย่างว่า เปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นจะมีโปรตีนสูง ถ้ายังไม่ทราบปริมาณไขมัน เมื่อระดับไขมันในอาหารสูง (19 หรือ 20%) โปรตีนก็ต้องอยู่ที่ระดับ 30% จึงจะถือว่าครบถ้วนและได้สัดส่วนสมดุล ทั้งยังเหมาะสมกับความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตของสัตว์อีกด้วย

       ผล การศึกษาของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนใน Utrecht NL  แสดงให้เห็นว่าการเพาะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ด้วยอาหารที่มีโปรตีน (ต่อหน่วยพลังงาน) สูงกว่าปกติถึง 50%  ไม่ทำให้เกิดความแตกต่างในด้านพัฒนาการทางโครงร่าง (กระดูกและข้อต่อ)  ของสุนัขเทียบกับสุนัขที่กินอาหารซึ่งมีโปรตีนระดับปกติกลุ่มที่กินอาหาร โปรตีนสูงไม่ได้โตเร็วกว่าเลย ส่วนสูงก็เท่ากัน และน้ำหนักตัวก็เพิ่มในลักษณะเดียวกับกลุ่มที่กินอาหารโปรตีนปกติ จึงสรุปได้อย่างชัดเจนว่า ระดับโปรตีนไม่มีผลต่อความถี่และระดับความรุนแรงของโรคกระดูกอย่างโรค OCD และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โรค HD (hip dysplasia)  และ/หรือโรค ED (elbow dysplasia)
      จากผลการ ศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว ในการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่โตเร็วนั้น คำแนะนำในปัจจุบันเกี่ยวกับการให้อาหารคือ ควรจำกัดปริมาณอาหาร และใช้อาหารสูตรที่ผสมมาสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีระดับพลังงานและ แคลเซียมในปริมาณที่จำกัด เพื่อให้สุนัขเติบโตในระดับพอดี อย่างไรเสียวิธีการให้อาหารก็ไม่ส่งผลต่อขนาดของ สุนัขเมื่อโตเต็มที่แน่นอน



ที่มา  http://www.student.chula.ac.th/