พิพิธภัณฑฯแห่งแรกของไทยซึ่งอยู่ในพื้นที่วังหน้าเดิม ได้เริ่มมีการเก็บรวบรวมของเก่าที่มีคุณค่ามากขึ้น สืบเนื่องมาจากปัญหาการลักลอบนำของเก่าออกนอกประเทศของชาวต่างชาติ มีการออกกฏหมายเพื่อคุ้มครองโบราณวัตถุที่กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองเก่าต่าง ๆ รวมถึงการเก็บรวบรวมไว้ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นหน้าที่ตามกฏหมายดังกล่าวก็ตกเป็นภารกิจหลักของกรมศิลปากร ซึ่งดูแลรักษามรดกโบราณวัตถุ โบราณสถาน และจัดการพิพิธภัณฑสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงสมบัติของชาติ ซึ่งตามกฎหมายให้เรียกว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อันเป็นที่มาของการที่ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีสาขาของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมากที่สุดในโลกกว่า 40 แห่งในปัจจุบัน
ด้วยภารกิจตามกฎหมายดังกล่าวประกอบกับแนวคิดการจัดการพิพิธภัณฑฯตามแนวทางพิพิธภัณฑฯศิลปะ ( Art Museum )ที่รับมาจากชาติยุโรป ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงโบราณวัตถุตามลำดับยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ศิลปะ เน้นการคัดเลือกงานศิลปะชิ้นเยี่ยมมากกว่าวัตถุที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนและสังคมในอดีต ทำให้การสื่อสารกับคนดูค่อนข้างอยู่ในวงจำกัด และเมื่อมีพิพิธภัณฑฯรูปแบบใหม่ ๆเกิดขึ้นมาท้าทายความสนใจของคนในสังคม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจึงถูกมองว่าล้าสมัยและไม่เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ