วันนี้มองผ่านกระจกหลังโต๊ะทำงาน  มันคลึ้มทั้งวัน  บรรยากาศมันช่างน่า.....

....เขียนบล็อก เสียจริงๆ (อย่าคิดมากครับ)

การก่อกำเนิดสิ่งใหม่ รวมถึงสิ่งมีชีวิต สรรพสัตว์ สรรพพืช มีเรื่องบรรยากาศเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ทำไมกบ หรือปลาต้องการได้ยินเสียงฝนตก ฟ้าร้องก่อน  ก่อนที่จะร่วมกันสร้างชีวิตใหม่ (ฝนฟ้า พาไปจริงๆ เลย!)

กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า...

"ความรู้ใหม่" หรือ "ตัวอ่อนความรู้" ก็ไม่ต่างกัน  เห็นการก่อเกิดความรู้ปฏิบัติดีๆ มาหลายที่ หลายองค์กร  เห็นว่าเวลามันจะเกิดความรู้ดีๆ  มันจะต้องมีประเด็นเกี่ยวกับการสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นให้คนเชื่อมั่นความสามารถของตัวเอง   รู้สึกสบายๆ ไม่ถูกกดดัน  ไม่ถูกบีบคั้น  กล้าคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ กล้ามองแตกต่างไปจากความคุ้นชินเดิม  กล้าเสี่ยง(ในขอบเขตที่พิจารณาแล้วว่ายอมเสียได้)

กิจกรรมการสร้างบรรยากาศในองค์กร  มันมักจะไม่ค่อยเป็นเหตุ เป็นผลโดยตรงกับการสร้างผลประกอบการของกิจการนั้นๆ ทันที   แต่มันปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงเลยไม่ได้ว่าเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดผลประกอบการที่ดีได้เหมือนกัน   เลยคิดว่าทำให้มองข้ามมันไป

เช่น  วงสนทนาแบบสบายๆ เป็นกันเอง จะคุยอะไรก็ได้   มักจะถูกมองว่า "ว่างงานนักหรือหรือไง? ถึงมาจับกลุ่มคุยอะไรก็ไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับงานเลย"  

หากเปิดใจดู  แม้ตอนนั้นคนคุยกันจะไม่เอ่ยถึงเรื่องงาน (แต่ที่จริง มันมีแซมๆอยู่บ้างนะ)  แต่การบ่มเพาะบรรยากาศความเป็นกันเอง  ความเป็นทีม ความเป็นพี่เป็นน้อง  มิตรภาพมันไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วย แค่การส่งคนไปเข้า workshop team building เพียงครั้ง สองครั้งแล้วคนมันจะรักกันอย่างดูดดื่มเลย  มันต้องค่อยๆ ทำให้เป็นกิจวัตรในชีวิตการงานปกติ  ซึ่งที่จริงก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งขององค์กรเหมือนกัน แต่อาจจะเป็นการลงทุนในรูปแบบที่ซื้อเวลาให้พนักงานมาคุยกัน  ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ เคยมีบางวงถึงกับสร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่องค์กร จากแค่วงสนทนาธรรมดาแบบนี้แหละ

แต่แน่นอน มันย่อมมีสัดส่วน ไม่ใช่วางงาน ไม่ทำเลย มาคุยกันอย่างเดียว อย่างนั้นไม่ดีแน่  แต่อย่างน้อยเสี้ยวหนึ่งของวงจรการทำงานน่าจะมีกิจกรรมสร้างบรรยากาศอะไรแบบนี้บ้าง  ดีไม่ดี  เราอาจจะไม่ต้องเสียงบประมาณไปทำ team building แบบฉาบฉวย ที่พออีตอนทำน้ำมูก น้ำตาพรั่งพรู แต่พอกลับมาทำงานทุกอย่างกลับเหมือนเดิมอีก

นี่ไม่ใช่เพราะขาดบรรยากาศ(จริงๆ) ดอกหรือ?