ตลอดแนวชายฝั่งทะเลของไทยมีการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเป็นจำนวนมาก ทั้งโรงเพาะฟักลูกกุ้งและโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทำรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันมาตรฐานสินค้าการเกษตรเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยในการบริโภคของผลผลิตเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น เห็นได้จากปัญหาการตกค้างของยาปฏิชีวนะในกลุ่มคลอแรมเฟนิคอลและไนโตรฟูแรนส์ในกุ้งที่ส่งไปขายในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ส่งผลกระทบ ถึงอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของไทยทั้งระบบ
กรมประมงจึงกำหนดนโยบายให้มีมาตรฐานในด้านการผลิตกุ้งทะเล โดยให้เกษตรกรเข้าใจและมีแนวทางปฏิบัติในการจัดการเพาะเลี้ยงกุ้งที่ดี (Good Aquaculture Practice: GAP หรือ จีเอพี) เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย ไม่มียาปฏิชีวนะตกค้าง ออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
มาตรฐานโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทะเล จีเอพี มีหลักเกณฑ์สำคัญ 7 ข้อ ดังนี้
1. การเลือกสถานที่
1.1 ต้องเป็นสถานที่ที่เกษตรกรมีสิทธิ์ในการประกอบการ โดยการถือครอง หรือเช่าพื้นที่ และอยู่ในเขตที่องค์กรท้องถิ่นอนุญาตให้ใช้สำหรับประกอบกิจการโรงเพาะฟักและอนุบาลกุ้งทะเล
1.2 มีการคมนาคมสะดวกและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
1.3 อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี และไม่อยู่ในอิทธิพลของแหล่งกำเนิดมลภาวะ
2. การจัดการเพาะฟักและอนุบาลทั่วไป
2.1 อุปกรณ์และโรงเรือนของโรงเพาะฟักและอนุบาลต้องอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดี
2.2 มีการวางผังโรงเพาะฟักและอนุบาลและการติดตั้งอุปกรณ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งทะเล
2.3 มีการเตรียมน้ำด้วยวิธีการที่เหมาะสมและให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการใช้เพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทะเล
2.4 มีการทำความสะอาดบ่อและอุปกรณ์ที่ใช้อย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีการที่เหมาะสม และมีการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ
2.5 ตรวจสุขภาพหรือความแข็งแรงของพ่อแม่พันธุ์และนอร์เพลียสก่อนนำมาเพาะเลี้ยง เพื่อการผลิตลูกกุ้งมีคุณภาพดี
2.6 มีการตรวจคุณภาพน้ำที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ และใช้ประกอบในการจัดการเพาะฟักและอนุบาลกุ้งทะเล
3. อาหาร การให้อาหารและปัจจัยการผลิตลูกกุ้งทะเล
3.1 เลือกใช้อาหารลูกกุ้งที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีคุณภาพดี ผลิตใหม่และไม่เก็บไว้นาน
3.2 มีวิธีการเตรียมและให้อาหารที่มีประสิทธิภาพ
3.3 มีการผลิตอาหารธรรมชาติ (มีชีวิต) และใช้ให้ถูกต้องตามความต้องการของลูกกุ้งแต่ละระยะ และให้อาหารสดในกรณีที่จำเป็นเท่านั้นและมีวิธีการจัดการที่ดี
3.4 ปัจจัยการผลิตที่ใช้เสริมสร้างความแข็งแรงของลูกกุ้งและ/หรือรักษาคุณภาพน้ำจะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และเกษตรกรต้องใช้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
4. การจัดการสุขภาพ และการแก้ไขปัญหาโรคระบาดของลูกกุ้ง
4.1 มีการเฝ้าระวังสุขภาพลูกกุ้งประจำวันอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ กรณีลูกกุ้งมีปัญหาดำเนินการวิเคราะห์และวินิจฉัยโรค และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคลูกกุ้งที่มีประสิทธิภาพ
4.2 ใช้ยาปฏิชีวนะที่ทางกรมประมงกำหนดให้ใช้ ยา สารเคมีและวัตถุอันตรายที่ใช้ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ หลังจากใช้มีการเลี้ยงต่อไป เพื่อมิให้ยาเหลือตกค้างอยู่ในปริมาณที่เกินกำหนด และไม่ให้ใช้ยาและสารเคมีในกลุ่มที่กรมประมงประกาศห้ามมิให้ใช้เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
5. สุขอนามัยโรงเพาะฟักและอนุบาล
5.1 บริเวณภายในโรงเพาะฟักและอนุบาลสะอาด ถูกหลักอนามัยอยู่เสมอ ขยะและสิ่งปฏิกูลจากโรงเพาะฟักและอนุบาลมีการทิ้งและกำจัดอย่างถูกวิธี
5.2 เก็บรักษา อาหารลูกกุ้งและอุปกรณ์ต่างๆ ในลักษณะที่ดี ไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค
5.3 มีห้องสุขาที่ถูกต้องตามหลักอนามัย ของเสียไม่ไหลซึมหรือปนเปื้อนเข้าสู่ระบบของโรงเพาะฟักและอนุบาล
5.4 ความสะอาดของทางระบายน้ำทิ้งจากบ้านเรือนและในบริเวณโรงเพาะฟักและอนุบาล
5.5 น้ำที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งทะเลมีปริมาณแบคทีเรีย (Total Coliform) ไม่เกินค่าที่กำหนดไว้
6. การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการขนส่ง
วางแผนการจับ การปรับสภาพลูกกุ้ง และขนส่งลูกกุ้งให้กับเกษตรกรในช่วงเวลา และวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกกุ้งแข็งแรง และมีเอกสารกำกับการขนย้ายลูกกุ้ง
7. การจดบันทึกข้อมูล
มีบันทึกการจัดการโรงเพาะฟักและอนุบาล การให้อาหาร การใช้ยาและสารเคมีที่ถูกต้องสม่ำเสมอมีความทันสมัย
มาตรฐานโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทะเล จีเอพี Good Aquaculture Practice (GAP) for Marine Shrimp Hatchery
มาตรฐานโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทะเล จีเอพี Good Aquaculture Practice (GAP) for Marine Shrimp Hatchery
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เข้าใจยาก · 21 ต.ค. 2552
น้องอิน · 21 ต.ค. 2552
ครูจอย_คณิตร่องคำ · 21 ต.ค. 2552
คิม นพวรรณ · 21 ต.ค. 2552
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม · 21 ต.ค. 2552
น้องอิน · 21 ต.ค. 2552