กระแสน้ำไม่หวนคืน
แว่วสายลมเย็มฉ่ำระเรื้อยริ้ว
กระเซ็นพลิ้วทิวคลื่นระรื่นไหล
กระทบแดดแวววับสลับไป
นภาใสน้ำสวยสะอาดตา
แพน้อยลอยล่องท่องพื้นน้ำ
เข้าเขตครามทิวเขาเหล่าไม้ป่า
พฤษชาติหลากพันธุ์ละลานตา
ซึ้งคุณค่าว่าป่าปกน้ำจึงมี
แลสาวสวยรวยยิ้มพิมพ์พิศร
กลิ่นกายหอมดั่งดอกไม้หลายหลากสี
หมู่ภู่ผึ้งผีเสื้อทั่ววารี
ยื่นไมตรีดวงจิตพิชิตใจ
ขาวกระเซ็นเย็นฉ่ำระลอกน้ำ
เกิดคำถามในจิตคิดไฉน
มัจฉาอยู่คู่กับน้ำอยู่ร่ำไป
แล้วทำไมใจจึงสั่นประหวั่นจริง
ลอยลำแพไกลฝั่งถึงกลางน้ำ
ตั้งคำถามลอยล่องต้องมนต์สิง
ใจก็ลอยลิ่วลิ่วพิลึกจริง
เหมือนทุกสิ่งถูกสิงให้ล่องลอย
กายต้องลมห่มผ้ายังพออุ่น
ใจสิวุ่นหนาวรักจักเหงาหงอย
กายห่มผ้าใจห่มรักที่เฝ้าคอย
ดาวเดือนคล้อยลอยต่ำไม่เห็นมี
ระลอกคลื่นระลื่นลัดตัดแสงแดด
กระเซ็นแตกกระจายเห็นเป็นแถบสี
ขาวดั่งเพชรเม็ดงามในวารี
แว่ววจีดนตรีขับรับลำแพ
ระเรื้อยริ้วลอยล่องทำนองขับ
ประสานรับเสียงใสในกระแส
น้องนางน้อยเจื่อยแจ้วในลำแพ
มีเพียงแต่ใจเราที่เฝ้ามอง

สวัสดีค่ะ...แต่งกลอนไพเราะมากเลยค่ะ...นี่ถ้าเป็นหนุ่มจีบสาว ว๊าว!! สาวกรี๊ดแน่ค่ะ ชอบประโยคนี้ค่ะ "ระเรื้อยริ้วลอยล่องทำนองขับ ประสานรับเสียงใสในกระแส น้องนางน้อยเจื่อยแจ้วในลำแพ มีเพียงแต่ใจเราที่เฝ้ามอง"...สัมผัสดีจัง ร. เรือระรัวเชียวค่ะ...แถมขน น้องหนู(น.หนู) มาอีกขบวน...ไพเราะค่ะชื่นชม
ขอบคุณมากครับ คุณ Vij
ที่ส่งภาพสวยๆ มาเสริมให้บทกลอนไพเราะมากขึ้น
เจออีกที จากคุณครู กลายเป็นกวีพลัดถิ่นเสียแล้วนะ
คิดถึง คิดถึง คิดถึง
สบายดีไหม
ลูก ๆ เป็นอย่างไร ซนมากมั้ย เอารูปมาลงบ้างสิ
ดีใจมากเลยนะเนี้ยที่หาเจอจนได้ (แล้วเมื่อไหร่จะมาเปิดอ่านน่าครั้งล่าสุดก็ปีหนึ่งแล้ว)
ตอบแหม่ม
คิดถึงเหมือนกัน จึงได้แต่งกลอนบทนี้ให้ สบายดีทุกคน หากคิดถึงกันก็ติดต่อมาทาง e-mail ซิ
ฮ่าฮ่าฮ่า กว่าจะได้อ่าน ตั้งหลายเดือนเลย มีคนแต่งกลอนให้เราด้วยแฮะ แอบดีใจนะนี่
งานยุ่ง-เหยิ่ง เยอะแยะไปหมดเลย
มีเรื่องอยากถามเยอะแยะ