การเดินทางในทริปที่ไม่ตั้งใจของผมเริ่มต้นขึ้น พร้อม กับลูกทัวร์ของบริษัททัวร์ดอยอีกหกชีวิต ลูกทัวร์ทั้งหญิงชาย ผมเข้าใจว่าคงเป็นแฟนกัน เดินทางมา รถแวะรับผมที่ห้างโลตัสอยุธยา (โลตัส อีกแระ) ซึ่งเป็นจุดนัดพบขนาดใหญ่ สังเกตง่าย และมีขอให้กิน มีสาวๆ ให้ดูเพลินๆ ระหว่างรอ การเดินทางในคืนนี้มีจุดหมายแรกอยู่ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน คืนนี้ผมหลับสนิทพร้อมรับความสนุกสนานตื่นเต้น และเพื่อพร้อมรับเส้นทางคดโค้งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดทางโค้งของเมืองไทย ในวันพรุ่งนี้

ความตั้งใจของผมในทริปนี้อยู่ที่ ปางอุ๋ง สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ จึงไม่ได้อยู่ในความตั้งใจในตอนแรก ผมเคยมาแม่ฮ่องสอนหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาก็เป็นการเดินทางไปแบบไปทำงานเก็บภาพตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเน้นธรรมชาติเป็นหลัก แต่ทริปนี้มากับบริษัททัวร์ ซึ่งทางบริษัททัวร์ดอยมีคอนเซ็ปอยู่ว่า จะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้มากที่สุด

 เพื่อให้ลูกทัวร์ได้รับประโยชน์ในการเดินทางสู่เมืองที่ แสนไกล เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายๆ แห่ง ผมเองก็ไม่เคยเข้าไปชม เช่น ที่ อ.แม่สะเรียง แวะชมวัดจองสูง ชมเจดีย์แบบมอญ วัดศรีบุญเรือง ชมเจดีย์แบบไทยใหญ่ อ้อ..ลืมบอกไปครับ

 คำว่า จอง นี้เราจะพบบ่อยๆ ในชื่อวัดต่างๆ ของ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกในส่วนของหลังคาที่ซ้อนๆ กัน ประดับสังกะสีฉลุลวดลายสวยงาม เป็นศิลปะของชาวไทยใหญ่ ทริปนี้ผมจึงคุ้มค่าไปพร้อมๆ กับลูกทัวร์ทุกๆ คน เพราะว่าวัดไหนเด่นๆ มีจองสวยๆ เรามักจะแวะเข้าไปนมัสการกัน

ถึง อ.แม่ลาน้อย ต้องเข้าไปชมถ้ำแก้วโกมล ชมผลึกแร่แคลไซต์ ที่ก่อตัวอยู่ในถ้ำอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งท่านคงจะได้เคยได้ยินชื่อเสียงกันมามากแล้ว ต่อไปยัง อ.ขุนยวม ดินแดนที่โด่งดังเรื่องทุ่งบัวตองขนาดใหญ่ในนาม ดอยแม่อูคอ เราแวะไปชม วัดต่อแพ วัดนี้ก็มีจองสวยๆ อีกเช่นกัน ที่สำคัญภายในวัดมีผ้าม่านอายุร้อยกว่าปี ที่เศรษฐีชาวพม่านำมาถวาย ผ้าม่านผืนนี้ปักด้วยอัญมณีแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ทางวัดได้ดูแลและจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน

คณะทัวร์ของเราถึง จ.แม่ฮ่องสอนในช่วงเย็น ก่อนเข้าที่พักได้ขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยกองมู ชมทิวทัศน์ของเมืองแม่ฮ่องสอนในยามเย็น ที่นี่ผมได้เห็นการลอยกระทงสวรรค์ เป็นกระทงที่ทำจากการะดาษสีสด ภายในจุดเทียน ด้านบนผูกติดกับลูกโป่งอัดแก๊สกลายเป็นลูกโป่งสวรรค์ เมื่อผู้ที่จะลอยอธิฐานแล้ว ก็ปล่อยกระทงให้ลอยขึ้นไป

ดูคล้ายๆ การลอยโคมที่เราเคยเห็นกัน แต่การลอยกระทงสวรรค์นี้กะทัดรัด และคล่องตัวกว่า กระทงนี้ทางวัดพระธาตุดอยกองมู ได้จัดไว้ให้ผู้ที่มีความประสงค์จะลอย โดยสนนราคาอยู่ที่กระทงละ 20 บาท อย่าลืมนะครับหากได้ไปแล้วก็ไปลอยไปปล่อยกระทงสวรรค์กัน เอ๊ะ...จะเรียกว่าลอยหรือ ปล่อย ดีละครับเนี่ย ชักงงๆ แฮะ

ยังไม่หมดครับลงมาจากวัดพระธาตุดอยกองมูแล้ว เรายังเข้าไปเที่ยวที่วัดจองคำ และจองกลางกันต่อ สองวัดนี้อยู่ติดกันถือได้ว่า เป็นวัดคู่แฝด ด้านหน้ามีหนองน้ำ ชื่อหนองจองคำ เป็นที่พักผ่อนใจ และเป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองบ้างบางคราว บริเวณนี้ร่มเย็นน่าเดินเล่นพักผ่อน

ส่วนที่พักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน มีมากมายอยู่หลายๆ แห่ง เกสท์เฮ้าส์ โรงแรม มีบริการ ราคาก็ตั้งแต่ 200 บาท ขึ้นไป หากชอบชีวิตกลางแจ้ง หรือ ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด ก็สามารถไปกางเต้นท์พักแรมได้ตามอุทยานแห่งชาติที่อยู่นอกเมือง หรือ ที่ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้นั่นก็คือ ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง หรือในอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการคือ โครงการพระราชดำริพระตำหนักปางตอง ตั้ง อยู่ที่บ้านห้วยมะเขือส้ม ต.หมอกจำแป๋ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 35 กม. จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แม่ฮ่องสอน - ปาย

เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่จะไปภูโคลน ผ่านภูโคลนจะมีป้ายบอกทางไปบ้านรวมไทย ซึ่งมีระยะทางจากถนนใหญ่สาย 1095 เข้ามาเป็นระยะทาง 14 กม. การเดินทางสะดวกโดยเป็นทางลาดยางตลอด ในช่วงก่อนถึงประมาณ 5 กม. เส้นทางค่อนข้างสูงชันและแคบควรใช้ความระมัดระวัง

 โครงการพระราชดำริพระตำหนักปางตอง แต่นักท่องเที่ยวนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า ปางอุ๋ง นี้ เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สูง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ราษฎรในพื้นที่ได้มีอาชีพด้วยการเกษตรแผนใหม่ มีการพัฒนาแหล่งน้ำ และที่ดิน ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ ปลูกพืชได้ผลดี เช่น ไม้ดอกเมืองหนาว สาลี่ บ๊วย และผักต่างๆ อีกหลายชนิด

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงก็มีน้ำตกผาเสื่อ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความน่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง และ บ้านรักไทย หมู่บ้านของจีน ซึ่งเป็นทหารจากกองพล 93 กองพลเดียวกับที่แม่ดอยสลองนั่นแหละครับ กองพลนี้ผมละอิจฉาจริงๆ ไปอยู่ที่ไหนที่นั่นก็สวยไปหมดจนเราๆ ต้องตามไปเที่ยวกัน

ปัจจุบันในพื้นที่ของโครงการพระราชดำริพระตำหนักปางตอง ท่านสามารถเข้าไปพักแรมแบบกางเต้นท์ หรือ เข้าพักในบ้านพักหลังเล็กๆ ได้ (กระท่อม) ซึ่งมีไว้บริการอยู่ประมาณ 10 หลัง ราคาหลังละ 300- 500 บาท แต่ผมขอแนะนำ การพักแรมแบบกางเต้นท์ และไปทำอาหารแบบแคมป์ปิ้งทานกันในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง จะได้บรรยากาศกว่า

 ที่นี่มีห้องน้ำบริการ ลานกางเต้นท์อยู่บริเวณสวนป่าสนริมน้ำ บรรยากาศในช่วงเช้าๆ ที่มีมวลหมอกลอยอ้อยอิ่งอยู่บนผิวน้ำ สวยโรแมนติกมากๆ ผมอยากจะเขียนแนะนำความน่าสนใจมากกว่านี้ แต่เกรงว่า เดี๋ยวถึงวันหยุดสิ้นปี คุณๆ ผู้อ่านเดินทางไปเที่ยวกันมาก เจอนักท่องเที่ยวเยอะๆ

เดี๋ยวจะสรุปว่าไม่น่าเที่ยวอีกละก็แย่เลย แนะนำอีกอย่างครับ หากไปวันธรรมดาได้ก็น่าสนใจ เวลาถ่ายภาพออกมา หรือเวลาจะทำธุระส่วนตัวก็ไม่ต้องไปแย่งกับคนอื่น แต่ที่นี่ค่อนข้างจะเงียบเหงาเหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ ผมไม่ได้ค้างคืน หรือ พักแรมที่นี่หรอกครับ แต่ก็ได้มาชื่นชมบรรยากาศในช่วงเช้าของที่นี่ได้

 เพราะพี่เสกปลุกแต่เช้าให้ไปเที่ยวบ้านรักไทย และ ที่โครงการพระราชดำริพระตำหนักปางตอง หรือ ปางอุ๋ง อันเป็นไฮไลท์ของทริป ฉะนั้น ไม่ว่าจะง่วงขนาดไหนผมก็ต้องตื่น และก็ได้พบกับความสวยงามคุ้มค่าจริงๆ ผมต้องตัดใจลา ปางอุ๋ง แล้วร่วมเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายๆ ที่ตามโปรแกรม เช่น ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า วัดน้ำฮู อ.ปาย

ตลาดปายยามค่ำคืน แล้วก็นอนพักที่ปาย วันต่อมาเดินทางต่อไปชมทะเลหมอกห้วยน้ำดัง เข้า เชียงใหม่ซื้อของฝากที่กาดวโรรส ต่อไปชมเวียงกุมกาม แล้วลงลำพูน ไหว้พระธาตุหิริภุญไชย แวะ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ไหว้พระธาตุลำปางหลวง จากนั้นย้อนเข้าไปใน จ.ลำปาง

ปิดท้ายด้วยการเดินชมสินค้าพื้นเมือง ที่ถนนคนเดิน โอย..เหนื่อยครับทริปนี้ พวกเราเที่ยวกันจนเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่าเป็นที่สุด ก็ขึ้นมาภาคเหนือทั้งที จะเที่ยวแค่ที่สองที่คงไม่คุ้มแน่ ต้องตะลุยกันไปอย่างนี้ ที่ไหนน่าสนใจเป็นต้องแวะกัน

4.00 น.ของวันจันทร์ ผมอำลาเพื่อนๆ ร่วมทริป แล้วลงจากรถตู้ตรงแยกทางเข้าอยุธยา อากาศเย็นๆ ท่ามกลางท้องฟ้าที่ยังคงมืดอยู่ ผมเดินทางต่อเพื่อเข้าสู่บ้านและเตรียมตัวมาทำงานวันแรกหลังจากวันลาหยุดพัก ร้อนที่หมดสิ้นไป ประตูรั้วถูกผมเปิดออกอย่างเงียบๆ โดยที่คนในบ้านไม่ตื่นขึ้นมาดู ผมค่อยๆ เปิดประตูบ้านเข้าไป แต่ก็ต้องตกใจกับเสียงเห่าอย่างดุดันที่เหมือนจะน่ากลัวอย่างไม่ยอมหยุด แม้ผมจะพยายามแสดงตัวว่าผมเป็นใครก็ตาม ...


ที่มา  http://travel.sanook.com/