สถิติที่ใช้ในกระบวนการวิจัย คือ วิธีการที่ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหรือตัวแปรต่าง ๆ ในงานวิจัยเพื่อตอบวัตถุประสงค์และสมมติฐานการวิจัย
ดังนั้น ตัวแปร จึงต้อง แปรค่า หรือ วัดค่าออกมาได้
ตัวแปร หมายถึง ข้อมูล หรือสิ่งที่เราสนใจวัดค่า ในการวิจัย โดยใช้เครื่องมือไปเก็บรวบรวม
ตัวแปร ต้องแปรค่าได้ เช่น เพศ แปรค่าได้เป็น ชาย หญิง นำหนัก แปรค่า ได้เป็น ๔๐ ๓๔ ๕๐ ๕๔ กิโลกรัม
หลักเกณฑ์พื้นฐานของการวัด
การวัดเป็นกระบวนการกำหนดค่าเป็นตัวเลขให้กับตัวแปรหรือสิ่งที่สนใจศึกษา โดยกำหนดตัวแปรในรูปคำนิยามเชิงปฏิบัติการ สร้างเครื่องมือวัดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีระดับการวัดตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษา และเลือกใช้สถิติให้เหมาะสม
ระดับการวัดตัวแปรมี ๔ ระดับ
๑. มาตรานามบัญญัติ (Nominal scale)
- จำแนกหรือจัดกลุ่มตัวแปรตามคุณลักษณะที่สนใจ
- นับได้เพียงจำนวน หรือความถี่เท่านั้น
- บวก ลบ คูณ หาร ไม่ได้ เช่น เพศ อาชีพ ลักษณะครอบครัว สถานภาพ
๒. มาตราเรียงลำดับ (Ordinal scale)
- จำแนกหรือจัดกลุ่มตัวแปรตามคุณลักษณะที่สนใจ แต่สามารถบอกอันดับ หรือ ความมากน้อย ระหว่างกลุ่มได้
- นับได้เพียงจำนวนหรือความถี่เท่านั้น
- บวก ลบ คูณ หาร ไม่ได้ เช่น ความคิดเห็น ( เห็นด้วย มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ) ความเชี่ยวชาญ ( มาก น้อย ปานกลาง )
๓. มาตราอันตรภาค (Interval scale)
- เป็นศูนย์สมมติ(ศูนย์ไม่แท้)
- บวก ลบได้ แต่คูณ หารไม่ได้
- ข้อมูลที่ได้ มีค่าต่อเนื่องเป็นปริมาณ เช่น คะแนน อุณหภูมิ
๔. มาตรอัตราส่วน (Ratio scale)
- มีศูนย์แท้ (ศูนย์ที่แปลว่าไม่มีค่าจริง ๆ )
- บวก ลบ คูณ หารได้
- ข้อมูลที่ได้มีค่าต่อเนื่องเป็นปริมาณ เช่น นำหนัก ส่วนสูง รายได้ อายุ
ที่มา...เอกสารประกอบการบรรยาย
ผศ.ว่าที่ร้อยโทธนพงศ์ จันทชุม
สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
เป็นวิชาที่ครูสอนดีมากเลยแต่ผมไม่รู้เรื่องคงต้องขอความช่วยเหลือให้พี่ติวก่อนสอบด้วยนะครับ
ให้ความรู้ดีจริงๆ .. ทำอย่างไรจะชอบเรียนคะ