โลกนี้และโลกหน้า

เขียนไปเขียนมา...นึกว่าจะจบ...เมื่อเขียน..คำว่า..ตาย....(ไม่จริงอย่างที่นึก)...(นึกไปนึกมาพยายามหาสาเหตุ...แฮะ..ทุกข์นั่นเอง..ปวดฟัน...มันสุดจะทนจริงๆ)...(นึกอยากจะหนีโลก...วิ่งหนีๆหนีโลก...คิดไปกันคนละเรื่องก็เกือบหายปวด..ไปได้เหมือนกัน..ง่ายๆกลืนยาแก้ปวดเสียสองเม็ด..ช่วยไปได้หลายชม.  )..หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน..เขาเขียนเรื่องผีใน.ลอนดอน..เรื่องผีๆในเมืองนี้ก็เคยได้ยินเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งจากนักเรียนไทยในอังกฤษที่มาเที่ยวเยอรมัน...เขาเล่าว่าผีมันดุ...ที่ห้องที่เขาอยู่มีผี..ผู้หญิงแก่ๆมาปรากฎตัวให้เห็นอยู่เสมอ...แต่ปรากฏว่าแกหายไป...เพราะว่าเขาต้มพะโล้ขาหมูใส่ผักดอง..สองวันสองคืนไม่ได้เปิดหน้าต่าง...พอเปิดหน้าต่างห้องได้ยินเสียงกรีดร้องแสดงความยินดี..ตั้งแต่นั้นมาไม่เห็นยายแก่คนนั้นอีกเลย...มานั่งนึกๆถึงผียายแก่คนนั้น...แกยังอยู่ในโลกนี้หรือเปล่า..แลัวโลกหน้า..นั้นเป็นโลกของจิตวิญญาณ..อย่างที่เราเรียกกันใช่ไหม..ผีเป็นกายของจิตวิญญาณหรืออย่างไร....เรากลัวผีหรือกลัวตายกันแน่..ผีมีจริงหรือไม่..เรื่องผีๆไสยศาตร์เวทมนต์...ก็ยังเป็นเรื่องเล่าทำหนังขายดิบขายดี...ไปหาหมอสมัยใหม่ไม่ได้เพราะไม่มีเงิน...ก็ยังดีเดี๋ยวนี้หมอผี..ก็ยังพอมี..พอช่วยบรรเทาไปได้บ้าง..สำหรับชาวบ้านสอบตก..ชีวิตสมัยใหม่..อย่างน้อยหมอผีมีเวลา..ไปหาแหะๆไม่รู้ว่าต้องใช้เงินหรือเปล่าไม่รู้..(ในเมืองไทย..แต่ที่ในป่าอาเมซอน..หมอผีที่นั่นต้องใช้เงินยกครูแล้ว..แกสูบบุหรี่ฝรั่งเป่าพ่นไล่ผี..)...เรื่องนี้คือโลกนี้โลกหน้าของยายธีตอนปวดฟัน.....