ความทุกข์ทรมานทางกายในวาระสุดท้าย ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจำเป็นต้องเผชิญหลังจากที่การรักษาเทคโนโลยีสูงๆ ราคาแพงๆ สิ้่นสุดลง

World Palliative Care Day 2009

Discovering Your Voices

ประมาณเสาร์ที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปี กำหนดเป็นวัน World Hospice and Palliative Care Day มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาคมทั่วโลกเกิดความตระหนักในความจำเป็นและสิทธิพื้นฐานของคนทุกคนที่จะได้รับการดูแลในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ในปีนี้ theme ของงานคือ Discovering Your Voices

คล้ายๆกับการรณรงค์ในเรื่องอื่น อาทิ AIDS หรือ การรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ การที่มี World Day Events เป็นเพราะว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นการขับเคลื่อนในระดับสังคมโดยรวม และเป้าหมายที่ตั้งไว้จะเกิดขึ้นยากมาก หรือไม่เกิดเลย ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวในระดับมหภาค อุปสรรคเบื้องต้นก็คือการขาดความตระหนักรู้ในความสำคัญของเรื่องนั้นๆ และ "พฤติกรรม" รวมทั้ง​ "เจตคติ" ของประชาชน มีผลกระทบต่อเป้าหมายอย่างมาก

วัตถุประสงค์

  1. เผยแพร่วิสัยทัศน์ด้านความจำเป็นที่จะต้องมีการให้บริการดูแลผู้ป่วย ระยะสุดท้าย (palliative care) และสถานให้บริการ (hospice) ในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยการเปิดโอกาสและวาระให้มีการสนทนาในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง
  2. ประชาสัมพันธ์ความสำคัญและเพิ่มความเข้าใจในด้านความจำเป็น ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สุขภาวะทางกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ ของผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะบีบคั้นกดดันจากโรคที่เป็น รวมทั้งครอบครัวของผู้ป่วยด้วย
  3. เพื่อรณรงค์หาทุนสนับสนุนในการพัฒนาระบบ hospice และ palliative care เพื่อกิจกรรมและการบริการด้านนี้ทั่วโลก

เดิมกิจกรรม World Hospice and Palliative Care Day จัดโดยองค์กร Voices for Hospices ที่มีฐานอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ต่อมาเนื่องจากความจำเป็นต่างๆ รวมทั้งเกิดความร่วมมือจากกลุ่มประเทศทั่วโลกในด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้รวมตัวกัน form เป็น committee of Worldwide Palliative Care Alliance หรือสมาพันธ์โลกการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และได้เข้ามารับผิดชอบในด้านการจัดวัน WorldDay ในปี 2009 นี้แทน

Pain-free is Human's Right

ในขณะที่ทางการแพทย์ได้พัฒนาจนกระทั่งค้นหาวิธียืดอายุมนุษย์ให้ยืนยาวมากขึ้น ผลกระทบประการหนึ่งก็คือ จากเดิมชีวิตจะสิ้นสุดลงเมื่อคนมีหนึ่งหรือสองอวัยวะล้มเหลวลง ก็เปลี่ยนเป็นจะต้องมีการล้มเหลวของหลายอวัยวะเกิดขึ้น คนจึงจะเสียชีวิตลง จากเดิมโรคมะเร็งจะทำให้คนเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาอันสั้น แต่เดี๋ยวนี้โรคมะเร็งหลายๆโรค ทางการแพทย์สามารถให้การรักษาจนหายขาด หรืออยู่ได้หลายปีหรือเป็นสิบปี ทำให้การดูแลผู้ป่วยในระยะประคับประคองหรือระยะเรื้อรังนั้นมีเวลายาวนานขึ้นอย่างมาก

มีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่แสดงผลว่าในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจำนวนมากทนทุกข์ทรมานจากอาการทางกายที่กำเริบมากขึ้น อาการที่พบบ่อยที่สุดได้แก่อาการปวด อาการเหนื่อย หมดเรี่ยวแรง ซึ่งในความเป็นจริง ถึงแม้ว่าในระยะนี้เราไม่สามารถทำอะไรมากนักกับโรคต้นสาเหตุ แต่ในด้านการดูแลอาการ หากเรามียาและความรู้ประกอบที่จำเป็น เราสามารถจัดการกับอาการทุกข์ทรมานเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแต่เดิมเยอะ ในขณะที่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ชีวิตยืนยาว แต่การดูแลพื้นฐานอย่างเช่นอาการปวด ก็จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ในสภาพความเป็นจริงก็คือ ยังมีคนจำนวนมาก แม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา หรือ อังกฤษ ที่ยังขาดการดูแลอาการพื้นฐานอย่างเช่นอาการปวดไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการทุ่มทุน หรือสนใจไปแต่เทคโนโลยีล้ำสมัย ราคาแพง ที่มีปัจจัยด้านการตลาด ผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องต่อการวางนโยบาย ในฐานะของประชาคมโลก เราจึงเห็นเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องดึงความสนใจของประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักว่า ความทุกข์ทรมานทางกายในวาระสุดท้าย ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจำเป็นต้องเผชิญหลังจากที่การรักษาเทคโนโลยีสูงๆ ราคาแพงๆ สิ้่นสุดลง โดยเราหวังว่าหากประชาชนสนใจในเรื่องนี้ และเข้าใจตรงกันว่า การปลอดอาการปวด ก็เป็นสิทธิในการรับการรักษาดูแลขั้นพื้นฐาน เหมือนๆกับการได้รับการผ่าตัด ยาเคมีบำบัด หรือการรักษาที่ก้าวหน้าชนิดอื่นๆ ในที่สุดเสียงแห่งความต้องการนี้จะไปถึงผู้วางนโยบายในการบริหารประเทศ

ข่าวสารถึงผู้วางนโยบาย

  • การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย palliative care ต้องการการฝึกอบรมอย่างเป็นรูปธรรมและมีโครงสร้างที่ชัดเจน และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ขาดการสนับสนุนจากระบบบริการสุขภาพอย่างมากทั่ว โลก อุปสรรคสำคัญที่พบในหลายๆประเทศมีตั้งแต่ปัญหาการเมืองที่ยังวุ่นวาย ปัญหาเรื่องตัวบทกฏหมายที่จำเป็นต้องมีเพื่อการสนับสนุนและการ monitor รวมทั้งปัญหาในด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับการใช้ยาระงับปวดกลุ่ม morphine และกลุ่มอื่นๆ: UNAIDS

  • palliative care เป็นกระบวนการที่จำเป็นในการดูแลรักษาโรคมะเร็ง และสามารถทำได้โดยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและไม่ใช้เงินมากนัก: World Health Organization

  • สุญญากาศของนโยบายที่เกี่ยวกับการทำ palliative care ทั่วโลกทำให้เกิดเป็นจุดอ่อน และการดำเนินการที่ไร้ประสิทธิภาพในระดับประเทศ ผลสุดท้ายก็คือการดูแลที่ไม่มีคุณภาพอย่างที่ได้พบกันทั่วไปใน PLWHA (people live with HIV/AIDS): DFID Health Resource

  • การทำ palliative care สำหรับผู้ป่วย PLWHA จะต้องบูรณาการตั้งแต่การควบคุมอาการ การสาธารณสุขสุขศึกษาพื้นฐาน การให้การช่วยเหลือด้านสังคมและอารมณ์ความรู้สึก และการดูแลในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต องค์กรระหว่างประเทศเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับพันธกิจนี้